iTopPlus269961637304

“การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ตอบรับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามคำเชิญของพรรคพลังประชารัฐนั้น เป็นการชี้ชัดว่าพรรคเป็นผู้สนับสนุนรัฐบาลทหาร ผนวกกับเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานั้นก็เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้มีผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มาลงคะแนนมากขึ้นอีก ด้วยความรู้สึกว่าต้องโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้กลับประเทศไทย” ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งครั้งสำคัญที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค.2562 เข้าไปเท่าไร บรรยากาศการเมืองไทยก็ยิ่งร้อนแรงมากขึ้นเท่านั้น


ล่าสุดในช่วงบ่ายวันที่ 11 ก.พ.2562 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกแถลงการณ์ผลการประชุม กกต. แจ้งรายชื่อบุคคลเพื่อพิจารณาแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี รวมทั้งหมด 45พรรค 69 ชื่อเป็นทางการ แต่ไม่มีการรับรองในส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) แต่อย่างใด ขณะที่ความเคลื่อนไหวของสื่อต่างประเทศ ยังคงทยอยออกบทวิเคราะห์เรื่องการเมืองไทยออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สำนักข่าวอิศราได้หยิบยกบทความของ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก สื่อชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ที่เผยแพร่บทวิเคราะห์ถึง สถานการณ์ปัจจุบันในประเทศไทยว่าอาจจะต้องประสบกับภาวะแตกแยกทางการเมืองอีกครั้ง พร้อมกับแนวคิดที่ว่าจำเป็นต้องโหวตเลือกให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งถ้าต้องการจะป้องกันไม่ให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับมามีอำนาจได้อีก


โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่า ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานั้น กำลังจะสร้างการแบ่งข้างครั้งใหญ่ให้กับการเมืองไทยอีกครั้ง นับตั้งแต่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อ 5 ปีก่อน


โดยสถานการณ์ปัจจุบัน ทุกสายตากำลังจับจ้องมองไปที่ชะตากรรมของพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีความเชื่อมโยงกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้เสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เข้าเป็นผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8ก.พ.ที่ผ่านมา และในวันเดียวกันนั้นเองก็มีพระราชโองการ เรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยออกมา


กรณีนี้ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องมีการประชุมกันในวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อที่จะหารือกันถึงประเด็นดังกล่าวว่าการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติมีความเหมาะสมหรือไม่ จนในที่สุดที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ส่งสำนวนการสอบสวนให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ


ขณะที่ในสังคมนั้นมีกระแสส่วนหนึ่งออกมาเรียกร้องว่าให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ และยังอ้างว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรียังเป็นต้นเหตุของการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายขั้วการเมืองในปัจจุบันอยู่ ขณะที่รัฐบาลทหารเองก็มองเช่นกันว่านายทักษิณนั้นถือว่าเป็นภัยของการถือครองอำนาจของรัฐบาลต่อไป


อย่างไรก็ตาม การยุบพรรคไทยรักษาชาตินั้นอาจสร้างความโกรธแค้นให้กับผู้ที่สนับสนุนนายทักษิณ และอาจจะสร้างแรงผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้อยู่ในฐานะนายกรัฐมนตรีต่อไปหลังจากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเมื่อได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.ที่รับการแต่งตั้งเข้ามาจำนวน 250 คน


ทั้งนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้อ้างคำสัมภาษณ์ของ นางสาวพรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ระบุว่า “ช่วงเวลานับจากนี้ถือว่าน่ากลัวอย่างยิ่ง เพราะว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ายังมีการแบ่งขั้วการเมืองเกิดขึ้น และฝังรากลึกลงไปยิ่งกว่าแต่ก่อน”


ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมานั้น นายทักษิณ รวมไปถึงพันธมิตรของนายทักษิณชนะการเลือกตั้งมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถอยู่ในอำนาจได้ เพราะต้องเผชิญหน้ากับคำพิพากษาของการรัฐประหาร การชุมนุมบนท้องถนน ซึ่งบางครั้งก็ถึงขั้นนองเลือด และตามมาด้วยสถานการณ์ไม่สงบ


ขณะที่ ล่าสุด สมาคมพิทักษ์รักธรรมนูญก็ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเช่นกัน เพื่อขอให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ด้วยข้อหาว่าได้ใช้ประโยชน์จากการนำเอาสถาบันเบื้องสูงมาข้องเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง


แต่ในทางกลับกันสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติเองก็ได้ยื่นจดหมายไปยัง กกต.เพื่อคัดค้านการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์นั้นยังคงถือครองอำนาจบริหารอยู่ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน


ด้านนายฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ระบุว่า “การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตอบตกลงว่าจะรับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามคำเชิญของพรรคพลังประชารัฐนั้นเป็นการชี้ชัดว่าพรรคเป็นผู้สนับสนุนรัฐบาลทหาร ผนวกกับเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานั้นก็จะเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้มีผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์มาลงคะแนนมากขึ้นอีก ด้วยความรู้สึกว่าต้องโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้กลับประเทศไทย”


สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ยังระบุทิ้งท้ายด้วยว่า ขณะนี้ปัญหาและความเสี่ยงทางด้านการเมืองของประเทศไทยนั้นกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่กำลังเจอปัญหาความตึงเครียดทางด้านการค้าระหว่างจีน และสหรัฐอเมริกา และความเสี่ยงทางการเมืองของไทยนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อภารกิจสำคัญของประเทศที่เกิดขึ้นในปีนี้ด้วย


ที่ผู้เขียนได้นำบทวิเคราะห์ทั้งหมดในข้างต้นมาเผยแพร่ ก็เพียงเพื่อต้องการให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้พิจารณามุมมองของ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก สื่อดังในสหรัฐอเมริกา ที่ฉายภาพสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่เกิดขึ้นล่าสุด ณ ห้วงเวลานี้เท่านั้นเอง 

“ไม้ เมืองจีน”

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888