ส่องประเด็นร้อน : การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

+++ กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับ “นายยอดแหลม” ประจำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 68 วันนี้เรามาพูดคุยในเรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็เรียกได้ว่ากลายเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้ เมื่อพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้ออกมาแถลงข่าวเปิดเผยกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับคำร้องขอความเป็นธรรมจากอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง สว.และ สว.ตัวสำรอง ที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 3 เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการเลือกตั้ง สว. ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศเมื่อปี พ.ศ.2567 โดยระบุว่า มีกระบวนการเลือกตั้งที่มีลักษณะเป็นการฮั้ว สว. โดยมีกระบวนการหรือพฤติการณ์มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม อันอาจเป็นความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมีผู้สมัครบางคนขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง สว. และขอคัดค้านการประกาศรับรองผลการเลือก สว.ดังกล่าว...

+++ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับเรื่องไว้และทำการสืบสวน ตลอดจนมีการแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนขึ้น เพื่อทำการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด จนมีพยานหลักฐานเพียงพอที่เชื่อได้ว่า มีขบวนการเป็นคณะบุคคล มีการจัดตั้งเครือข่าย มีจำนวนผู้สมัคร สว. จำนวนประมาณ 1,200 คน ซึ่งปกปิดวิธีการ โดยมีวัตถุประสงค์ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อให้ได้มาซึ่ง สว. มีการวางแผนสลับซับซ้อนที่ทราบเฉพาะในกลุ่มขบวนการ ซึ่งมีการจัดการให้มีผู้สมัคร สว.และมีการจ่ายค่าตอบแทน ในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ตลอดจนมีการนัดหมายผู้สมัคร สว.ระดับประเทศ ไปจัดทำโพยฮั้ว สว. ในโรงแรมในเขตจังหวัดใกล้เคียงกับสถานที่เลือกตั้ง โดยมีการจัดรถตู้โดยสารรับ-ส่งผู้สมัคร สว. เดินทางไปเมืองทองธานี เพื่อเลือก สว.ระดับประเทศ จนผลการเลือก สว.ในรอบเช้าและรอบไขว้ ปรากฏว่า มีผู้อยู่ในขบวนการได้รับเลือกเป็น สว.มากถึงจำนวน 138 คน และอยู่ในลำดับสำรองอีกจำนวน 2 คน การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาฯ กับความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ตาม ป.อาญา และฐานฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ...

+++ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ รมว.ยุติธรรม และ กกต. ทราบ โดยจะมีการนำกรณีดังกล่าวเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการคดีพิเศษ ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ในวันที่ 25 ก.พ.68 เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ หากรับ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะเป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.ต่อไป... +++

+++ ในขณะเดียวกันมีการเคลื่อนไหวของนายมงคล สุระสัจจะประธานวุฒิสภา กับ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 และคณะ สว. โดยได้แถลงข่าวตอบโต้กรณีของ รมว.และกรมสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าวโดยมีการปฏิเสธและยืนยันว่าจะให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวหาทั้งหมด ทั้งภาครัฐและเอกชนในฐานะที่ทำให้วุฒิสภาได้รับความเสียหายเสียหายและถูกเข้าใจผิดจากประชาชน อีกทั้งในส่วนของคณะกรรมาธิการ วุฒิสภา จะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงถึงอำนาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษและที่มาที่ไปของการกล่าวหาว่ากระทำความผิดคดีอาญาในเรื่องอั้งยี่ ซ่องโจร อาชญากรรมและภัยต่อความมั่นคง อีกทั้งจะมีการขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติและเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ในรัฐสภาต่อไป ซึ่งถูกมองว่าเป็นการสวนกลับตอบโต้การแถลงข่าวของ รมว.ยุติธรรม ในทันทีทันใด... +++

+++ ในส่วนของ กกต. โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่า ได้รับหนังสือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ แจ้งความคืบหน้าผลการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในเรื่องนี้ ซึ่งระบุยืนยันเชื่อได้ว่ามีขบวนการดังกล่าวจริงและเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา ขณะนี้ กกต. อยู่ระหว่างการประมวลเรื่องและทำความเห็น เพื่อนำเข้าที่ประชุม กกต.และพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ในขณะเดียวกัน นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่า ได้ตอบหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยระบุว่ายังไม่ได้นำเสนอเรื่องให้ที่ประชุม กกต. พิจารณา เนื่องจากเรื่องดังกล่าวไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาแล้วหรือไม่... +++

+++ ขณะที่ได้มีนักวิชาการและนักกฎหมายหลายท่าน แสดงความคิดเห็นแตกต่างกันในเรื่องอำนาจและหน้าที่ในการสอบสวนดำเนินคดี ฝ่ายหนึ่งมีความเห็นว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ตาม ม.49 แห่ง พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 เท่านั้น ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ อีกฝ่ายหนึ่งมีความเห็นว่า กกต.ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า มีการดึงเวลาเพื่อช่วยเหลือ สว.สายสีน้ำเงินมาโดยตลอด ทั้งที่ได้รับเรื่องการร้องเรียนในเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่เสร็จสิ้นการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมาเป็นเวลาเกือบปีแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการดำเนินการอะไร และเห็นว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนดำเนินคดี เนื่องจากมีการกระทำผิดในกฎหมายอาญาที่เป็นขบวนการ มีลักษณะและพฤติการณ์แห่งคดีสลับซับซ้อนตามความผิดฐานเป็นอั้งยี่และกฎหมายฟอกเงิน หากในที่ประชุมของคณะกรรมการคดีพิเศษ มีมติให้รับเป็นคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษก็จะมีอำนาจสอบสวนดำเนินคดี แต่ทั้งนี้จะต้องได้รับความเห็นจาก กกต. อีกส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน... +++ นอกจากนี้ ยังมีผู้กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นการเล่นเกมส์ทางการเมือง ในการรุกคืบและกระชับอำนาจเพื่อกดดันพรรคภูมิใจไทย ซึ่งคุมอำนาจฐานเสียงใน สว.สายสีน้ำเงินประมาณ 150 คน ซึ่งมักมีความเห็นในทางไม่ยินยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและไม่ให้ความร่วมมือกับ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทรนเมนต์คอมเพล็กซ์ ของพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าคณะรัฐบาล... +++

+++ ไม่ว่าในบริบทของแต่ละฝ่ายจะเป็นอย่างไร ผู้เขียนอยากให้ทุกฝ่ายมองถึงผลประโยชน์ในภาพรวมของประเทศชาติเป็นหลัก อยากขอให้มีพิจารณาดำเนินการสืบสวนสอบสวนในเรื่องนี้ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อย่าได้มีการปกปิดช่วยเหลือกันโดยเด็ดขาด ที่สำคัญคืออย่าทำเป็นแค่ไฟไหม้ฟางหรือเป็นมวยล้มต้มคนดู พอแต่ละฝ่ายสมประโยชน์ก็เลิกแล้วกันไป โดยขอให้จดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการเลือก สว. เมื่อ ปี พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา... +++ ซึ่งปรากฎเป็นข่าวครึกโครมทางข่าวหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชนทุกช่องทางมาโดยตลอดเกี่ยวกับในเรื่องความไม่โปร่งใสของการเลือก สว. และการได้มาซึ่ง สว.ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ มีมติให้กรมสอบสวนคดีรับเป็นคดีพิเศษ อยากขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งอยากขอให้ กกต. ให้ความร่วมมือในทุกขั้นตอนในการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ อย่าหวงอำนาจหรือลุแก่อำนาจหน้าที่ของตนเอง โดยไม่เห็นแก่ผลโยชน์และผลสัมฤทธิ์ของงานในภาพรวมของชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง... +++ ซึ่งหากผลการสืบสวนสอบสวนในเรื่องที่มีการกล่าวหากัน พบว่าไม่เป็นความจริงหรือไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะเป็นผลดีกับกลุ่ม สว.สายสีน้ำเงินที่ได้มีโอกาสพิสูจน์และแสดงความบริสุทธิ์ให้กับตนเอง หลังจากที่ถูกดูหมิ่นดูแคลนในการได้มาซึ่งตำแหน่งอันทรงเกียรติมาโดยตลอดอีกด้วย ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนช่วยกันจับตาดูกันให้ดีและอย่าได้เผลอกระพริบตากันนะครับ...
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
