ไทยทำไทยใช้ของจริง!ทอ. จับมือ NAC ดัดแปลงโดรนรบ ยิงจรวด 2.75 นิ้วสำเร็จนิ่งสนิทไม่เสียทรง

ไทยทำไทยใช้ระเบิดศึกยุคใหม่! กองทัพอากาศ จับมือเอกชน “NAC Drone” ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ เปิดแผน “ล็อกเป้าพิฆาต” ประสบผลสำเร็จเหนือความคาดหมาย บุกพุ่งชาร์จทดสอบยิง “จรวดอากาศยักษ์ 2.75 นิ้ว” ออกจากโดรนรบไร้คนขับได้เป็นครั้งแรกของประเทศ สะท้อนนวัตกรรมความมั่นคงระดับโลก ตัวโดรนนิ่งสนิทไร้อาการเสียทรง จ่อตบเกียร์เดินหน้าอัปเกรดระบบ AI ควบคุมแท่นปืนอัจฉริยะ เล็งลดการพึ่งพาอาวุธต่างชาติสิ้นซาก
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานก้าวกระโดดครั้งสำคัญของวงการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการทหารไทย โดยกองทัพอากาศ ภายใต้ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง กรมสรรพาวุธทหารอากาศ และ บริษัท NAC Drone ได้ประกาศความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมทางกายภาพ ในการดำเนินการทดสอบยิงจรวดอากาศขนาด 2.75 นิ้ว จากอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ซึ่งถือเป็นการบูรณาการองค์ความรู้นิติวิทยาศาสตร์ทางวิศวกรรมการบินและระบบคลังอาวุธ ระหว่างหน่วยงานข้าราชการความมั่นคงและภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยอย่างเป็นประจักษ์

สำหรับ "จรวดอากาศ" ขนาด 2.75 นิ้ว ดังกล่าว ถือเป็นยุทโธปกรณ์ชิ้นเอกที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง นิยมใช้ในตารางภารกิจสนับสนุนทางอากาศระยะใกล้ (Close Air Support) และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในกองทัพมหาอำนาจทั่วโลก ปฏิบัติการในไส้ในครั้งนี้ กรมสรรพาวุธทหารอากาศได้จัดทีมวิศวกรทำการคิดค้นพัฒนาชุดควบคุมการยิง ออกแบบโครงสร้างท่อยิง และดัดแปลงระบบไฟฟ้ากลไกทั้งหมดด้วยฝีมือคนไทย เพื่อให้ยุทโธปกรณ์ชิ้นนี้สามารถติดตั้งและสับหลีกแรงสะท้อนกลับนำมาใช้งานร่วมกับโดรนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผลการทดสอบนิติวิทยาศาสตร์ภาคสนามปรากฏว่า จรวดอากาศสามารถพุ่งพรวดพุ่งชาร์จออกจากแท่นยิงได้ตามแผนตารางงานที่วางไว้ 100% ขณะที่ตัวโดรนรบยังคงรักษาเสถียรภาพการบินได้อย่างดีเยี่ยม นิ่งสนิทกลางเวหา ไม่เกิดอาการโคลงเคลง เสียการทรงตัว หรือสูญเสียการควบคุมแต่อย่างใด สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมทางวิศวกรรมอาวุธของบุคลากรไทยที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ถือเป็นตารางบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งแรกของประเทศไทยในการยิงจรวดอากาศจากโดรน ยื่นคำขาดเพิ่มโอกาสในการก้าวสู่ยุคพึ่งพาตนเองทางทหารและลดการเปย์เงินสดซื้อเทคโนโลยีราคาแพงจากต่างชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานตารางแผนงานในระยะต่อไป ทอ. เตรียมเดินหน้ายกระดับความก้าวหน้าก้าวสู่อนาคต โดยเตรียมติดตั้ง "ชุดนำวิถีเลเซอร์" เพิ่มความแม่นยำระยะไกล รวมถึงการวิจัยจัดตั้ง "แท่นปืนอัจฉริยะ" ที่ขับเคลื่อนและควบคุมการยิงด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อรองรับรูปแบบการรบยุคไซเบอร์เต็มรูปแบบ ด้านผู้เชี่ยวชาญความมั่นคงยื่นคำขาดมองว่า สงครามโดรน (Drone Warfare) กำลังเป็นตารางเทรนด์หลักของโลก เนื่องจากลดความเสี่ยงสิทธิมนุษยชนต่อการสูญเสียกำลังพล เพิ่มความเฉียบคมในการทำลายล้าง และตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที ความสำเร็จของ ทอ. ครั้งนี้จึงเป็นจุดสตาร์ทครั้งสำคัญที่พาไทยเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีสงครามอย่างแท้จริง
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
