บทบาทและอำนาจของ ก.ตร.เหนือสำนักงานตำรวจแห่งชาติจริงหรือไม่..?

+++++พบกันอีกเช่นเคยกับผม“นายยอดแหลม” +++++วันที่ 19 ม.ค.68 เรามาพูดคุยถึงการการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับนายพลใหญ่ ตั้งแต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึงผู้บัญชาการ และระดับนายพลเล็ก ตั้งแต่รองผู้บัญชาการ ถึงผู้บังคับการ นอกเหนือจากจะส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจในการทำงานของข้าราชการตำรวจแล้ว ยังส่งผลถึงชื่อเสียงและภาพลักษณ์โดยรวมของสำนักงานแห่งชาติ และมีผลต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนที่มีต่อการทำงานของข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการตำรวจประจำปีเสร็จสิ้นทุกครั้ง จะมักจะมีคำถามตามมาอยู่เสมอว่า ผู้ที่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นหรือโยกย้ายไปอยู่ในตำแหน่งหลักหรือตำแหน่งตัวเลข หรืออยู่ในตำแหน่งทำเลเกรดเอ+++++หรือตำแหน่งที่มีอำนาจหน้าที่สามารถให้คุณให้โทษกับผู้ที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายหรือธุรกิจสีเทาได้นั้น เป็นเด็กของใคร มาจากสายไหน ใครเป็นเจ้าของค่ายผู้ส่งประกวด เป็นเด็กสายตรงของนายกรัฐมนตรี หรืออยู่ในขั้วสายการเมืองใด หรือเป็นเด็กปั้นของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือตั๋วช้างตั๋วม้ามืดและที่สำคัญที่สุด คือเป็นที่ยอมรับของสื่อมวลชนและประชาชนทั่วประเทศหรือไม่+++++

+++++ทุกครั้งที่มีการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนั้น ย่อมเป็นที่ถูกใจและไม่ถูกใจของข้าราชการตำรวจ ผู้ที่มีสิทธิ์และมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะได้ลุ้นตำแหน่งที่สูงขึ้นหรือดีขึ้นแต่ละคน มีทั้งสมหวังและผิดหวัง ปัจจุบันการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจทั้งสองระดับดังกล่าว ซึ่งอยู่ในอำนาจการพิจารณาและตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่ผ่านการพิจารณาตามมติของ ก.ตร.ดังกล่าว ไปรักษาการในตำแหน่งนั้นๆ พร้อมกับคำถามที่ตามมาว่าประชาชนจะได้รับอะไรบ้างจากการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในครั้งนี้ ++++ การพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการตำรวจผู้ที่อยู่ในข่ายที่จะได้รับการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นนั้น ถ้าเป็นการเลื่อนตำแหน่งจากระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นไปในระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และจากระดับผู้บัญชาการ เลื่อนขึ้นไปในระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นั้น ย่อมจะต้องใช้หลักการเดียวกันและเป็นไปตามกฎเหล็ก กล่าวคือจะต้องยึดหลักการพิจารณาเรียงลำดับจากผู้ที่มีอาวุโสในการครองตำแหน่งสูงสุดและไล่เรียงกันต่อๆกันลงไปจนครบตามจำนวนตำแหน่งที่ว่างเท่านั้น โดยจะนำเอาผู้ที่มีอาวุโสน้อยกว่ามาพิจารณาแต่งตั้งข้ามผู้ที่มีอาวุโสมากกว่าไม่ได้เด็ดขาด

+++++ส่วนการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการเลื่อนขึ้นในระดับผู้บัญชาการ และผู้บังคับการ ก็มีหลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้ง โดยจะต้องพิจารณาเรียงจากผู้ที่มีอาวุโสในการครองตำแหน่งสูงสุดและไล่เรียงกันต่อๆกันไปจนครบจำนวน 50 % ของตำแหน่งที่ว่างอยู่ ส่วนที่เหลืออีก 50% ให้พิจารณาจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถและมีผลงานการปฏิบัติงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์โดยไม่จำเป็นต้องเรียงอาวุโสอีก ซึ่งจะแตกต่างกัน ทั้งนี้ เป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2567 +++++ ควันหลงจากการแต่งตั้งโยกย้ายในระดับผู้บัญชาการที่ผ่านมา มีข้าราชการตำรวจบางนายร้องเรียนว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการพิจารณาแต่งตั้ง โดยมีการร้องเรียนกับสายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาและออกคำสั่งแต่งตั้ง นักการเมืองและสื่อมวลชน เมื่อส่องเข้าไปดูรายละเอียด พบว่าในปีนี้มีการใช้ดุลยพินิจและมติของ ก.ตร. ประกอบกับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขัดแย้งไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2565 และ กฎ ก.ตร. พ.ศ.2567 ซึ่งทำให้ข้าราชการตำรวจหลายนายเสียสิทธิและโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น เช่น ตำแหน่งผู้บัญชาการ ที่มีข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการมาเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งมีคุณสมบัติและมีระยะเวลาในตำแหน่งครบถ้วนตามหลักเกณฑ์
+++++แต่ในที่ประชุมพิจารณาของ ก.ตร. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็น ก.ตร.โดยตำแหน่งนั่งประชุมอยู่ด้วย กลับมีมติให้พิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการจากรองผู้บัญชาการที่มีความรู้ความสามารถ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และที่สำคัญจะต้องครองตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่ 4 ปี ขึ้นไป ทั้งๆที่ได้มีการพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการจากรองผู้บัญชาการผู้ที่มีอาวุโสในการครองตำแหน่งสูงสุดและไล่เรียงกันต่อๆกันไปจนครบจำนวน 50 % ของตำแหน่งที่ว่างอยู่แล้ว ส่วนที่เหลืออีก 50 % นั้น จะต้องใช้หลักความรู้ความสามารถมาใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง ทำให้ข้าราชการตำรวจในระดับรองผู้บัญชาการหลายนายที่ตั้งใจทำงานจนมีผลการเป็นที่ประจักษ์และยอมรับของประชาชน แต่มีอายุการครองตำแหน่งดังกล่าวมาครบ 2 ปี แต่ไม่ครบ 4 ปี ถูกตัดรายชื่อรายชื่อออกไปจากการพิจารณาแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าวในที่ประชุม ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของข้าราชการตำรวจที่ตั้งใจทำงานมาโดยตลอดและหวังว่าได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นเพื่อความเจริญก้าวหน้าในการรับราชการของตนเอง+++++

+++++นอกจากนี้ ได้การพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้มีตำแหน่งสูงขึ้นและในระดับหมุนเวียนในระนาบเดียวกัน จากข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ เลื่อนขึ้นเป็นระดับรองผู้บัญชาการ และจากระดับรองผู้บังคับการ เลื่อนขึ้นเป็นระดับผู้บังคับการ ซึ่งดำรงตำแหน่งในกลุ่มสายงานป้องกันปราบปรามหรือกลุ่มสายงานอื่นๆ ไปดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ และผู้บังคับการ ในกลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน โดยที่บุคคลเหล่านั้นไม่มีคุณสมบัติเกี่ยวกับระยะเวลาครบถ้วนที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในกลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุนได้ ซึ่งปรากฏว่า ได้มีการขออนุมัติจาก ก.ตร. ให้มีการยกเว้นหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ที่ขอรับการแต่งตั้งดังกล่าวมีจำนวนมากถึง 29 ราย ซึ่งเป็นการปิดกั้นความเจริญก้าวหน้า ทำให้ข้าราชการตำรวจ ระดับผู้บังคับการ และรองผู้บังคับการที่มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในกลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุนครบถ้วน กลับไม่ได้รับการพิจารณาให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการ หรือผู้บังคับการ+++++เพราะมีการพิจารณาแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจที่อยู่นอกกลุ่มสายงานดังกล่าวมาดำรงตำแหน่งแทน เช่น ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เลื่อนไปดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี หรือ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เลื่อนไปดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจสารนิเทศ ทำให้ข้าราชการตำรวจระดับ ผู้บังคับการ หรือรองผู้บังคับการที่ดำรงตำแหน่ง ในกลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุนและมีระยะเวลาดำรงตำแหน่งในกลุ่มสายงานดังกล่าวครบถ้วน ไม่ได้รับการพิจารณาให้เลื่อนขึ้นไปดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหรือผู้บังคับการในกลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุนได้ เช่น ผู้บังคับการอำนวยการ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมในภาคต่างๆ หรือผู้บังคับการในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ+++++
+++++ปรากฏข่าวจากสื่อมวลชนหลายแขนงว่า มีข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ สังกัดตำรวจ ภูธร ภ.9 นายหนึ่ง ซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาและอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดพัทยา แต่กลับได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในตำแหน่งผู้บังคับการ ซึ่งขัดแย้งกับคุณสมบัติการเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตำรวจให้สูงขึ้นและไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2565 และกฎ ก.ตร. พ.ศ.2567 เป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องกลับไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พิจารณาทบทวนและให้ความเป็นธรรมในการออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง+++++

+++++นอกจากนี้ สื่อมวลชนยังได้รับการร้องเรียนจากกองบินตำรวจว่า มีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ จากผู้บังคับการศูนย์ฝึกตำรวจ มาดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกองบินตำรวจ ซึ่งเป็นการขัดแย้งกับมติ ก.ตร .เดิมที่เคยมีมติไว้ว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจมาดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองบินตำรวจ ซึ่งเป็นกลุ่มสายงานนักบิน ควรพิจารณาแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจในสายงานนักบินก่อน ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจ มาตรา 83 วรรคแรก โดยเฉพาะอย่าง ปัจจุบันมีข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบินตำรวจ ระดับรองผู้บังคับการ อีกหลายคน ที่มีความอาวุโส มีความรู้ความสามารถ มีคุณสมบัติครบถ้วนและสังกัดอยู่ในกลุ่มสายงานนักบินเดียวกัน ซึ่ง ก.ตร. สามารถพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนดำรงตำแหน่งให้ขึ้นเป็นผู้บังคับการกองบินตำรวจได้ แต่กลับไปพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ซึ่งอยู่นอกสังกัดกลุ่มสายงานนักบิน มาดำรงตำแหน่งดังกล่าว หรือเพราะเป็นอำนาจของ ก.ตร. หรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่จะพิจารณาคัดเลือกเอาคนของตนเองมาไว้ใช้งานเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของเหล่านักบินตำรวจที่ต้องรอความเจริญก้าวหน้าในการรับราชการจากผู้มีอำนาจแต่งตั้งมาโดยตลอด++++
+++++ส่วนวาระการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในระดับผู้ปฏิบัติ ตั้งแต่รองผู้บังคับการ ลงไปถึง ผู้บังคับหมู่ ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่มีผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและเป็นหน้าตาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างแท้จริง ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพราะคงจะต้องรอให้คำสั่งแต่งตั้งในระดับผู้บังคับบัญชา มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งการแต่งตั้งในวาระนี้ ไม่ได้อยู่ในอำนาจการพิจารณาแต่งตั้งของ ก.ตร. หากแต่อยู่ในอำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายของผู้บัญชาการและผู้บังคับการอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เว้นแต่เป็นการแต่งตั้งข้ามกองบัญชาการ ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือต้องมีการยกเว้นหลักเกณฑ์คุณสมบัติส่วนตัว ที่อยู่ในอำนาจของ ก.ตร. จึงอยากขอให้ท่านผู้บัญชาการและผู้บังคับการ ได้ใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือทั้งหมด พิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่มีฝีไม้ลายมือในการทำงาน มีความเป็นตำรวจอาชีพ และตั้งใจทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองมาใช้ทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน อย่างแท้จริง และขอให้ปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองหรือแต่งตั้งมาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนเถอะนะครับเจ้านาย.....
โดยนายยอดแหลม
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
