คอลัมน์.... “ปล่อยหมัดตรง” หากินง่ายเกินไปมั้ย!!

จากกรณีที่ น.ส.ทิพวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาว อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เจ้าของเพจ “วุ้นละมุน เชียงใหม่” ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูน “โดราเอมอน” ล่อซื้อวุ้นรูปโดราเอมอน จำนวน 2 ชิ้น ได้แก่ ขนาด 1 ปอนด์ ราคา 290 บาท และขนาด 2 ปอนด์ ราคา 390 บาท โดยอ้างว่า เพื่อให้เป็นของขวัญวันเกิดลูกฝาแฝดและให้นำไปส่งที่หน้า สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 20 เม.ย.ทีผ่านมา
ต่อมาได้มีผู้ชายมารับวุ้นโดราเอมอนที่สั่งไว้ จากนั้นได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกับตัวแทนลิขสิทธิ์โดราเอมอน พร้อมพากันไปที่สถานีตำรวจที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อจะดำเนินคดี แต่ให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยกันก่อน จนตกลงกันได้ว่าตัวเองยอมจ่ายเงินหลักหมื่นเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้เข้าของลิขสิทธิ์
จากเหตุการณ์ที่กล่าวมาทั้งหมด น.ส.ทิพวรรณ ได้นำมาโพสต์ในโลกออนไลน์ เพื่อเป็นวิทยาทานหรืออุทาหรณ์สำหรับคนทำมาหากิน ที่อาจจะไปกระทำผิดหรือละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนกลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างรวดเร็ว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.ต.มนตรี พุทธขันท์ สารสัตรสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เจ้าของคดี ชี้แจ้งว่า คดีนี้เรื่องต้นจากการที่ตัวแทนของลิขสิทธิ์ดังกล่าวได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีการแสดงตัวตน หลักฐานในการมอบอำนาจ รวมทั้งนำหลักฐานต่างๆ ในการละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งภาพถ่ายวุ้นโดราเอมอน มาแจ้งความ เพื่อขอให้ตำรวจดำเนินคดี
ซึ่งทางตำรวจเองไม่ได้ไปร่วมจับกุมด้วยแต่อย่างใด แต่ให้ความร่วมมือตามสิทธิ์ทางกฎหมายของผู้เสียหาย แต่หลังจากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้ไปเจรจาพูดคุยกันเองเนื่องจากคดีนี้สามารถยอมความกันได้ โดยยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปร่วมเจรจาด้วยแต่อย่างใด โดยเฉพาะเรื่องของเงินที่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆ
ก่อนที่ตัวแทนลิขสิทธิ์ดังกล่าวจะมีขอถอนแจ้งความ โดยมีการเจรจาตกลงค่าเสียหายกันเองโดยตำรวจไม่ได้รับรู้เรื่องราวที่ 2 ฝ่ายเจรจากัน โดยในวันเกิดเหตุทางฝ่ายผู้ละเมิดลิขสิทธิ์เองก็ไม่ได้มีท่าทีอึดอัดหรือถูกบังคับข่มขู่แต่อย่างใด ซึ่งหากมีการบังคับข่มขู่หรือทำให้อึดอัดใจก็สามารถแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ได้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ยอมรับว่าทางผู้บังคับบัญชาได้เน้นย้ำ เรื่องของการทำคดีลิขสิทธิ์ในลักษณะนี้มาอย่างชัดเจนและรัดกุม เนื่องจากทางตำรวจเองก็ตกเป็นจำเลยสังคมในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย และเป็นผู้ที่จะต้องดำเนินคดีต่างๆ ตามพยานหลักฐาน
จึงได้มีการเน้นย้ำมาก่อนหน้านี้ ว่าห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจไปข้องเกี่ยวกับเรื่องของผลประโยชน์ ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถูกต้อง และชัดเจน เช่นเดียวกันกับกรณีที่เกิดขึ้น ตำรวจไม่ได้ไปร่วมจับกุมหรือล่อซื้อ แต่ก็ต้องทำคดีให้ตามที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษตามขั้นตอน จึงอยากให้ประชาชนได้เข้าใจการทำงานของตำรวจด้วยเช่นกัน
ถ้าจะไปแล้วการจับกุมเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ที่เป็นข่าวคราวมาตลอดนั้น เป็น1ในนโยบายหลักของรัฐบาล ที่มุ่งกวาดล้างการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญหามาโดยตลอด
แต่ในปัจจุบันได้มีพวก “หัวหมอ” ที่ยอมควักเศษเงินเพียงเล็กน้อยไปเที่ยวไล่ซื้อลิขสิทธิ์ต่างๆ เมื่อได้ลิขสิทธิ์มาเป็นของตัวเองแล้วก็จะส่ง “สายสืบ” ออกไปตระเวนดูว่ามีพ่อค้า-แม่ขายคนใดที่พยายามจะทำเลียนแบบสินค้าที่ตนเองจะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือไม่ หากพบว่ามีรายใดที่เข้าข่ายก็จะไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้กับพ่อค่า-แม่ขายรายนั้นๆพร้อมนำเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าทำการจับกุมแล้วเรียกค่าเสียหายในทันที
วันหนี่งไล่จับเพียง 3-4 รายก็ได้ค่าลิขสิทธิ์ที่ตัวเองควักเศษเงินไปลงทุนกลับคืนมาแล้ว ส่วนที่เหลือก็เป็นกำไรล้วนๆ เฉลี่ยให้ค่าเสียเวลาทนายความและตำรวจไปบ้างเล็กๆน้อยๆ ในเดือนหนึ่งๆก็สามารถทำมาหากินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

ในเรื่องนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญา จะต้องออกมาปกป้องผู้ที่ถูกกลุ่มคน “หัวหมอ” จำพวกนี้กันบ้างแล้ว เพราะขืนปล่อยให้เป็นไปแบบนี้คนหาเช้ากินค่ำคงจะเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
อย่างในเคส “วุ้นมะพร้าว” ที่เกิดเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา ก็เพราะว่าถูกกลุ่มคน “หัวหมอ” ที่ว่านี้ทำการล่อซื้อ มีการสั่งให้ทำรูปแบบโน้นรูปแบบนี้ พอเห็นว่าเข้าหลักกฎหมายก็ทำการเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีทันที พร้อมเรียกค่าเสียหายกับเหยื่อเป็นเงินถึงหลักหมื่น
สุดท้ายนี้ “ทีมข่าวเจาะลึกทันเหตุการณ์” ขอเรียกร้องไปยัง นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เร่งหามาตรการออกมาช่วยเหลือบรรดาพ่อค้า-แม่ขาย ที่กำลังถูกกลุ่มคน “หัวหมอ” พวกนี้ไล่กวาดจับแล้วเรียกค่าเสียหายกันอย่างหน้าด้านๆ เพราะขืนให้เป็นอยู่อย่างนี้รังแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับคนหาเช้ากินค่ำ
ส่วนกลุ่มคน “หัวหมอ” ก็จะเงินเข้าพกเข้าห่ออย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยควักเงินลงทุนไปเพียงไม่เท่าไหร่ แต่ได้กลับมาอย่างมหาศาล
“ไม้ เมืองจีน”
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
