“เต้ อาชีวะ” เปิดใจหลังออกโหนกระแส ย้ำไม่ใช้ความรุนแรงทำเพื่อปกป้องเด็กและคนไทย

เต้ อาชีวะ เปิดใจภายหลังร่วมรายการ “โหนกระแส” ถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มไรเดอร์กับชาวต่างด้าวในบางพื้นที่ โดยยืนยันว่า ตนไม่ได้มีเจตนาใช้ความรุนแรง และไม่ได้ไปเพื่อก่อเหตุ แต่ลงพื้นที่ไปเพื่อรับรู้ปัญหาจริง และปกป้องเด็กและคนไทยที่ได้รับผลกระทบ
เต้ เปิดเผยว่า วันที่ลงพื้นที่เป็นเวลากลางคืน พบว่าคนส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นคนไทยและชาวตะวันออกกลาง แต่ไม่พบแรงงานพม่าหรือเขมรอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง และในวันนั้นก็ไม่ได้พบตัวผู้ก่อเหตุโดยตรง พร้อมยอมรับว่าการพูดเรื่อง “เงินรางวัล 30,000 บาท” เป็นเพียงการพูดเชิงเปรียบเปรย ไม่ได้ตั้งใจจะยุยงให้เกิดความรุนแรง
“ผมพูดไปแบบนั้นเพราะผมเป็นคนขี้คุย จริง ๆ มันไม่เหมาะ และผมขอโทษตรงนี้ แต่ผมไม่ได้มีเจตนาให้ใครไปทำร้ายใคร”
ย้ำว่า ปัญหาหลักไม่ใช่เรื่องคนไทยกับคนต่างด้าว แต่เป็นเรื่อง “คนดี” กับ “คนไม่ดี” โดยชี้ว่าคนต่างด้าวจำนวนมากอยู่ภายใต้กฎหมาย ทำงานสุจริต และควรได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกับคนไทย แต่คนที่กระทำผิดซ้ำซาก ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และใช้ความรุนแรง ควรถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
ยกตัวอย่างคดีในพื้นที่แม่สอด จังหวัดตาก ที่ผู้ต้องสงสัยคดีข่มขืนถูกผลักดันออกนอกประเทศก่อนกระบวนการยุติธรรมจะเสร็จสิ้น ทำให้ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ และกลายเป็นพฤติกรรมที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“โทษมันหนักอยู่แล้ว แต่ขอให้บังคับใช้จริง ไม่ใช่จับแล้วปล่อย จับแล้วหายระหว่างทาง แบบนี้คนผิดมันไม่กลัวกฎหมาย”
ตนตั้งข้อสังเกตถึงร้านอาหารในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โดยระบุว่ามีการให้แรงงานต่างด้าวรับเงินและค้าขายเอง ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายแรงงาน และยังมีการลักลอบขายสุราและกัญชาในพื้นที่ด้วย จึงเห็นว่าหน่วยงานรัฐควรตรวจสอบอย่างจริงจัง
พร้อมกันนี้ เต้ยืนยันว่า การออกมาแสดงความคิดเห็นและลงพื้นที่ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อเด็กและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเรียกร้องให้คนต่างด้าวที่เป็น “คนดี” ช่วยกันแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิด และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
“ผมไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียง ผมทำเพื่อเด็ก เพื่อคนไทยที่เสียประโยชน์ คนดีไม่ว่าจะสัญชาติไหน เราควรอยู่ร่วมกันได้ แต่คนชั่วต้องถูกจัดการ”
โดยตนเตรียมนำข้อมูลที่มีไปมอบให้กรมการปกครองและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อให้รัฐแก้ปัญหาเชิงระบบเรื่องช่องทางลักลอบเข้าเมือง และการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มงวด พร้อมย้ำว่า หากผู้เกี่ยวข้องออกมาขอโทษผ่านสื่ออย่างเดียวโดยไม่แสดงความจริงใจในการพบผู้เสียหายโดยตรง ก็ถือว่ายังไม่เพียงพอ
ท้ายที่สุด เต้ยืนยันว่า จุดยืนของตนไม่ใช่การใช้กำลัง แต่คือการผลักดันให้เกิดความยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เพื่อไม่ให้สังคมไทยตกอยู่ในวงจรความรุนแรงซ้ำซาก
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
