รวบ รปภ. คอนโดฯ ตีเนียนชี้เป้าให้เพื่อนขโมยรถ แลกเงินค่าจ้าง-ยาบ้าเสพ

แผนเหนือเมฆแต่วงแตกจนมุมกล้องวงจรปิด! ตำรวจ สน.สุทธิสาร แท็กทีมจับกุม รปภ. คอนโดฯ แสบ ตีเนียนสมัครงานพาร์ทไทม์บังหน้า คอยส่องหารถจักรยานยนต์จุดอับสายตา-เจ้าของลืมเสียบกุญแจคาไว้ ก่อนถ่ายรูปแชทชี้เป้าให้เพื่อนสาวร่วมแก๊งมาขโมยเข็นหนี แลกค่าจ้างครั้งละ 3,000 บาท หรือเปลี่ยนเป็นยาบ้าเอามาเสพแก้เสี้ยน สุดท้ายไม่รอด โดนชุดสืบสวนตามแกะรอยกล้องวงจรปิดไล่ล่าไปจนถึงรังบดานย่านคลองสามวา

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร และ พ.ต.ท.สุรพันธ์ พันเปี่ยม รอง ผกก.สส.สน.สุทธิสาร ได้ร่วมกันสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.สุทธิสาร นำกำลังบุกเข้าทำการจับกุมตัว น.ส.ปาริฉัตรอายุ 33 ปี และ นายกษิดิศ อายุ 36 ปี สองผู้ต้องหาขบวนการลักทรัพย์ข้ามถิ่น

โดยจับกุมได้พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ สีดำ ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร”
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ว่ารถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ สีดำ ที่จอดไว้บริเวณหน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ภายในซอย 20 มิถุนา แยก 5 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ได้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย หลังรับแจ้งเหตุ

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่แกะรอยตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีอย่างละเอียด จนกระทั่งพบเบาะแสสำคัญทอดยาวไปถึงหน้าบ้านเลขที่ 37/512 ซอยหทัยราษฎร์ 39 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งจอดอยู่โดยไม่มีการติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบ

โดยมี น.ส.ปาริฉัตร แสดงตัวเป็นเจ้าของรถ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เช็กเลขตัวถังรถกลับพบว่าไม่ตรงกับชื่อผู้ครอบครอง จึงนำตัวมาเค้นสอบจนยอมเปิดปากสารภาพว่าไปขโมยมาจากคอนโดฯ ย่านสุทธิสาร โดยมี นายกษิดิศ ซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รภป.) ของคอนโดฯ ดังกล่าว เป็นคนส่งซิกและสั่งการให้มาเอารถไป

จากการขยายผลสอบปากคำ นายกษิดิศ รปภ.แสบรายนี้ ให้การรับสารภาพถึงพฤติกรรมสุดแสบว่า ตนเองจะคอยส่องหางานตามโลกโซเชียลที่โพสต์รับสมัครพนักงาน รปภ.ชั่วคราว (พาร์ทไทม์) ตามคอนโดมิเนียมต่างๆ เมื่อได้งานทำแล้วก็จะแฝงตัวทำหน้าที่บังหน้า ได้ค่าจ้าง รปภ. ครั้งละ 500-600 บาท แต่งานหลักแฝงที่แท้จริงคือการเป็นมิจฉาชีพ คอยเดินสอดส่องหารถจักรยานยนต์ของลูกบ้านที่จอดไว้ในจุดปลอดสายตาคน หรือรถที่เจ้าของเผลอเรอเสียบกุญแจทิ้งคาไว้
จากนั้นจะแอบถ่ายรูปส่งไลน์ไปชี้เป้าให้ น.ส.ปาริฉัตร เพื่อนสาว เดินทางมาเข็นและขับขี่ออกไปจากพื้นที่ โดยตนจะได้ค่าจ้างชี้เป้าครั้งละ 3,000 บาท หรือบางครั้งหากเงินขาดมือก็จะขอแลกเปลี่ยนเป็นยาบ้าเพื่อเอามาเสพแทนเงินสด ล่าสุดจากการเช็กประวัติอาชญากรรมพบว่า นายกษิดิศ อยู่ระหว่างการหลบหนีหมายศาลในคดียาเสพติด และ น.ส.ปาริฉัตร ก็เคยมีประวัติถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้วเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
