“สส.วิโรจน์”บุกร้องดีเอสไอรื้อคดี“ผู้กำกับเบิ้ม”เข้าข่าย“พรบ.อุ้มหาย”สงสัยถูกกดดันจนปลิดชีพตัวเอง!

“สส.วิโรจน์” พรรคก้าวไกล บุกร้อง “ดีเอสไอ” รื้อแฟ้มคดีการตาย “ผู้กำกับเบิ้ม” หลังสงสัยเข้าข่าย “พ.ร.บ.อุ้มหาย” เหตุถูกคุมตัวเข้มในโรงแรม-สั่งยึดมือถือ ก่อนพบมีส่วนโยงส่วยรถบรรทุกมูลค่า 20,000 ล้านบาทต่อปี
จากกรณีที่ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ หรือ “ผู้กำกับเบิ้ม” ผกก.2 บก.ทล. ที่ใช้อาวุธปืนปลิดชีพในบ้านพักย่านคูคต จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยสาเหตุอาจมาจากความเครียด ที่ พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.กก.2 บก.ทล. หรือ “สารวัตรแบงก์” ผู้ใต้บังคับบัญชาถูกนายธนัญชัย หมั่นมาก หรือ “หน่อง ท่าผา” ลูกน้องคนสนิทของนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ “กำนันนก” ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตที่บ้านพักใน จ.นครปฐมนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ย.66 ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไธสงค์ หรือ “ผู้กำกับเบิ้ม” อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 โดยมี น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นตัวแทนรับเรื่อง
นายวิโรจน์ กล่าวว่า สำหรับการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. หรือ ผู้กำกับเบิ้ม ตนมองเห็นหลายประเด็นที่น่าสนใจสงสัยคาแคลงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในวันที่ 10 ก.ย. ต่อเนื่องช่วงเช้ามืดวันที่ 11 ก.ย. ที่ได้ควบคุมตัวผู้กำกับเบิ้ม ชั่วคราวไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี อาจเข้าข่ายมีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ หรือไม่ เพราะมีข้อสงสัยตามการรายงานของสื่อสารมวลชน หลายประเด็น เช่น ก่อนที่เจ้าตัวจะปลิดชีพตัวเอง ณ บ้านพักย่านคูคต จ.ปทุมธานี
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา ผู้กำกับเบิ้ม ถูกพาตัวไปพักที่โรงแรมและถูกยึดโทรศัพท์มือถือ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าหน้าห้องพักและบริเวณโรงแรมอีกด้วย กระทั่งเวลา 04.00 น. ผู้กำกับเบิ้ม ต้องหนีกลับบ้านพักโดยออกทางบันไดหนีไฟ ดังนั้นถ้า ผู้กำกับเบิ้ม ไม่ได้ถูกควบคุมตัว หรือถูกจำกัดเสรีภาพไว้ เหตุใดเจ้าตัวไม่ออกทางประตูโรงแรมปกติ แต่กลับออกทางประตูหนีไฟและโบกแท็กซี่ออกไปจากโรงแรม อีกทั้งตนอยากทราบว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ มีการกระทำใดที่เข้าข่ายทำให้ผู้กำกับเบิ้ม รู้สึกทรมานแก่จิตใจหรือไม่เป็นการย่ำยีทรมานหรือไม่ โดยเฉพาะการพาผู้กำกับเบิ้ม ไปนอนพักที่โรงแรมไม่พากลับบ้านพัก ได้มีการแจ้งให้ญาติหรือครอบครัวเจ้าตัวทราบหรือไม่ มิเช่นนั้นจะถือเป็นการปกปิด ซึ่งจะเข้าตามการกระทำความผิดในมาตรา 7 ตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ตนจึงประสงค์ให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเสียชีวิตของผู้กำกับเบิ้ม ต้องยอมรับว่ามีส่วนโยงใยเกี่ยวพันกับส่วยรถบรรทุก โดยมีข้อมูลว่ามีมูลค่าการคอร์รัปชั่นสูงถึง 20,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงข้อสงสัยของประชาชนจำนวนมากที่ยังมีต่อข้าราชการนายตำรวจระดับสูง เพราะเป็นคดีที่มีความซับซ้อนกระทบต่อความมั่นคง ดังนั้น หากลักษณะพฤติการณ์เข้าข่ายเกี่ยวพันไปกับเรื่องส่วยรถบรรทุก ทางดีเอสไอก็สามารถรับการสืบสวนดังกล่าวเป็นคดีพิเศษได้ ตนหวังว่าจะดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะอย่างเหตุการณ์ล่าสุดที่ผ่านมา กรณีของรถบรรทุกของเสี่ยบิ๊ก ได้เหยียบพื้นคอนกรีตบนถนนสุขุมวิท 64/1 จนพื้นทรุด กลับมีเจ้าที่ตำรวจระดับสูงรายหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นบุคคล รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. แต่อย่างใด ได้ออกมายืนกรานว่ารถบรรทุกคันดังกล่าวพร้อมกับสติกเกอร์ อักษร B สีเขียวไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วยรถบรรทุก ซึ่งตนมองว่าเป็นการสรุปที่รวดเร็วเกินไป หากจะอ้างว่าเป็นสติกเกอร์ที่เกี่ยวกับเรื่องเสริมดวงชะตา ตนแนะนำว่าให้เปลี่ยนหมอดูใหม่ และเมื่อตำรวจไม่สามารถอยู่ในสถานะที่ประชาชนไว้เนื้อเชื่อใจได้ หรือสามารถอำนวยความยุติธรรมได้ คงต้องหวังพึ่งดีเอสไอในการจัดการเรื่องนี้
นายวิโรจน์ กล่าวถึงสาเหตุที่เข้ายื่นเรื่องในวันนี้ว่า ตนได้พิจารณาอย่างรอบคอบต่อ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ มันสามารถทำให้เห็นได้ว่ากรณีการเสียชีวิตของผู้กำกับเบิ้ม ที่ได้ถูกยึดโทรศัพท์มือถือ และยังถูกพาไปนอนที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อนหลบหนีออกทางช่องหนีไฟ และก่อเหตุปลิดชีพตัวเอง พอเอากฎหมายมาทบทวนมากางดูจึงมองว่ามันเข้าข่ายที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการคุมขังกักตัวไว้โดยไม่ชอบธรรม จึงต้องมาร้องทุกข์ในวันนี้ เพื่อให้ดีเอสไอตรวจสอบเชิงลึก และพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าผู้กำกับเบิ้ม ได้ถูกพาไปห้องพักที่โรงแรมแห่งนี้โดยสมัครใจหรือไม่ ทั้งต้องสืบสวนและสอบสวนถึงสาเหตุการยึดโทรศัพท์มือถือและการให้ตำรวจเฝ้าหน้าห้อง ทั้งๆที่ก็เป็นเพื่อนร่วมวิชาชีพเดียวกัน
นายวิโรจน์ กล่าวยืนยันว่า อย่างไรตนก็ยังเชื่อในผลของการชันสูตรพลิกศพว่าเจ้าตัวก่อเหตุปลิดชีพตัวเองด้วยอาวุธปืน แต่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้คือสิ่งสำคัญ ว่ามีเรื่องใดไปมีผลต่อการสร้างความทรมานต่อจิตใจหรือเป็นไปโดยกดดันอย่างมากหรือไม่ เพราะหากมองเรื่องการถูกติติงของเพื่อนร่วมงานที่เป็นสาเหตุของการพาสารวัตรแบงก์ไปเสียชีวิต ตนมองว่าอาจจะไม่ได้มีผลหรือเป็นชนวนเหตุขนาดนั้น แต่ตนมองในเรื่องของรายละเอียดทางคดีมากกว่าว่ามีการปกปิดข้อเท็จจริงหรือข้อมูลในเรื่องอื่น ทั้งนี้ สำหรับประเด็นที่ตนมายื่นร้องทุกข์ต่อดีเอสไอในวันนี้ ตนยังไม่เคยมีการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงสาเหตุทั้งหมด จึงขอให้เป็นหน้าที่ของดีเอสไอดำเนินการแทน และขอให้ดีเอสไอไปค้นหาพยานหลักฐานพวกภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม สำหรับใช้ในการพิสูจน์หาข้อเท็จจริงเพราะอายุความไม่ได้มีการจำกัดไว้ และต้องให้ความเป็นธรรมต่อบุคคลที่ถูกทรมาน.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
