1708058873404

1708058873404

“อดีตผู้การชลบุรี” เข้ารับทราบข้อหา “พ.ร.บ.อุ้มหายฯ” ด้าน “รองอธิบดีอัยการ” หัวหน้าคณะทำงานฯ เผย ประชุมใหญ่นัดนี้พร้อมสรุปแจ้งข้อหาทุกคน คาดสรุปสำนวนส่งได้เร็วกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 16 ก.พ.67 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เดินทางเข้ารับทราบข้อหาเพิ่มเติม กับคณะพนักงานสอบสวนในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ และความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากคดีรีดทรัพย์เจ้าของเว็บพนัน 140 ล้านบาท หรือ คดี “เป้รักผู้การ” หลังได้มีการขอเลื่อนมาจากเมื่อวันที่ 12-13 ก.พ.ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า ยังมีผู้ต้องหาที่ยังไม่เข้ารับทราบข้อหาอีก 4 คน โดยในจำนวนนี้มี 3 คนเลื่อนจากก่อนหน้ามาเป็นวันนี้ คือ พล.ต.ต.กัมพล หรือ “อดีตผู้การชลบุรี” ซึ่งมาแล้ว กับนาย “บอย พัทยา” และลูกน้องนายบอยอีก 1 คน ซึ่งได้นัดหมายไว้เวลาประมาณ 14.00 น. โดยหากภายใน 16.00 น. หากไม่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ก็จะดำเนินการออกหมายจับ

ด้านนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน หัวหน้าชุดคณะทำงานตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน เปิดเผยว่า ในวันนี้คณะทำงานทั้งฝ่ายตำรวจและอัยการ จะประชุมใหญ่สรุปการแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทุกคน และประชุมแนวทางการสรุปสำนวน ว่าคณะทำงานเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหารายใดบ้าง หรือไม่ฟ้องอย่างไร และจะสรุปสำนวนแล้วเสร็จเมื่อไหร่อย่างไร โดยคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้เร็วกว่ากำหนดการเดิม 60 วันที่คาดการณ์ไว้ตอนแรก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ต้องหาบางส่วนยื่นร้องขอความเป็นธรรมมาจะพิจารณาอย่างไร นายวัชรินทร์ บอกว่า คณะทำงานชุดนี้ ซึ่งมีพล.ต.ท.อัคราเดช เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ร่วมกับคณะทำงานของอัยการ ถือเป็นคณะทำงานที่ให้ความเป็นธรรมเต็มที่กับทั้งผู้ต้องหาและผู้เสียหาย ไม่ได้รับฟังพยานหลักฐานแต่เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นผู้ต้องหาสามารถยื่นพยานหลักฐานเข้ามาได้ทั้งหมด หากเป็นพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อคดี

แต่หากเป็นการยื่นขอความเป็นธรรมในประเด็นเดิม หรือไม่มีประเด็นสำคัญ เช่นการอ้างว่าผู้ต้องหาคดีนี้เป็นข้าราชการ ดังนั้นคณะทำงานชุดนี้ไม่มีอำนาจการสอบสวน แต่เป็นอำนาจของ ป.ป.ช. แต่จริงๆ แล้ว แม้จะมีความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงาน แต่หากมีความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ พนักงานสอบสวนก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพียงแต่ต้องแจ้งให้ ป.ป.ช.ทราบ ดังนั้นประเด็นลักษณะนี้เป็นการตีความข้อกฎหมายที่คณะทำงานพิจารณาได้ จึงไม่มีประเด็นให้ต้องสอบสวนเพิ่ม

แต่หากอ้างพยานหลักฐานอื่น เอกสารอื่นเข้ามา คณะทำงานยินดีที่จะรับฟัง ยกตัวอย่าง เช่น กรณีตำรวจไซเบอร์ 2 นายที่ตกเป็นผู้ต้องหาความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงานจากคดีนี้ แต่ไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ เพราะทั้ง 2 นายไม่ได้เดินทางไปที่จังหวัดชลบุรี คณะทำงานก็ได้ออกหมายเรียกไปเพราะมีความจำเป็นต้องแจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในบางประเด็นให้ครบถ้วน ตำรวจไซเบอร์ทั้ง 2 นายก็มาให้การตามนัด ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและยื่นพยานเอกสารเพิ่มเติมให้คณะทำงานด้วย ซึ่งคณะทำงานก็รับไว้พิจารณา.

 

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888