“ทนายกฤษฎา”แจ้งความ“ตำรวจปปป.”เอาผิด“3นายตำรวจปทุมธานี”ออกหมายจับคดีปลอมเช็คมิชอบ!

“ทนายกฤษฎา” โร่พบ “ตำรวจ ปปป.” แจ้งความเอาผิด “3 นายตำรวจปทุมธานี” ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ออกหมายจับคดีปลอมเช็ค ขัดต่อหลักกฎหมาย
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 ม.ค.67 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) นายกฤษฎา อินทามระ หรือ “ทนายปราบโกง” เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.หญิง จุฬามณี เทพวงษ์ษา สว .(สอบสวน) กก.2.บก.ปปป. เพื่อแจ้งเอาผิด นายตำรวจยศ “พ.ต อ.” จำนวน 3 นาย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
นายกฤษฎา กล่าวว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อนำหลักฐานในคดีตรวจสอบการออกเลขบ้านกระต๊อบหรือขนำบนเกาะโหลน จ.ภูเก็ต โดยมิชอบ มามอบให้กับพนักงานสอบสวน บก.ปปป. พร้อมสอบถามความคืบหน้าทางคดี ภายหลังเสร็จสิ้นขณะกำลังจะเดินทางกลับได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย เดินมาหาตนก่อนแสดงหมายจับของศาลจังหวัดปทุมธานี จ.203/2563 ลงวันที่ 15 ธ.ค.2563 ข้อหา ปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอม อันมีโทษจำคุกถึง 10 ปี ให้ตนดู แล้วเข้าทำการจับกุมตัวในทันที จากนั้นจึงนำตัวไปทำบันทึกจับกุม ก่อนประสานตำรวจกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี (บก.ภ.จว.ปทุมธานี) มารับตนเพื่อไปส่งที่ สภ.เมือง จ.ปทุมธานี เจ้าของคดี ก่อนที่ตนจะประกันตัวออกมาในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 100,000 บาท

นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า จากเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้ในวันนี้ตนจึงต้องออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเอง โดยใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับนายตำรวจ ยศ พ.ต.อ.ทั้งสามนาย ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกหมายจับ เนื่องจากนายตำรวจทั้งสามนายไม่ปฎิบัติตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 419/2556 เรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวนการสอบสวนและมาตรการควบคุมตรวจสอบเร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา ในประเด็นการทำสำนวนการสอบสวน โดยคำสั่ง ตร.ที่ 419/2556 กำหนดไว้ว่าเมื่อได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ให้รวบรวมเอกสารต่างๆในการสอบสวนรวมเข้าไว้ในสำนวนการสอบสวน ถ้าเป็นสิ่งของอื่นให้ทำบัญชีรายละเอียดไว้ด้วยโดยจัดทำเป็นบันทึกรายละเอียดพยานของกลาง ซึ่งในกรณีนี้ก็คือตั๋วเงินปลอม แต่ตำรวจทั้งสามนายกลับทำสำนวนการสอบสวนโดยไร้ซึ่งของกลาง ตั๋วเงินปลอมที่กล่าวหาว่าตนเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอมในคดีนี้
“จึงมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง ตร.ที่ 419/2556 ถือเป็นการปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต โดยมีเจตนาพิเศษต้องการให้ตนได้รับโทษหนักขึ้นเพราะ ข้อหาปลอมตั๋วเงินมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี ส่วนประเด็นการอออกหมายจับมั่นใจว่าเป็นการใช้วิชาเดิมๆในการร้องขอให้ศาลออกหมายจับโดยการอ้างต่อศาล ว่าเป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกสูงเกินสามปีสามารถเสนอศาลให้ออกหมายจับได้โดยไม่ต้องมีหมายเรียกก่อน”

นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า ทั้งที่ในความเป็นจริงคดีตั๋วเงินปลอมดังกล่าว ตนเป็นผู้นำพยานบุคคล 4-5 ปากไปให้การกับ ผกก.ทั้งสามนายสอบปากคำ ส่วนตัวตนก็ไปให้การเป็นพยานด้วย โดยเฉพาะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ตนก็ประสานความร่วมมือกับตำรวจ สภ.เมือง จ.ปทุมธานี พาผู้ต้องหาที่ 1 ไปที่ สภ.เมือง และพาตัวไปส่งตัวให้พนักงานอัยการ จังหวัดปทุมธานีในวันเดียวกันด้วย แต่ตนก็ไม่ถูกจับกุมตามหมายจับ ทั้งที่หมายจับได้ออกมาก่อนแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.63 นานร่วม 2 เดือน จึงแสดงให้เห็นว่าการออกหมายจับตนนั้น ผกก.ทั้งสามนายต้องการกลั่นแกล้งให้ตนได้รับความเสียหายเป็นกรณีพิเศษ เชื่อมโยงไปถึงข้อความในหมายจับซึ่งตำรวจใช้อ้างต่อศาลเป็นประจำคือ น่าเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี น่าเชื่อว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยาน ศาลจึงออกหมายจับให้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตนก็ทำงานตามปกตินับตั้งแต่มีหมายจับฉบับนี้ออกมา โดยเฉพาะสื่อมวลชนก็มีการเสนอข่าวการทำหน้าที่ในการปราบปรามเจ้าหน้าที่รัฐหลายคดีนับตั้งแต่ปี 65-66 และเป็นข่าวไปทั่วประเทศ มีผู้สนใจติดตามข่าวการทำหน้าที่ของตนในการปราบปรามการทุจริตภาครัฐจำนวนมาก
“ดังนั้น พฤติการณ์ของ ผกก.ทั้งสามนายที่มีการร้องขอต่อศาลให้ออกหมายจับในครั้งนี้จึงมีข้อพิรุธอย่างยิ่ง ดังนั้นเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหาโดยไม่เป็นธรรมแบบนี้เรื่อยไป ตนจึงต้องแจ้งความร้องทุกข์ที่ บก.ปปป.ดำเนินคดีกับ ผกก.ทั้งสามนายในข้อหาตามมาตรา 157 ให้ถึงที่สุด” นายกฤษฎากล่าวย้ำ
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้แจ้งความพร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆที่นำมามอบให้ ก่อนส่งเรื่องต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
