อยากได้ชีวิตน้องสาวคืนมา! นางจุ๋ม พี่สาวป้าเทียมร่ำไห้เปิดใจสุดช็อก.. หลังน้องสาวเซ่นเหตุรถไฟชนรถเมล์

น้ำตานอง! พี่สาว "ป้าเทียม" แม่บ้านใจบุญเสาหลักครอบครัว เหยื่อโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์สาย 206 ร่ำไห้แทบขาดใจเปิดใจผ่านวิดีโอคอลสุดท้ายเผยลางสังหรณ์ใบหน้าหมองคล้ำ ลั่น "อยากได้ชีวิตน้องสาวคืนมา" ตั้งคำถามจี้ใจดำพนักงานขับรถไฟตอนชนใจไปอยู่ที่ไหน ทำไมฝ่าสัญญาณไฟและธงแดงโบกห้ามระห่ำจนพาคนไปตายถึง 8 ศพ ด้านผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ "นายอนุรัตน์" รับบัญชาการด่วนดิ่งลงพื้นที่ปลอบขวัญครอบครัว มอบเงินเยียวยาเบื้องต้นก่อนหามร่างกลับมาบำเพ็ญกุศลบ้านเกิด

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศที่บ้านกระต่ายด่อน ตำบลสมอ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและความโศกเศร้าอาลัย หลังรับทราบข่าวร้ายกรณี นางเทียม พวงยอด อายุ 57 ปี หญิงชาวศรีสะเกษที่เดินทางไปสู้ชีวิตทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่กรุงเทพมหานครนานกว่า 40 ปี ต้องมาจบชีวิตลงอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุขบวนรถไฟชนรถโดยสารประจำทางสาย 3-30 (สาย 206) บริเวณจุดตัดแยกอโศก-เพชร ถนนกำแพงเพชร 7 กรุงเทพมหานคร โดยล่าสุด ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายด่วนให้ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่ไปยังบ้านพักของผู้เสียชีวิตเพื่อปลอบขวัญ มอบถุงยังชีพ และเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นแก่ครอบครัวทันที พร้อมกำชับผู้นำท้องถิ่นให้ดูแลการจัดงานศพอย่างใกล้ชิด

ด้าน นางจุ๋ม อายุ 59 ปี พี่สาวคนที่ 2 ของป้าเทียม เปิดเผยทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า น้องสาวเป็นคนขยัน อดทน และรักครอบครัวมาก ส่งเงินมาจุนเจือทางบ้านโดยตลอดตั้งแต่อายุ 15 ปี ในวันเกิดเหตุน้องสาวกำลังนั่งรถเมล์สาย 206 เพื่อเดินทางกลับห้องพักตามปกติ โดยก่อนเกิดเหตุเพียง 1 ชั่วโมง (เวลาประมาณ 14.00 น.) ตนและน้องสาวยังได้วิดีโอคอลพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน น้องสาวยังพูดติดตลกว่า “ถ้าถูกรางวัลที่ 1 จะเอาเงินมาให้พี่” แต่สิ่งที่เป็นตราบาปสะกิดใจตนคือระหว่างคุยเห็นใบหน้าน้องสาวหมองคล้ำดำสนิทผิดปกติ คล้ายเป็นลางร้ายบอกเหตุ พอเวลา 15.00 น. โทรหาอีกสายก็ตัดไป จนกระทั่งบ่าย 4 โมงเย็นเห็นข่าวมรณะรถไฟชนรถเมล์ และมีรายชื่อน้องสาวเป็น 1 ใน 8 ผู้เสียชีวิต ตนช็อกจนทำอะไรไม่ถูก

นางจุ๋ม ยังได้ตั้งคำถามสะเทือนใจทวงถามถึงจิตสำนึกและการทำงานของพนักงานขับรถไฟเมาสสาร..เอ้ย พนักงานขับรถไฟที่ตรวจพบสารเสพติดว่า เหตุใดถึงไม่ยอมชะลอหรือหยุดรถ ทั้งที่มีสัญญาณเตือนภัยรอบทิศและมีพนักงานภาคพื้นดินโบกธงแดงห้ามอย่างชัดเจน “ตอนนี้สิ่งที่อยากได้มากที่สุด คืออยากได้ชีวิตน้องสาวกลับคืนมา การสูญเสียครั้งนี้มันโหดร้ายเกินไป อยากถามคนขับรถไฟว่า ตอนขับรถใจมึงไปอยู่ที่ไหน ทำไมไม่เห็นสัญญาณเตือน ไม่เห็นธงแดงโบกห้าม ถ้าระมัดระวังมากกว่านี้คนบริสุทธิ์คงไม่ต้องมาตาย” ทั้งนี้ รายงานเพิ่มเติมระบุว่า ญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลและตรวจดีเอ็นเอ (DNA) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถเคลื่อนย้ายร่างป้าเทียมกลับมาบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดศรีสะเกษได้ภายในวันพุธหรือวันพฤหัสบดีนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านที่เรียกร้องให้รัฐบาลยกเครื่องระบบจุดตัดรถไฟมรณะทั่วประเทศเสียที
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
