สะเทือนใจ!แม่แท้ๆจ้างวานสามีใหม่และเพื่อนสังหารลูกชายตัวเองเหตุสุดทนถูกลูกติดยาทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ

วันที่ 17 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจเมื่อแม่แท้ๆจ้างวานสามีใหม่และเพื่อนลงมือฆาตกรรมลูกชายของตนเอง โดยชนวนเหตุมาจากความทุกข์ทรมานใจอย่างแสนสาหัสที่ลูกชายติดยาเสพติด และมักจะทำร้ายร่างกายเธอเป็นประจำเมื่อไม่ได้เงินไปซื้อยา เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พ.ค.68 ที่ผ่านมา เมื่อพบศพนายพรชัย อายุ 27 ปี ถูกยิงเสียชีวิตในกระท่อมนา บ้านหนองบัวบาน ต.สุ่มเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ในตอนแรก น.ส.เพ็ญศรี อายุ 55 ปี ผู้เป็นแม่ ได้แสดงท่าทีโวยวายไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำศพลูกชายไปชันสูตร จนกระทั่งมีการปะทะคารมกันเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะยินยอมในที่สุด

หลังการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือนายสมภักดิ์ หรือสม อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของผู้ตาย และนายสังคม หรือสัง อายุ 53 ปี เพื่อนของพ่อเลี้ยง โดยมีอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอกเป็นของกลาง ต่อมา เมื่อวันที่ 16 พ.ค.68 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เศกสันต์ ฤาเวทย์ รอง ผกก.สส.สภ.เพ็ญ นำกำลังจับกุม นางเพ็ญศรี (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี แม่ผู้เสียชีวิต เพิ่มอีก 1 ราย ตามหมายศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 173 /2568 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2578 โดยกล่าวหา “เป็นผู้ใช้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”

จากการสอบสวน นายสังคม มือปืน ให้การว่าได้รับการว่าจ้างจาก น.ส.เพ็ญศรี และนายสมภักดิ์ เป็นเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อสังหารนายพรชัย สาเหตุเนื่องจาก น.ส.เพ็ญศรี ทนทุกข์กับการถูกลูกชายทำร้ายร่างกายแทบทุกวัน เมื่อขอเงินซื้อยาเสพติดไม่ได้ก็จะถูกทุบตี เธออดทนกับพฤติกรรมดังกล่าวมานานหลายปี จนกระทั่งครั้งนี้สุดที่จะทนได้

นายสังคมเล่าว่า ตนซึ่งเป็นเพื่อนกับนายสมภักดิ์ ได้ล่อลวงให้นายพรชัยมาที่ทุ่งนาโดยอ้างว่าจะให้มาซ่อมรถซาเล้ง เมื่อมาถึง นายสมภักดิ์ได้กระซิบสั่งให้ลงมือ ตนจึงชักปืนยิงนัดแรกถูกแก้ม จากนั้นยิงซ้ำที่หน้าผากเป็นนัดที่สอง และเมื่อนายสมภักดิ์บอกว่ากลัวยังไม่ตาย ตนจึงยิงซ้ำที่หน้าอกอีกหนึ่งนัด รวมเป็นสามนัด
ภายหลังการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต” แก่ผู้ต้องหาทั้งสามราย

ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกสงสารผู้เป็นแม่ และเข้าใจถึงความเหลืออดที่ต้องจ้างวานให้ผู้อื่นมาฆ่าลูกชายของตนเอง เนื่องจากทนทุกข์กับการถูกลูกชายที่ติดยาเสพติดทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ พวกเขาฝากถึงนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทบทวนและแก้ไขกฎหมาย โดยมองว่าผู้เสพยาคือผู้ป่วยที่ควรได้รับการบำบัดรักษาอย่างจริงจัง หากปล่อยให้ผู้ป่วยเหล่านี้อยู่ร่วมกับสังคมและครอบครัว อาจนำไปสู่ปัญหาความรุนแรงที่น่าเศร้าเช่นนี้ได้อีก
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
