ศาลอาญาสั่งไม่ถอนประกันทนายตั้ม คดีพี่อ้อย ตั้งเงื่อนไขห้ามพาดพิงพยาน

ศาลอาญาสั่งยกคำร้อง "ไม่ถอนประกัน" ทนายตั้ม คดีฉ้อโกงพี่อ้อย ชี้เหตุผลยังไม่เพียงพอ แต่ดัดหลังงัด 3 เงื่อนไขเหล็ก ห้ามปากพล่อยพาดพิงพยาน-วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมเด็ดขาด เจ้าตัวชูสองนิ้วยิ้มร่าซาบซึ้งพระคุณศาล รีบดิ่งไปงานรับปริญญาลูก ด้าน "ทนายปุย" แถลงพอใจมาตรการชี้เป็นบรรทัดฐานสังคม
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้ออกนั่งบัลลังก์นัดฟังคำสั่งชี้ขาด ในกรณีที่ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วย น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ "ทนายปุย" ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก นางจตุพร อุบลเลิศ หรือ "พี่อ้อย" ร่วมกันยื่นคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) ของ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" จำเลยในคดีข้อหาฉ้อโกง โดยระบุพฤติการณ์ว่าจำเลยได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนพาดพิงและกดดันพยานสำคัญในคดีอันเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขศาล
ล่าสุด ศาลอาญาพิเคราะห์แล้วมีคำสั่งให้ "ยกคำร้อง" ขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวดังกล่าว โดยศาลเห็นว่าในชั้นนี้ยังไม่มีเหตุผลความจำเป็นเพียงพอที่จะเพิกถอนการประกันตัวของจำเลย อย่างไรก็ตาม เพื่อความเรียบร้อยในกระบวนการยุติธรรม ศาลได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมขั้นเด็ดขาด ห้ามจำเลยให้สัมภาษณ์ แสดงความคิดเห็น หรือวิพากษ์วิจารณ์องค์กรตุลาการและกระบวนการยุติธรรมในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหาย รวมถึงห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือให้สัมภาษณ์ถึงพยานหลักฐานและพยานบุคคลในสำนวนคดีข่มขู่พยานทั้งสองรายอย่างเด็ดขาด โดยภายหลังรับทราบคำสั่ง นายษิทราได้เดินลงมาจากอาคารศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมชูสองนิ้วให้แก่สื่อมวลชน
นายษิทรา หรือ ทนายตั้ม เปิดเผยความรู้สึกว่า ตนรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณในความเมตตาของศาลที่พิจารณาตามข้อกฎหมาย ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล็กของศาลอย่างเคร่งครัด โดยรับปากจะไม่เอ่ยถึงเนื้อหาคดีหรือพยานอีก และขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดซักถามเชิงลึกนับจากนี้ ส่วนประเด็นข้อหาดูหมิ่นศาลและข้อหาละเมิดอำนาจศาลที่ทางโจทก์ร่วมยื่นมานั้น ศาลได้ตีตกไปทั้งหมดโดยไม่ต้องไต่สวน โดยชี้ว่าหากจะฟ้องข้อหาดูหมิ่นศาลต้องไปดำเนินการแยกเป็นคดีใหม่ตามกระบวนการ ยอมรับว่าวันนี้รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากเพราะตรงกับวันที่บุตรของตนสำเร็จการศึกษาพอดี จึงตั้งใจจะรีบเดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับครอบครัวทันที
ขณะที่ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ ทนายปุย ทนายความฝ่ายพี่อ้อย เปิดเผยว่า ผลคำสั่งในวันนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าคำร้องที่ฝ่ายตนยื่นไปนั้นมีมูลความจริง ศาลจึงได้ทำการตักเตือนพฤติกรรมของจำเลยภายในห้องพิจารณาคดี พร้อมทั้งสั่งห้ามจำเลยยุ่งเกี่ยวหรือข่มขู่พยานบุคคลทั้งสองราย ซึ่งทางฝ่ายโจทก์ร่วมรู้สึกพอใจกับมาตรการควบคุมและเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ศาลกำหนด และจะไม่ยื่นอุทธรณ์คำสั่งนี้แต่อย่างใด เนื่องจากเห็นว่าเป็นมาตรการที่เหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม และสร้างบรรทัดฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของนักกฎหมายสืบไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
