“สืบนครบาล”ปูพรมค้น14จุด4จังหวัดล่าทีมยิง“น้องหยอด-ครูเจี๊ยบ”รวบ“12เด็กช่างกล”สอบเครียด!

“สืบนครบาล” เปิดปฎิบัติการนำหมายค้นบุก 14 จุด “กรุงเทพ - นนทบุรี -ปทุมธานี -สมุทรปราการ” ล่าตัว “วิน – เลาะ” ทีมยิง “น้องหยอด – ครูเจี๊ยบ” ก่อนจับ “12 เด็กช่างกล” พร้อมของกลางมีด ปืน กระสุน พบ 1 ใน 12 เอี่ยวคดี
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.66 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูสสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. สั่งการให้ชุดสืบสวนนครบาล ทลายกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรม ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิง นายธนสรณ์ ห้องสวัสดิ์ หรือ “น้องหยอด” อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และ น.ส.ศิรดา สินประเสริฐ หรือ “ครูเจี๊ยบ” อายุ 45 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ระดับชั้นม.ต้น โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา
สำหรับปฎิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นช่วงเช้ามืด โดยการนำหมายค้นเข้าตรวจค้นทั้งในพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑล รวม 14 จุด จับกุมผู้ต้องหารวม 12 ราย ประกอบด้วยตัวผู้ต้องหา 12 คน 1.นายชนัญชิต แสงจันทร์ (แป๊ปซี่) อายุ 21 ปีชาว จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1192/2566 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ซ่องโจร)” โดยนายแป็ปซี่ เป็นบุคคลที่ไปเยี่ยมเพื่อนที่ถูกจับชุดแรก ที่สน.ทุ่งมหาเมฆ และกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับแพะ (สวมเสื้อสีเทา คลุมหัว กางเกงดำแถบแดง) 2.นายจิรเมธ นามณรงค์ อายุ 20 ปี ชาว.จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1191/2566 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ซ่องโจร)”

3.นายกันตพงศ์ พรมพิทักษ์ อายุ 28 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1193/2566 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ซ่องโจร)” 4.นายขจรศักดิ์ แต้มชัยภูมิ อายุ 25 ปี ชาวจ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1195/2566 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ซ่องโจร)” 5.นายกรกฎ ตื้อแอ้ อายุ 20 ปี ชาวจ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1196/2566 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ซ่องโจร)” 6.นายสุขสันต์ กองแก้ว อายุ 22 ปี ชาว จ.กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1197/2566 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ซ่องโจร)” 7.นายชุมนุมโชค เอี่ยมปาน อายุ 21 ปี ชาวจ.นนทบุรี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1199/2566 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ซ่องโจร)”
8.นายนครินทร์ นาคิน อายุ 29 ปี ชาว จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1201/2566 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ซ่องโจร)” 9.น.ส.อัญญารัตน์ ทองสุข อายุ 24 ปี ชาวจ.กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1203/2566 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 66 ข้อหา “สนับสนุนร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” 10.นายธนโชติ บุญสงเคราะห์ อายุ 22 ปี ชาวจ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1204/2566 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 66 ข้อหา “สนับสนุนร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” 11.นายนพวุฒิ เรืองศรี อายุ 25 ปี ชาวจ.กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1074/2566 ลงวันที่ 22 พ.ย. 66 ข้อหา “ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่ง อย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 นี้” และ 12.นายณัฏฐกิตต์ คำเก่า อายุ 33 ปี ชาวจ.สุโขทัย ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1202/2566 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ซ่องโจร)”

พร้อมตรวจยึดของกลาง อาวุธมีด 2 เล่ม เสื้อสถาบัน รวม 11 ตัว ปืนพกออโตเมติก 1 กระบอก และลูกกระสุนขนาด .45 จำนวน 1 กล่อง สำหรับพื้นที่ที่เข้าตรวจค้นมีทั้งหมด 14 แห่ง ตามหมายค้นของศาลอาญาที่ ค.1500/2566 ลงวันที่ 17 ธ.ค. 66 ใน 4 จังหวัดคือ กรุงเทพ-นนทบุรี -ปทุมธานี -สมุทรปราการ
ทั้งนี้สำหรับตัวนายนพวุฒิ ผู้ต้องหาตามหมายจับเก่า ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุในการทำหน้าที่ ชี้เป้า ก่อนที่ 2 ผู้ต้องหาคือ นายอนาวิน แก้วเก็บ และนายอับดุลเลาะ ดือราแม มือยิงและคนขี่รถ จยย.จะก่อเหตุยิงครูเจี๊ยบ และน้องหยอด เสียชีวิต และในกลุ่มผู้ต้องหาอีก 11 รายที่จับกุมตัวได้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังพบว่า นายชนัญชิต หรือ เป๊ปซี่ เป็นบุคคลที่ เคยไปเยี่ยมเพื่อนที่เป็นกลุ่มผู้ต้องหาลอตแรก ในช่วงวันที่ 23 พ.ย. ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ และอ้างว่า ทุกคนที่ถูกตำรวจจับเป็นแพะรับบาป มั่นใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือของนักศึกษาปทุมวันแน่นอน แต่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มคู่อริสถาบันอื่น ที่เคยมีเรื่องบาดหมางนักศึกษาอุเทนถวายยืนยันว่าไม่ได้รวมตัวกันเป็นแก๊งก่ออาชญากรรมแต่รวมตัวกันเพื่อติวหนังสือ พร้อมกับท้าทายให้ไปเจอกันในชั้นศาล และนายชนัญชิต ยังเคยร่วมกันก่อเหตุยิงถล่มงานแต่งงานเมื่อกลางเดือน ส.ค.2565 เหตุเกิดพื้นที่ สน.สุทธิสาร ซึ่งอัยการได้มีคำสั่งฟ้องและส่งตัวผู้ต้องหาไปเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.
ผู้สื่อข่าวได้พยายามเข้าไปสอบถามนายชนัญชิต ว่า ณ วันนี้ยังบอกว่าเป็นการจับแพะอยู่หรือไม่ แต่นายชนัญชิต ไม่ตอบคำถามใดๆ และถูกคุมตัวขึ้นไปสอบปากคำทันที โดยผู้ต้องหาที่ถูกคุมตัว ทุกคนอยู่ในสภาพอิดโรย และเมื่อมาถึงที่ ศูนย์สืบสวนนครบาล ตำรวจก็คุมตัวขึ้นไปทำการสอบปากคำทันทีทั้งนี้ยังพบด้วยว่า ผู้ต้องหาหลายคนที่ถูกคุมตัวมา มีสัญลักษณ์ ฟันเฟืองที่ต้นแขนซ้าย 4 ปั๊มด้วย

ซึ่งการสอบปากคำในครั้งนี้ พล.ต.ต. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.เดินทางมาสอบปากคำด้วยตนเอง เพื่อขยายผล และเร่งล่าตัวมือนายอนาวิน และนายอับดุลเลาะ 2 ผู้ต้องหา ขี่รถ จยย. ที่ยังหลบหนีอยู่ด้วย เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 12 รายยังให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยว่า ระบุว่า พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้สั่งการให้เดินเกมเงียบ ในการปิดเมืองล่ามือปืน ที่ก่อเหตุเมื่อ 11 พ.ย.66 ที่ผ่านมา ที่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนักศึกษาอุเทนถวายและครูเจี๊ยบเสียชีวิต ย่านคลองเตย กทม. ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ได้เปิดปฏิบัติการรอบแรก จับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการต่อเนื่องในการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่ออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ โดยตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ทางตำรวจได้รวบรวมหลักฐานทั้ง พยานบุคคล ,พยานแวดล้อม และพยานวัตถุ จนพบกลุ่มไลน์ของคนกลุ่มร้าย และทราบว่ากลุ่มคนร้ายวางแผนทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ มีการรวบรวมเงินเพื่อเช่าเซฟเฮ้าส์ วางแผนการก่อเหตุ หาปืน หายานพาหนะในการหลบหนี มีการฝึกยิงปืนจากรุ่นพี่ ซึ่งหลักฐานที่ได้มาคนร้ายมีเป้าหมายชัดเจนในการก่อเหตุ อีกทั้งคนกลุ่มนี้จะมีการรับน้องในวันที่ 12 พ.ย. จะต้องมีการก่อเกตุก่อนรับน้อง จึงลงมือก่อเกตุวันที่ 11 พ.ย. โดยมีการตระเตรียมการไว้แล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. จำนวน 14 หมายจับ ร่วมกันสมคบตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำนวน 12 หมายจับ และ ให้การสนับสนุนผู้กระทำความผิด อีก 2 หมาย โดยมีการนำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย ตรวจค้น 14 จุด ทั่วกรุงเทพ และปริมณฑล โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 12 ราย เบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทุกคนยังคงให้การปฏิเสธ ซึ่งทั้งหมดจะให้การอย่างไร ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ก็ต้องไปต่อสู้กันในชั้นศาลต่อไป
ทั้งนี้จากการประชุมกับทั้ง 2 สถาบัน ไม่ได้มีการปล่อยปละละเลย และพยายามหาทางแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพราะกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นองค์กรอาชญากรรม เนื่องจากมีการวางแผนเป็นคั่นตอน ตั้งแต่ก่อนและหลังการลงมือ รวมถึงหากมือใครถูกจับกุมได้ ก็จะมีการรวบรวมเงินกันจ้างทนายในการสู้คดี

ทั้งนี้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ยืนยันว่า วิน กับ เลาะ 2 ผู้ต้องหาในคดียิงครูเจี๊ยบ ที่ยังหลบหนี ตำรวจกำลังไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง จะไม่เลิกไล่ล่าถ้ายังไม่ได้ตัว หากมีใครให้การช่วยเหลือ สนับสนุน พาหลบหนี ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน หรือ ญาติ มีโทษตามกฎหมายทั้งหมด และฝากถึงนักศึกษาทุกคน อยากให้ตั้งใจเรียน หาความรู้ผิดไปแล้วขอให้ปรับตัวแก้ไข ผู้ปกครองก็ต้องใส่ใจดูแลลูกหลานท่านให้ดี ส่วนทางตำรวจมีหน้าที่ระงับเหตุ และจับกุมคนร้ายให้ได้เร็วที่สุด.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
