รวบ 3 ชาวจีนตั้งตัวเป็นที่ปรึกษากฎหมายหลอกเหยื่อแก๊งคอลฯ เงินเข้าบัญชีเดือนแรกกว่า 10 ล้านบาท

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ต.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รองผบช.น. ดูแล ศปอส.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. นายสุธีระ พึ่งธรรม ผู้อำนวยการสำนัก สำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม กสทช. พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ รองผบก.สปพ. พ.ต.ต.ณัฐดนัย บำรุงศรี สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ ร.ต.อ.ณรงค์เดช พิทักษ์ประชาชน รองสว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. และเจ้าหน้าที่งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ร่วมกันตรวจสอบบ้านเลขที่ 77/90 ภายในซอยลาดพร้าว 3 หมู่บ้านกฤติกร แขวงจอมพล เขตจตุจักร ตามหมายงานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ได้นำหมายค้นศาลอาญาที่ 839/2568 ลงวันที่ 22 ต.ค. 68 ลงตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวภายหลังได้รับแจ้งจากสายด่วน 191 มีชายชาวต่างชาติเป็นชาวจีนมาพักอาศัยมีพฤติกรรมอยู่แต่ภายในบ้านเพียงอย่างเดียว

จากการตรวจค้นพบคนจีน 3 คน คือ
นายจาง ไห่หลง (Mr.Zhang Hailong) อายุ 38 ปี หมายเลขพาสปอร์ต EJ6181797
นายหลิว ชุนหยิน (Mr.Liu Shunyin) อายุ 29 ปี หมายเลขพาสปอร์ต E95754406
นายอู๋ จือเฉียง (Mr.Wu Zhiqiang) อายุ 32 ปี
ทั้งหมดเป็นชาวจีน พร้อมของกลาง อุปกรณ์ Phone Farm 4 เครื่อง ชุดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC) 4 เครื่อง Notebooks 4 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 42 เครื่อง เร้าเตอร์ 5 เครื่อง Pocket WiFi จำนวน 1 เครื่อง อุปกรณ์ส่วนควบอื่นๆ เช่น คีย์บอร์ด ปล๊กไฟ เป็นต้น จากการตรวจสอบพบข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ เป็นแบบฟอร์มการพูดหลอกลวง ผู้อื่น แปลจากภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษ และ สเปน และมีแช็ตสนทนาในแอปพลิเคชั่นโชเซีลยต่างๆ คุยกับผู้อื่น ที่ส่วนใหญ่เป็นคนต่างประเทศ

พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยว่า จากนโยบายรัฐบาล นายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร ทางบช.น. จึงร่วมทุกภาคส่วน อาทิ กสทช. ดำเนินการจับกุมสกัดกั้นการกระทำผิดทางออนไลน์ กรณีดังกล่าว 191 ร่วม สืบนครบาล ติดตามเฝ้าพฤติกรรมการตั้งถิ่นฐานคนไทย และต่างชาติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงผู้เสียหายจากการตรวจค้นพบชาวจีน 3 คน คอมพิวเตอร์เปิดระบบอยู่โทรศัพท์ 29 เครื่องซิมบล็อก 4 กล่อง ใส่ได้กล่องละ 20 ซิม ดูจากแช็ต หลอกลวงชาวจีน สเปน จีน อังกฤษ อ้างตัวที่ปรึกษากฎหมายจากผู้ที่ถูกหลอกจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่คิดค่าใช้จ่าย ถ้าคดีเสร็จแล้วคิดร้อยละ 5 จากมูลค่าความเสีย ใช้วิธีการตั้งตัวที่ปรึกษาช่วยเหลือ แต่เป็นการซ้ำเติม ได้เงินทางไหนเป็นข้ออ้าง ซึ่งเครื่องมือ ตรวจพบจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มากกว่าที่ปรึกษากฎหมาย ตั้งฐานภายในบ้านหลังดังกล่าวเพื่อการหลอกลวง เมื่อสักครู่จากการตรวจสอบเอกสารมีรายรับตั้งเดือนต.คปี 67 เดือนแรก 2 ล้านหยวนประมาณ 10 ล้านบาท และมีการลงเป็นรายรับทุกเดือน ค่าใช้จ่ายเป็นรายการตรวจพบเอกสาร เราคงให้ฝ่ายสืบสวนขยายผลตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งพยานหลักฐานตรวจสอบรายละเอียดมีผู้ร่วมขบวนการอื่นอีกหรือไม่ แต่จากการสอบถามบ้านข้างเคียงมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา มาจากประเทศจีน 1 คนเดินทางผ่านมาจากทางประเทศสปป.ลาว อีก 2 เดินทางผ่านประเทศกัมพูชาส่วนบัญชีหมุนเวียนเท่าไหร่นั้น ต้องตรวจการใช้จ่ายบัญชีซื้อของอีกที

ส่วนกรณีที่มีอดีตนายตำรวจบอกว่ากรุงเทพมหานครเป็น,สนที่ตั้งมีแสกมเมอร์หลายแห่งนั้น พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า ทุกที่ทางบช.น.ร่วมกับ กสทช. ทำงานร่วมกัน จะดำเนินการตรวจสอบแหล่งคาดว่า ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทยชาวต่างชาติ เป็นโนบายนายกรัฐมนตรี ผบ.ตร. จึงมีการระดมกวาดล้างตรวจสอบและจะได้มีการประสานการปฏิบัติร่วมกันทำลายฐานหลอกลวง ทั้งนี้ ฝากแจ้งเตือนประชาชน หากพบชาวต่างชาติหรือคนไทยอาศัยเฝ้าบ้าน ออกมาในหมู่บ้านมิดชิด มีพฤติกรรมแปบกลักษณะคล้ายมิจฉาชีพสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.ธนากร กล่าวว่า ผู้ต้องหามาเช่าบ้านตั้งแต่ ต.ค.67 เดือนละ 30,000 บาท คนไทยผู้หญิงเช่าจากเจ้าของบ้าน คนจีนว่าจ้างผู้หญิงชาวไทย ให้เช่าบ้านดู ทำสัญญาเข่าขึ้นมาอีก 1 ฉบับเป็นคนจีนทำสัญญาปลอม เช่ากับเจ้าของบ้าน เพื่อเอาสัญญาณเปิดอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นวิธีการของต่างชาติเข้ามาอาศัยในประเทศไทย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา 1. “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร” ตามมาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 2. มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา 6 ประกอบมาตรา 4 รับโทษตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.พหลโยธิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
