สาวนักธุรกิจอหังสาริมทรัพย์แจ้งความถูกรองคณะบดีคณะนิติศาสตร์ ม.ดัง หลอกลงทุนเปิดบริษัทกฎหมายเสียหายหลายล้าน


น.ส.เอมิกา กล่าวว่า เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2563 ตนได้รู้จักกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง(รองคณบดีคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยดัง) ต่อมาช่วงเดือนตุลาคม 2565 ได้มีการชักชวนให้ร่วมลงทุนเปิดบริษัทที่ที่ปรึกษาทางกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่าจะนำลูกค้าของมหาวิทยาลัย กระจายมาให้ทางบริษัทที่ตนลงทุนรับทำคดี ตนจึงได้นำเงินส่วนตัวจำนวนกว่า 2 ล้านบาทเข้าร่วมลงทุน โดยได้มอบอำนาจให้ ผู้บริหารรายดังกล่าวมีตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทมีอำนาจเบิกจ่ายเงินได้ตามความเหมาะสม หลังจากนั้น ช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2566 ตนพบความผิดปกติของบัญชีรายรับ มีการเบิกจ่ายเงินออกจากบัญชีของบริษัทโดยผู้บริหารรายดังกล่าว เพื่อยักย้ายถ่ายเทเงินไปยังบัญชีส่วนตัว หลายแสนบาท โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆในการทำคดีและค่าทนายความ ตนจึงได้มีการทวงถาม ถึงเงินรายได้ของบริษัท จนเกิดมีปากเสียง ผู้บริหารได้กล่าวจึงได้ถอนชื่อตัวเองออกจากกรรมการบริษัท หลังจากนั้นตนจึงได้เข้าไปเป็นกรรมการบริษัทแห่งนี้แทน

ต่อมาจึงได้มีการเริ่มฟ้องร้องดำเนินคดีกันในเรื่องของทำร้ายร่างกาย ทำให้เสียทรัพย์ คดีและคดี ซึ่งคดีต่างๆอยู่ระหว่างดำเนินคดีในชั้นศาล โดยความเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านบาท ยังไม่รวมที่ลงทุนทำบริษัทอีก 2 ล้านกว่า แต่ เนื่องจากคู่กรณีมีตำแหน่งหน้าที่และมีความรู้ทางด้านกฎหมาย ตนจึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวจึงนำเรื่องเข้าร้องเรียนกับนายเกรียงไกร อินทจันทร์ ทนายตั้ม ให้เป็นผู้ช่วยเหลือดูแลเรื่องคดีอีก 1 คดี

ด้าน นายเกรียงไกร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวทางผู้เสียหายได้มีการกล่าวอ้างว่าผู้รวมดำเนินงาน ได้มีการยักยอกทรัพย์หรือฉ้อโกง ซึ่งรายละเอียด ยังไม่ชัดเจนอยู่ระหว่างขบวนการสอบสวน แต่เกิดเหตุขึ้นแล้วจึงต้องให้ทาง พนักงานสอบสวนพิจารณาว่าเป็นคดีอาญาหรือเปล่า ในส่วนของรายละเอียดคดีคร่าวๆ เป็นเรื่องของผู้บริหารรายหนึ่งของมหาลัยย่านบางเขน ได้มาชวนให้ทางผู้เสียหายลงทุน เปิดบริษัทกฎหมาย แต่หลังจากที่มีการเปิดบริษัทเรียบร้อย ทางผู้ถูกกล่าวหากลับนำลูกค้าของทางบริษัทไปเป็นลูกค้าของตัวเอง โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีของตัวเอง ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกว่าเป็นการฉ้อโกง ผู้เสียหายจึงได้นำเรื่องราวดังกล่าวเข้ามาหาตน ตนมองว่าเรื่องราวดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายยักยอกหรือลักทรัพย์ ซึ่งทางตนก็ยังไม่ได้เห็นเอกสาร แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ยัง ไม่ยืนยันว่าเป็นความผิดทางอาญาหรือไม่ ต้องให้ทางผู้เสียหายมาแจ้งความเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
