77

77

เมื่อวันที่ 24 เมษาย 2568 นายเกรียงไกร อินทจันทร์ ทนายตั้มพา น.ส.เอมิกา อูซูอิ อายุ 51 ปี ผู้เสียหายสาว เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.นิคม พรมโคตร สว.สอบสวน สน.หลักสอง หลังถูกผู้บริหารมหาวิทยาลัยทุนจีนชื่อดังแห่งหนึ่ง ยักยอกทรัพย์ เสียหายกว่า5 ล้านบาท
1745490361857

น.ส.เอมิกา กล่าวว่า เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2563 ตนได้รู้จักกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง(รองคณบดีคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยดัง) ต่อมาช่วงเดือนตุลาคม 2565 ได้มีการชักชวนให้ร่วมลงทุนเปิดบริษัทที่ที่ปรึกษาทางกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่าจะนำลูกค้าของมหาวิทยาลัย กระจายมาให้ทางบริษัทที่ตนลงทุนรับทำคดี ตนจึงได้นำเงินส่วนตัวจำนวนกว่า 2 ล้านบาทเข้าร่วมลงทุน โดยได้มอบอำนาจให้ ผู้บริหารรายดังกล่าวมีตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทมีอำนาจเบิกจ่ายเงินได้ตามความเหมาะสม หลังจากนั้น ช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2566 ตนพบความผิดปกติของบัญชีรายรับ มีการเบิกจ่ายเงินออกจากบัญชีของบริษัทโดยผู้บริหารรายดังกล่าว เพื่อยักย้ายถ่ายเทเงินไปยังบัญชีส่วนตัว หลายแสนบาท โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆในการทำคดีและค่าทนายความ ตนจึงได้มีการทวงถาม ถึงเงินรายได้ของบริษัท จนเกิดมีปากเสียง ผู้บริหารได้กล่าวจึงได้ถอนชื่อตัวเองออกจากกรรมการบริษัท หลังจากนั้นตนจึงได้เข้าไปเป็นกรรมการบริษัทแห่งนี้แทน

1745490404935

ต่อมาจึงได้มีการเริ่มฟ้องร้องดำเนินคดีกันในเรื่องของทำร้ายร่างกาย ทำให้เสียทรัพย์ คดีและคดี ซึ่งคดีต่างๆอยู่ระหว่างดำเนินคดีในชั้นศาล โดยความเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านบาท ยังไม่รวมที่ลงทุนทำบริษัทอีก 2 ล้านกว่า แต่ เนื่องจากคู่กรณีมีตำแหน่งหน้าที่และมีความรู้ทางด้านกฎหมาย ตนจึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวจึงนำเรื่องเข้าร้องเรียนกับนายเกรียงไกร อินทจันทร์ ทนายตั้ม ให้เป็นผู้ช่วยเหลือดูแลเรื่องคดีอีก 1 คดี

18724140

ด้าน นายเกรียงไกร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวทางผู้เสียหายได้มีการกล่าวอ้างว่าผู้รวมดำเนินงาน ได้มีการยักยอกทรัพย์หรือฉ้อโกง ซึ่งรายละเอียด ยังไม่ชัดเจนอยู่ระหว่างขบวนการสอบสวน แต่เกิดเหตุขึ้นแล้วจึงต้องให้ทาง พนักงานสอบสวนพิจารณาว่าเป็นคดีอาญาหรือเปล่า ในส่วนของรายละเอียดคดีคร่าวๆ เป็นเรื่องของผู้บริหารรายหนึ่งของมหาลัยย่านบางเขน ได้มาชวนให้ทางผู้เสียหายลงทุน เปิดบริษัทกฎหมาย แต่หลังจากที่มีการเปิดบริษัทเรียบร้อย ทางผู้ถูกกล่าวหากลับนำลูกค้าของทางบริษัทไปเป็นลูกค้าของตัวเอง โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีของตัวเอง ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกว่าเป็นการฉ้อโกง ผู้เสียหายจึงได้นำเรื่องราวดังกล่าวเข้ามาหาตน ตนมองว่าเรื่องราวดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายยักยอกหรือลักทรัพย์ ซึ่งทางตนก็ยังไม่ได้เห็นเอกสาร แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ยัง ไม่ยืนยันว่าเป็นความผิดทางอาญาหรือไม่ ต้องให้ทางผู้เสียหายมาแจ้งความเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888