ตร.สอบสวนกลางบล็อกตัวหัวหน้าแก๊งยากูซ่าคาสนามบินสุวรรณภูมิตุ๋นเงินญี่ปุ่น 1 พันล้านเยนแฝงตัวในไทยเป็นนักท่องเที่ยว

รวบบอสยากูซ่าคาแอร์พอร์ต! สอบสวนกลางแท็กทีม สตม. บุกพุ่งชาร์จล็อกตัว "ทาคาฟุมิ สุกาวาระ" วัย 31 ปี ระดับหัวกะทิแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลากไส้แผนประทุษกรรมทมิฬ หลอกเหยื่อญี่ปุ่นโอนเงิน 3 ชั้น สูญกว่า 1,000 ล้านเยน แถมส่อพฤติการณ์ค้ามนุษย์ ล่อลวงจับคนกักขังบังคับทำงานในพนมเปญ แฉนาทีจนมุมหนีคดีซุกไทย จนตรอกเตรียมซิ่งบินหนีไปประเทศที่สาม เจอตำรวจแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว รวบคามือหน้าเคาน์เตอร์เช็กอินนาทีสุดท้าย ยื่นคำขาดเพิกถอนวีซ่าเตรียมเนรเทศกลับไปรับโทษคุกตารางแดนปลาดิบ
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานปฏิบัติการกวาดล้างมาเฟียข้ามชาติและทำลายล้างขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์โลกไซเบอร์ โดยภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.о.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.о.นพรัตน์ คำมาก ผกก.สายตรวจ บก.ปพ. และ พ.ต.ต.พงศ์ปิติ ตรีนิคม สว.กก.สายตรวจ บก.ปพ. บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกันจับกุมตัว นายทาคาฟุมิ สุกาวาระ (Mr.Takafumi Sugawara) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ตัวการใหญ่ภัยความมั่นคงสากล

เจ้าหน้าที่สามารถล็อกตัวผู้ต้องหารายนี้ได้ทางกายภาพ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยแยกกระทงดำเนินการตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ฐาน “มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศออกหมายจับ”
สืบเนื่องจากปูมหลังนิติวิทยาศาสตร์ทางคดี ตำรวจประเทศญี่ปุ่นสแกนพบว่า นายทาคาฟุมิ เป็นสมาชิกระดับสูงขององค์กรยากูซ่าและสวมบทบาทเป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีฐานปฏิบัติการใหญ่ในประเทศกัมพูชา ลากไส้โมเดลแผนกลโกงหลอกลวงเหยื่อทางโทรศัพท์อย่างเป็นระบบถึง 3 ชั้น:
ชั้นที่ 1: ใช้ระบบสายอัตโนมัติโทรทางไกล แอบอ้างเป็นคอลเซ็นเตอร์บริษัทโทรคมนาคม NTT ขู่ว่าจะตัดสัญญาณโทรศัพท์ และลวงให้กดเลข 1 เพื่อติดต่อพนักงาน

ชั้นที่ 2: เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกดหมายเลข ทีมแนวหน้าจะรับช่วงสแกนคัดกรองหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินไปจนเกลี้ยง
ชั้นที่ 3: ส่งต่อข้อมูลให้ทีมระดับสูง สวมรอยเป็นข้าราชการตำรวจและสำนักงานอัยการเขต ข่มขู่ยัดข้อหาว่าเหยื่อพัวพันกับแก๊งยากูซ่า ก่อนยื่นคำขาดบังคับให้โอนเงินสดในคลังมาตรวจสอบความบริสุทธิ์
ซ้ำร้ายตรวจสอบเชิงลึกยังพบพฤติการณ์เข้าข่ายวินาศกรรมสิทธิมนุษยชน ล่อลวงเหยื่อชาวญี่ปุ่นด้วยโปรไฟล์สมัครงานปลอมในโลกไอที ก่อนกักสิทธิ์บังคับจับขึ้นเครื่องบินไปลงที่กรุงพนมเปญ เพื่อกักขังหน่วงเหนี่ยวและซ้อมทารุณบังคับให้ทำหน้าที่เป็นสายโทรศัพท์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยอดสถิติตัวเลขความเสียหายเฉพาะปี 2024 ก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 40 คดี โกยเงินสดทลักตารางกว่า 1,000,000,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยสูงถึง 200,000,000 บาท)

กระทั่งต่อมา ตำรวจศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ (CIB) ได้รับรายงานสอดส่องจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยว่า มาเฟียรายนี้สับหลีกเข้ามาใช้ไทยเป็นเซฟโซนกบดานหนีหมายจับ ชุดสืบสวนจึงกางตารางแกะรอยระบบจองตั๋วเครื่องบิน พบเบาะแสนายทาคาฟุมิกำลังสับหลีกหนีหน้าย้ายพิกัดไปประเทศที่สาม ดิ่งส่งกำลังพลนอกเครื่องแบบแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวสแกนพิกัดในสนามบินสุวรรณภูมิ กระทั่งพบตัวเดินดิ่งเข้ามาที่หน้าเคาน์เตอร์เช็กอินใน "นาทีสุดท้ายก่อนเคาน์เตอร์ปิด" เจ้าหน้าที่จึงพุ่งชาร์จบล็อกตัวคามือ ยื่นคำขาดสั่งเพิกถอนสิทธิ์การพำนักในราชอาณาจักรทันที ก่อนควบคุมตัวนำส่งห้องกัก กก.3 บก.สส.สตม. ล็อกตารางส่งผู้ร้ายข้ามชาติผลักดันกลับไปรับโทษคุกทมิฬที่ประเทศญี่ปุ่นชดใช้กรรมเด็ดขาด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
