สาวใหญ่ร้องผ่อนบ้านมา 7 ปีสูญ 2 ล้านแฉบริษัทดังเบี้ยวโอนอ้างหาโฉนดไม่เจอผงะอยู่ๆมีหมายศาลติดหน้าบ้านเพื่อยึด

ฝันสลายกลายเป็นทุกข์ปางตาย! สาวใหญ่พิจิตร (สาวใหญ่วัย 50 ปี) แท็กทีมลูกสาว ร้อง "จ่าคิงส์ สะพานใหม่" บุกยื่นคำขาด บก.ปคบ. แฉยับถูกบริษัทจัดสรรชื่อดังเบี้ยวโอนกรรมสิทธิ์ทาวน์โฮม (เบี้ยวโอนบ้าน) เผยตารางกรรมผ่อนตรงยาวนาน 7 ปี เปย์เงินสดสูญเกือบ 2 ล้านบาท สุดท้ายอ้างข้างๆ คูๆ "หาโฉนดไม่เจอ" ช็อกซ้ำเจอหมายศาลบริหารสินทรัพย์ติดประจานหน้าตึก ส่อแววโดนยึดขายทอดตลาด ดับความฝันคนทำมาหากิน
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจผู้บริโภคและกระทบต่อสิทธิมนุษยชนด้านที่อยู่อาศัยอย่างร้ายแรง โดย น.ส.สุพรรณิการ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ผู้เสียหาย พร้อมด้วยลูกสาว ได้เดินทางเท้าเข้าร้องเรียนข้อราชการและขอความช่วยเหลือจาก นายธมนันท์ แตงทิม หรือ "จ่าคิงส์ สะพานใหม่" ก่อนพากันหอบเอกสารสัญญาพยานหลักฐาน เดินหน้าดิ่งยื่นคำร้องต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) หลังถูกบริษัทเอกชนผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่สวมหัวใจสิงห์ทางผิด ฉ้อโกงและประวิงเวลาไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์บ้านพักให้ ทั้งที่จ่ายเงินครบตามตารางสัญญา

น.ส.สุพรรณิการ์ เล่านาทีชีวิตสุดช้ำใจให้ฟังว่า ปูมหลังตนได้ตัดสินใจซื้อบ้านทาวน์โฮมในโครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง พิกัดแขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เนื่องจากโครงสร้างกายภาพอยู่ติดกับบ้านของมารดาตน โดยทำสัญญาเป็นระบบ "ผ่อนตรงกับบริษัท" ไม่ได้ยื่นอนุมัติผ่านสถาบันการเงินหรือธนาคาร ซึ่งในสัญญาระบุตารางเงื่อนไขว่า ต้องผ่อนชำระค่างวดอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป จึงจะสามารถปิดบัญชีและนัดโอนกรรมสิทธิ์ได้ ตนเห็นว่าบริษัทมีสำนักงานเปิดเผยดูน่าเชื่อถือ เอกสารสิทธิและตารางรับเงินสดครบถ้วนจึงหลงเชื่อ ตลอดระยะเวลากว่า 7 ปีเต็ม ตนรักษาวินัยการเงินผ่อนชำระเดือนละ 18,600 บาท ตรงเวลาเป๊ะ รวมเป็นยอดเงินสดทลักตารางเกือบ 2,000,000 บาท (2 ล้านบาท)

ทว่า ไทม์ไลน์ความผิดปกติเริ่มแดงขึ้น (เรื่องแดงขึ้น) ช่วงเดือนธันวาคม 2568 เมื่อตนแจ้งความจำนงขอปิดยอดเพื่อโอนบ้านในเดือนมกราคม 2569 แต่ทางบริษัทกลับสับหลีกขยับตารางขอเลื่อนเป็นเดือนกุมภาพันธ์ และผัดผ่อนประวิงเวลามาเรื่อยๆ จนกระทั่งตัดสายโทรศัพท์ไม่รับสาย ตนจึงเดินทางเท้าไปเค้นสอบถามที่สำนักงานใหญ่ด้วยตนเอง จนได้รับคำตอบสุดอึ้งลวงโลกจากพนักงานว่า “บริษัทหาโฉนดที่ดินไม่เจอ”

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดหนักกว่าเดิม เมื่อจู่ๆ มีเจ้าหน้าที่นำ "หมายศาล" มาแปะติดไว้ที่หน้าประตูบ้าน ระบุไส้ในข้อกฎหมายว่า บริษัทบริหารสินทรัพย์รายหนึ่งได้ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีกับบริษัทผู้ขายบ้านหลังนี้ ส่งผลให้ทาวน์โฮมที่ตนพักอาศัยและส่งเงินสดค่างวดมา 7 ปี กำลังถูกลากเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีและเตรียมถูกขายทอดตลาดในชั้นศาล ตนจึงรีบนำหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์แชตและใบเสร็จดิ่งไปร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2569 รวมถึงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.บางเขน แต่ผ่านไปกว่า 3 เดือน เรื่องกลับเงียบกริบไร้เงาข้าราชการยื่นมือเข้าสแกนความช่วยเหลือ“บ้านคือความฝันของทุกคน ไม่ว่าจะหลังเล็กหรือหลังใหญ่ ทุกคนก็อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่พอเราซื้อแล้ว โอนไม่ได้ เงินก็จ่ายไปแล้ว แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน” น.ส.สุพรรณิการ์ กล่าวทั้งน้ำตานองหน้า

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายเปิดเผยตารางสู้ตายล่าสุดว่า ตนได้รวบรวมความกล้าปรึกษาทนายความเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งเป็นกรณีฉุกเฉิน เพื่อขอความคุ้มครองชั่วคราวงดการขายทอดตลาด ซึ่งล่าสุด ศาลมีคำสั่งให้ระงับการขายบ้านหลังดังกล่าวโดยไม่มีกำหนด ทำให้ตนอุ่นใจขึ้นทางกายภาพบางส่วน แต่สืบลึกลงไปพบลานจอดรถและเครือข่ายความเสียหายว่า มีเหยื่อคนทำมาหากินอีกหลายสิบรายที่ตกเป็นเหยื่อผ่อนตรงกับบริษัทนี้แล้วโดนโกงโฉนดในลักษณะเดียวกัน ยื่นคำขาดฝากแชร์เตือนภัย ใครจะซื้อบ้านผ่อนตรงห้ามดูแค่กระดาษสัญญาเด็ดขาด ยื่นคำขาดต้องถือพาสปอร์ตกรรมสิทธิ์ไปตรวจสอบสถานะกฎหมายและสแกนดีเอ็นเอโฉนดที่สำนักงานที่ดินให้ชัวร์ก่อนเปย์เงินสดไม่งั้นฝันจะกลายเป็นขุมนรกของครอบครัว
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
