คนไทยปลอดภัย! ศบก. แถลงเกาะติดสมรภูมิเดือดสงคราม ช่วยชาวไทยกลับบ้านแล้ว 215 ราย
z-z403828971492.webp)
ศบก. แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยังไม่มีคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เร่งช่วยเหลือ–ติดตามผลกระทบการบินและขนส่งใกล้ชิด
วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 18.10 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมี นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และ นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม ร่วมชี้แจง
นายปาณิดล เปิดเผยว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศอิรักที่สถานการณ์รุนแรงขึ้น ขณะที่เลบานอนกำลังเผชิญวิกฤตด้านมนุษยธรรมจากการอพยพของประชาชนจำนวนมาก
ในด้านการบิน หลายประเทศยังคงปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล ซีเรีย อิรัก บาห์เรน คูเวต เลบานอน และกาตาร์ ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เริ่มเปิดเที่ยวบินบางส่วนเพื่อระบายผู้โดยสารที่ตกค้าง
สำหรับคนไทยในพื้นที่ ขณะนี้ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยรัฐบาลขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลที่รับผิดชอบ
ล่าสุดมีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว รวม 215 คน และในวันนี้มีคนไทย 62 คนเดินทางออกจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน คาดว่าจะถึงประเทศตุรกีภายในวันเดียวกัน โดยการอพยพครั้งนี้ฝ่ายไทยได้ประสานงานกับรัฐบาลอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะย้ายไปปฏิบัติงานชั่วคราวที่ เมืองวาน (Van) ประเทศตุรกี ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569 เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือคนไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ยังมีการเตรียมรับคนไทยอีก 10 คน ที่อพยพทางบกจากอิรักเข้าสู่ชายแดนตุรกี
ในส่วนของประเทศซาอุดีอาระเบียซึ่งยังเปิดน่านฟ้า เที่ยวบินเส้นทาง ริยาด–กรุงเทพฯ ยังให้บริการตามปกติ ขณะที่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สายการบิน Emirates และ Air Arabia ได้กลับมาเปิดเที่ยวบินมายังประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม เพื่อรองรับผู้โดยสารที่ตกค้าง
ด้านผลกระทบต่อระบบขนส่ง นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ระบุว่า กระทรวงคมนาคมได้ตั้ง ศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อเฝ้าติดตามและบริหารจัดการผลกระทบด้านการขนส่งทุกระบบ ทั้งทางอากาศ ทางน้ำ ทางบก และทางราง
ข้อมูลระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 7 มีนาคม 2569 พบว่า มีเที่ยวบิน ยกเลิกและล่าช้ารวม 584 เที่ยวบิน ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร 78,564 คน โดยกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กำกับดูแลค่าโดยสารให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างเต็มที่
ขณะเดียวกัน การขนส่งสินค้าทางทะเลได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือไปอ้อม แหลมกู๊ดโฮป ส่งผลให้ระยะเวลาเดินเรือเพิ่มขึ้นประมาณ 15 วัน ซึ่งอาจกระทบค่าระวางสินค้า การหมุนเวียนตู้คอนเทนเนอร์ และความแออัดในท่าเรือ จึงได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ส่วนการขนส่งทางบกและทางราง ได้กำชับให้ควบคุมอัตราค่าโดยสารให้เป็นธรรม สอดคล้องกับราคาน้ำมัน และให้ประเมินความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานล่วงหน้า
ทั้งนี้ หากประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการขนส่ง สามารถติดต่อ สายด่วนกระทรวงคมนาคม โทร. 1356 หรือกรณีร้องเรียนค่าโดยสารสาธารณะ ติดต่อ สายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
กอ.รมน. ยังคงติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทย และเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ อันเป็นการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงภายในประเทศ
หากพบเหตุหรือเบาะแสที่กระทบต่อความมั่นคง สามารถแจ้งได้ที่...
สายเหตุความมั่นคง 1374 ตลอด 24 ชั่วโมง
Line Official : @promchuay
#ตะวันออกกลาง #อิหร่าน #อิสราเอล #สหรัฐอเมริกา #ศบก #ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
#กอรมน #ทีมโฆษกอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร #ทีมโฆษกกอรมน #สายเหตุความมั่นคง1374 #AppLinePromchuay
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
