ACSC เผยคนไทยสูญเงินคดีออนไลน์ 226 ล้านในสัปดาห์เดียว เตือน 3 กลโกง
z-z1675125204669.webp)
สัปดาห์เดียวปลิว 226 ล้าน! ศูนย์ ACSC กางสถิติภัยไซเบอร์พุ่งกระฉูด เตือนคนไทยระวัง "3 กลโกงฮิต" หลอกขายของ-ตั๋วคอนเสิร์ตทิพย์-ภารกิจออนไลน์ แฉกรุงเทพฯ ครองแชมป์เสียหายสูงสุดเฉียด 15 ล้าน เผยผลงานชิ้นโบแดงประสานจับแก๊งสแกมเมอร์รัสเซียคาภูเก็ต ยึดเงินสดคาหนังคาเขา 5.4 ล้านบาท ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรองผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. ได้ร่วมกันแถลงสถิติและข้อมูลสารสนเทศคดีอาชญากรรมไซเบอร์ประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 5-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
จากข้อมูลในระบบแจ้งความออนไลน์พบว่า มีประชาชนเดินทางเข้าแจ้งความผ่านระบบทีพีโอ (ThaiPoliceOnline) รวมทั้งสิ้น 5,655 คดี มูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 226,075,762 บาท ซึ่งมีสถิติตัวเลขเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 67 คดี และยอดรวมความเสียหายพุ่งสูงขึ้นกว่า 18.3 ล้านบาท โดยรูปแบบคดีที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงมากที่สุดยังคงเป็น "คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการ" จำนวน 4,427 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 78.3 ของคดีทั้งหมด สร้างความเสียหายรวมกว่า 72 ล้านบาท

ทางศูนย์ ACSC จึงได้ออกโรงเตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวัง 3 กลโกงหลักที่กำลังระบาดหนักในขณะนี้ ประกอบด้วย 1. การโพสต์ขายสินค้าราคาถูกเกินจริงเพื่อล่อลวงให้โอนเงินก่อนจะบล็อกหนี 2. การหลอกขายบัตรคอนเสิร์ตด้วยตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) ปลอม และ 3. การชักชวนเข้ากลุ่มไลน์เพื่อซื้อสินค้าควบคู่กับการทำภารกิจออนไลน์ โดยอ้างว่าจะได้รับค่าคอมมิชชันสูงแต่สุดท้ายหลอกให้โอนเงินเพิ่มเรื่อย ๆ ทั้งนี้แนะนำให้ตรวจสอบประวัติผู้ขายและรีวิวอย่างละเอียดก่อนทำธุรกรรม หรือเลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ

สำหรับพิกัดพื้นที่ที่มีการแจ้งความและมีมูลค่าความเสียหายสูงสุดอันดับหนึ่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 71 คดี เสียหายกว่า 15.09 ล้านบาท รองลงมาคือ จังหวัดสมุทรปราการ 15 คดี เสียหาย 2.71 ล้านบาท และจังหวัดพิษณุโลก 13 คดี เสียหาย 116,251 บาท
อย่างไรก็ตาม ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถประสานงานร่วมกับภาคธนาคารจนนำไปสู่การทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ได้ 4 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ 8 ราย แบ่งเป็นคนไทย 6 ราย และชาวรัสเซีย 2 ราย ยึดของกลางเงินสดได้กว่า 5.44 ล้านบาท โดยมีคดีสำคัญคือการบุกทลายเครือข่าย "บัญชีม้าและกลุ่มกดเงินสด" ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ล็อกตัวชายชาวรัสเซีย 2 ราย พร้อมเงินสดไทย 5.4 ล้านบาท และเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอีก 6,271 ดอลลาร์ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการ (Warroom) ยังสามารถช่วยเหลือระงับการโอนเงินของเหยื่อได้ทันท่วงที 15 ราย รวมมูลค่ากว่า 104,555 บาท ซึ่งช่วยเซฟเงินก้อนโตของหญิงวัย 54 ปี ที่เกือบสูญเงิน 300,000 บาท จากอุบายคนสนิทปลอมตัวมาหลอกลวงได้ทันเวลา ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
