อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนฯ เปิดใจเหตุชงเด้ง"นายอำเภอบ้านสร้าง" แฉขาดภาวะผู้นำ-มัวแต่สร้างภาพทำคอนเทนต์

อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี เปิดอกกลางรายการ "กรรมกรข่าวคุยนอกจอ" โต้ทุกประเด็นปมร่อนหนังสือสั่งเด้ง "เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ" นายอำเภอบ้านสร้าง ชี้ชัดขาดภาวะผู้นำ หงุดหงิดเกรี้ยวกราด ปฏิเสธความช่วยเหลือจากจังหวัดและเอกชน มัวแต่ทำคอนเทนต์ลงโซเชียลแต่หน้างานทุลักทุเล ยันคิดส่งตัวกลับส่วนกลางมานานแล้วเพราะชาวบ้าน-ผู้นำท้องถิ่นเอือมระอา พร้อมซัดกลับข่าวลือ ยันไม่เกี่ยวปมไม่ไปงานเลี้ยงเกษียณ หรือเรื่องต้านโรงขยะอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้เปิดเผยและเปิดใจอย่างหมดเปลือกในรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ถึงกรณีดราม่าและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม จากกรณีการทำหนังสือขอให้ปรับย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ออกจากพื้นที่ไปช่วยราชการที่ส่วนกลาง จนเกิดเป็นประเด็นถกเถียงอย่างรุนแรงระหว่างโลกออนไลน์และคนปฏิบัติงานในพื้นที่
นายวีระพันธ์ ระบุว่า การทำหนังสือขอปรับย้ายนายอำเภอบ้านสร้างตนได้พิจารณาอย่างรอบคอบและคิดจะดำเนินการมานานแล้ว โดยเฉพาะตั้งแต่สถานการณ์อุทกภัยเริ่มทะลักเข้าสู่พื้นที่อำเภอบ้านสร้าง ทางจังหวัดได้มีการสั่งการและสนับสนุนทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง แต่การทำงานของนายอำเภอกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง และเกิดปัญหาใหญ่เรื่องการประสานงาน คนภายนอกหรือผู้ที่ติดตามทางโซเชียลอาจมองว่าภาพการทำงานออกมาสวยงามเพราะนายอำเภอทำคอนเทนต์ลงทุกวัน แต่ในความเป็นจริงการบริหารจัดการหน้างานกลับทุลักทุเล ปัญหามหาศาล และขาดภาวะผู้นำอย่างรุนแรง
อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ได้สรุปพฤติกรรมและเหตุผลสำคัญที่ต้องทำหนังสือส่งตัวกลับส่วนกลางลงวันที่ 30 กันยายน 2569 เป็น 3 ข้อหลัก คือ
1.ไม่ฟังผู้บังคับบัญชาและปฏิเสธกำลังพล: ทางจังหวัดส่งกำลังพล เครื่องจักร อุปกรณ์การช่วยเหลือไปให้ แต่นายอำเภอกลับไล่ทีมงานกลับ โดยอ้างว่าไม่ได้ร้องขอ
2.ปฏิเสธความช่วยเหลือจากภาคเอกชน: เอกชนและจิตอาสาพยายามขนสิ่งของและกำลังเข้าพื้นที่เพืช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่กลับถูกปฏิเสธและแสดงอารมณ์หงุดหงิดเกรี้ยวกราดใส่
3.ขาดความสำรวมและใช้วาจาไม่เหมาะสม: วางตัวไม่เหมาะสม มีอารมณ์ร้อน พูดจาไม่ดีกับผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้นำท้องถิ่น จนมีข้าราชการและชาวบ้านโทรศัพท์มาฟ้องและร้องเรียนไม่เว้นแต่ละวัน
นอกจากนี้ นายวีระพันธ์ ยังกล่าวย้ำว่า หน้าที่หลักของนายอำเภอในภาวะวิกฤต คือการประจำอยู่ ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อรับฟังข้อมูล สั่งการ และประสานงาน ไม่ใช่ลงไปสาละวนแจกของเพื่อทำคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว ทั้งที่จังหวัดจัดสรรงบประมาณให้อย่างเต็มที่ถึง 3 ล้านบาท ยันเคยเตือนในฐานะคนบ้านเดียวกันแล้วแต่ไม่ปรับปรุง พร้อมซัดกระแสข่าวลือที่ว่าการสั่งย้ายครั้งนี้มาจากเหตุผลส่วนตัวเรื่องนายอำเภอไม่ไปงานเลี้ยงเกษียณ หรือเรื่องการต้านโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ทุนจีน โดยยืนยันว่าเรื่องงานเลี้ยงตนไปในฐานะแขก และเรื่องขยะพิษตนเป็นคนสั่งการปราบปรามเองทั้งหมดตามระเบียบ จึงไม่เป็นความจริงตามที่มีการปั้นกระแสแต่อย่างใด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
