ตร.เตือนภัยมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมน้ำท่วม! ลักทรัพย์ในพื้นที่อุทกภัยเจอโทษหนักจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับแสนบาท แนะวิธีป้องกันทรัพย์สินช่วงอพยพ

เตือนภัยมิจฉาชีพฉวยโอกาส! สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. เผย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ห่วงใยผู้ประสบภัยอุทกภัย สั่งคุมเข้มอาชญากรรม ย้ำชัดใครฉวยโอกาสลักทรัพย์บ้านคนหนีน้ำ มีโทษหนักฐานเป็นเหตุฉกรรจ์ จำคุก 1-5 ปี ปรับสูงสุด 1 แสนบาท! พร้อมแนะวิธีป้องกันทรัพย์สินและช่องทางแจ้งเบาะแส 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชม.

กรุงเทพมหานคร, 27 กันยายน พ.ศ. 2569 – สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกโรงเตือนภัยเข้มข้น หลังสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงปัญหาอาชญากรรมที่กลุ่มมิจฉาชีพอาจอาศัยจังหวะเวลาที่ต้องอพยพหรือละทิ้งที่พักอาศัย เข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์สินซ้ำเติมความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย

ย้ำบทลงโทษสถานหนัก: ลักทรัพย์ช่วงอุทกภัยคุก 1-5 ปี ปรับสูงสุดแสนบาท
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแจ้งเตือนภัยและฝากข้อกฎหมายไปยังผู้ที่คิดจะกระทำความผิด รวมถึงประชาสัมพันธ์แนวทางป้องกันตนเองให้กับพี่น้องประชาชน ดังนี้:
1.ห้ามฉวยโอกาสลักทรัพย์ในพื้นที่อุทกภัยอย่างเด็ดขาด: การกระทำดังกล่าวถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยอย่างร้ายแรงและเข้าข่ายเป็นเหตุฉกรรจ์ ผู้กระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (2) ฐานลักทรัพย์ในสถานที่เกิดอุทกภัยหรืออุบัติภัย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรงกว่าสถานการณ์ปกติ
2.ล็อกบ้านและจัดเก็บสิ่งของมีค่าให้มิดชิดก่อนอพยพ: หากจำเป็นต้องเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยตามประกาศของทางการ ควรนำเอกสารสำคัญและทรัพย์สินมีค่าติดตัวไปด้วย ส่วนทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ให้จัดเก็บซ่อนไว้ในจุดที่ปลอดภัย มิดชิด และยกขึ้นที่สูงพ้นระดับน้ำ
3.จัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังในชุมชน: นอกเหนือจากกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยออกตรวจตราดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ขอให้ประชาชนที่ยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแลบ้านเรือนเพื่อนบ้าน หรือเปิดไฟเพิ่มแสงสว่างบริเวณทางเข้าออกเพื่อป้องปรามมิจฉาชีพในยามวิกาล
4.ตรวจสอบและรายงานบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย: หากพบเห็นบุคคลแปลกหน้าพายเรือ หรือขับขี่ยานพาหนะตระเวนตามบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขังโดยไม่มีเหตุอันควร ให้รีดจดจำรูปพรรณสัณฐานและลักษณะยานพาหนะ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบทันที

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นบุคคลต้องสงสัย ได้รับความเสียหายจากการถูกลักทรัพย์ หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อแจ้งเหตุได้ที่ สายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 รวมถึงสายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) 1784 และสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
