“ดีเอสไอ”แฉมี“เจ้าหน้าที่รัฐ”หลายสิบรายเอี่ยวรับเงินจาก“ชิปปิ้งเอกชน”เอื้อนำเข้า“หมูเถื่อน”

“ดีเอสไอ” ส่งสำนวน “หมูเถื่อน” ให้ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง หลังพยานหลักฐานมัดแน่น พบ “เจ้าหน้าที่รัฐ” หลายสิบรายเอี่ยวทุจริตรับเงิน “ชิปปิ้งเอกชน” เอื้อนำตู้หมูเถื่อนเข้าไทยฉลุย แย้มเร่งขยายผลอีก 2,385 ตู้ พบลอบนำเข้าปี 64-65 เตรียมรับเป็นคดีพิเศษ
จากกรณีที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินคดีกับขบวนการนำเข้าสินค้าประเภทซากสัตว์ (สุกร) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิชอบ คดีพิเศษที่ 59/2566 หลังจากได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนการนำเข้าสินค้าประเภทซากสัตว์ (เนื้อสุกรแช่แข็ง) ตั้งแต่ปี 2564 – ปัจจุบัน กระทั่งขอศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าสินค้าหรือชิปปิ้งเอกชน จำนวน 10 ราย (จับกุมแล้ว 9 ราย) ในความผิดฐาน นำของผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเกี่ยวกับของนั้น ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และความผิดฐานนำเข้า ส่งออกหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และยังสามารถจับกุม 2 ผู้ต้องหา (นายวิรัชและนายธนกฤต ภูริฉัตร) ในกลุ่มนายทุนนั้น
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 24 พ.ย.66 ที่ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ อาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วิเศษเขตการณ์ ผอ.กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน และ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม และในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีหมูเถื่อน ร่วมกันแถลงความคืบหน้าในการดำเนินการในคดีพิเศษ จำนวน 3 คดี ดังนี้ 1.คดีพิเศษที่ 59/2566 กรณี ขบวนการนำเข้าสินค้าประเภทซากสัตว์ (สุกร) เข้ามาในราชอาณาจักร โดยมิชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 161 ตู้ หรือปริมาณ 4,025 ตัน 2.คดีพิเศษที่ 57/2566 หรือคดีหุ้นสตาร์ค (STARK) และ 3.คดีพิเศษที่ 66/2566 หรือคดีหุ้นมอร์ (MORE)
โดย พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม และในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีหมูเถื่อน กล่าวว่า วันนี้คณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการส่งสำนวนคดีเลขที่ 59/2566 ต่อสำนักงาน ป.ป.ช. 1 สำนวน เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง เนื่องจากภายหลังการสืบสวนสอบสวนพบว่าข้าราชการมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดหลายสิบราย ได้แก่ อดีตข้าราชการ 10 ราย ข้าราชการฝ่ายการเมือง ไม่เกิน 10 ราย (จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) จึงนำส่งสำนวนคดี จำนวน 16 แฟ้ม 3 ลัง

อย่างไรก็ตาม กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนไปยังการนำเข้าซากสุกรอีก 2,385 ตู้ หรือปริมาณ 59,625 ตัน เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษอีกหนึ่งคดี ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นน่าเชื่อว่าเป็นการกระทำความผิดในลักษณะเป็นขบวนการองค์กรอาชญากรรมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางอาหารและอาชีพของเกษตร โดยองค์กรอาชญากรรมดังกล่าว ประกอบด้วย ข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจำ (หลายหน่วยงาน) ผู้ประกอบการนำเข้า (Shipping) ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สั่งซื้อสินค้า (สุกร) หรือศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการรายย่อยที่สั่งซื้อสินค้า (สุกร) และผู้ประกอบการห้องเย็น คาดว่าในกระบวนการตรวจสอบขยายผล 2,385 ตู้นี้จะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ.67 และแม้จะไม่เหลือเนื้อหมูให้ตรวจพบแล้ว แต่เราก็สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร Invoice หรือเอกสารจากสายเรือที่เป็นพยาน เป็นต้น
พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวอีกว่า สำหรับการส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. ในวันนี้นั้น ตนไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ โดยเนื้อหาภายในเป็นความลับ ส่วนพฤติการณ์ก็ไม่สามารถระบุได้ แต่ยืนยันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน และดีเอสไอพร้อมรับสำนวนกลับจาก ป.ป.ช. หากมีเนื้อหารายละเอียดส่วนใดที่ขาดเหลือ และในส่วนของอีก 9 สำนวนที่เหลือที่ได้แยกเลขคดีออกมานั้น หากระหว่างการสอบสวนเราพบว่ายังมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องเพิ่มเติม เราก็จะแจ้งข้อหาเอาผิด แต่ในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐรายอื่นๆ เกี่ยวข้องเพิ่มเติมแต่อย่างใด
พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับคดีพิเศษที่ 59/2566 เราได้มีการแยกเลขคดีจำนวน 9 เลขคดี คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค.67 ประกอบด้วย คดีพิเศษที่ 101/2566 บริษัท กู๊ด วอเตอร์ อีควิฟเม้นท์ จำกัด คดีพิเศษที่ 102/2566 ห้างหุ้นส่วนจำกัด กันตา ไทยโฟรเซ่นฟิช คดีพิเศษที่ 103/2566 บริษัท มายเฮ้าส์ เทรดดิ้ง จำกัด คดีพิเศษที่ 104/2566 บริษัท อาร์.ที.เอ็นโอเวอร์ซี จำกัด คดีพิเศษที่ 105/2566 บริษัท เรนโบว์ กรุ๊ป จำกัด คดีพิเศษที่ 106/2566 ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหัสวรรษ ฟูดส์ คดีพิเศษที่ 107/2566 บริษัท ซี เวิร์ล โฟรเซ่น ฟูด จำกัด คดีพิเศษที่ 108/2566 (สงวนการเปิดเผยชื่อ) และคดีพิเศษที่ 109/2566 (สงวนการเปิดเผยชื่อ) ทั้งนี้ ทางรัฐบาลได้เร่งรัดให้ดีเอสไอดำเนินการปราบปรามขบวนการนี้ให้หมดไป และทางดีเอสไอจะทำให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นภายใน 3 เดือน โดยในสัปดาห์หน้าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของกลุ่มคนที่ลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน

และเมื่อช่วงเช้าวันนี้ นายสมนึก กยวัฒนกิจ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท เรนโบว์ กรุ๊ป จำกัด โดยเป็น 1 ใน 10 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่รับหน้าที่เป็นนายทุนคล้ายสองพ่อลูก (นายวิรัชและนายธนกฤต ภูริฉัตร) ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำ เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 243 และมาตรา 244 โดยเจ้าตัวเกี่ยวข้องกับจำนวนตู้คอนเทเนอร์ 1 ตู้ แต่ก็พบว่าก่อนหน้านี้มีการนำเข้าประมาณ 40 ตู้ ในช่วงปี 64-65 อีกทั้งเจ้าตัวเพิ่งเข้ามาเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าวเมื่อช่วงปลายปี 65 ซึ่งเป็นช่วงปีที่มีการเริ่มนำเข้าหมูเถื่อน คณะพนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบว่านายสมนึกเข้าไปเกี่ยวข้องในช่วงใดบ้าง เพราะบริษัท เรนโบว์ กรุ๊ป จำกัด มีพฤติกรรมนำเข้าสินค้าเกี่ยวกับเนื้อสัตว์แช่แข็งหลายสิบตู้ก่อนที่นายสมนึกจะเข้ามาเป็นกรรมการบริษัท
พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่นายกรัฐมนตรีได้ขีดเส้นตายให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า ตามที่เรียนข้างต้น เราได้ส่งสำนวนที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง 1 สำนวน ต่อ ป.ป.ช. ส่วนที่จะดำเนินการถัดไปคือ 2,385 ตู้ โดยจะรวบรวมพยานหลักฐานที่มีการสำแดงเท็จเป็นเนื้อปลาแช่เเข็ง พลาสติกพอลิเมอร์ต่างๆ แทนการสำแดงเป็นเนื้อหมูแช่แข็ง ยืนยันว่าดำเนินการรวดเร็ว
ในวันนี้ตนจะเดินทางไปศาลอาญาเพื่อขอออกหมายค้นอีก 2 บริษัท เพื่อรวบรวมหลักฐาน และภายในสัปดาห์จะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะเราจะมีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นเพื่อเข้าตรวจยึดเอกสารต่างๆ ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มนายทุน นอกเหนือจากสองพ่อลูก (นายวิรัชและนายธนกฤต ภูริฉัตร) ที่ดีเอสไอได้จับกุมไปก่อนหน้านี้นั้น เราพบข้อมูลว่าจะมีอีก 3 กลุ่ม จำนวนหลายคน ที่รับหน้าที่เป็นนายทุนเอง และยังเกี่ยวข้องกับบริษัทชิปปิ้งเอกชนนำเข้าทั้ง 9 แห่งที่เราดำเนินการทางอาญา
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า กรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐหลายสิบรายถูกดีเอสไอนำส่งพฤติการณ์ความผิดไปยัง ป.ป.ช. เนื่องจากมีผู้ต้องหาที่เป็นกลุ่มชิปปิ้งเอกชนได้ให้การซักทอดว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมีพฤติกรรมเรียกรับเงินจากบริษัทชิปปิ้งเอกชน เพื่อเอื้อต่อการเปิดตู้คอนเทเนอร์และนำเข้าสินค้าประเภทซากสุกรแช่แข็ง.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
