1736057254774
1736057254774

อบรมตำรวจบ้าน สั่งเด้ง ผกก.รองผกก.สส.น.3 เพียงพอหรือไม่..?

การอบรมอาสาสมัครตำรวจบ้านหรือสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม โดยปกติจะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของตำรวจชุมชนสัมพันธ์ ประจำสถานีตำรวจต่างๆในสังกัด  บก.น.1-9 หรือ บก.ภ.จว.ในสังกัด ภ.1-9 ที่จะจัดฝึกอบรมให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งใช้งบประมาณของทางราชการ +++โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวง หาความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากประชาชนที่มีจิตอาสา ต้องการช่วยเหลือ สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ +++โดยการติดอาวุธทางปัญญาในเรื่องความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายต่างๆ วิธีการสังเกต จดจำใบหน้าหรือตำหนิรูปพรรณของคนร้ายหรือยานพาหนะของคนร้ายที่ใช้ในการกระทำผิด การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการตรวจค้นหรือจับกุมผู้กระทำผิด +++ ตลอดจนการแจ้งเบาะแส ให้ข้อมูลข่าวสารในทางลับที่เป็นประโยชน์กับการทำงานของตำรวจ เช่น ผู้ค้าหรือผู้เสพยาเสพติดให้โทษ แหล่งอบายมุข บ่อนการพนัน +++ ข้อมูลของคนร้ายหรือผู้กระทำผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ ทั้งนี้เป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งเสริมให้ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่นและองค์กรมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ พ.ศ.2551

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรมโดยทั่วไป จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย  มีความสมัครใจเข้ารับการฝึกอบรม  อีกทั้งต้องไม่มีหมายจับหรือมีประวัติการต้องโทษในคดีอาญา ยกเว้นคดีที่ได้กระทำโดยประมาท หรือคดีลหุโทษ +++ โดยจะมีการอบรมในทางวิชาการและฝึกการปฏิบัติตามแบบฝึกตำรวจ เช่น การทำความเคารพ ตลอดจนฝึกยุทธวิธีตำรวจในการต่อสู้ป้องกันตัว  และการตรวจค้นจับกุม แต่จะไม่มีการฝึกการใช้อาวุธปืนจริง เพราะจะเป็นอันตรายแก่ผู้เข้ารับการอบรมมากว่าประโยชน์ที่จะได้รับ +++ หลังจากการฝึกอบรมเสร็จสิ้น จะมีการมอบใบประกาศให้กับผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

แต่การอบรมสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรมของ กก.สส.บก.น.3 ที่มีข่าวจากสื่อในตอนแรกว่าเป็นการจัดทำโครงการฝึกอบรมของมหาวิทยาลัยสยาม ให้กับนักศึกษาชาวจีน จำนวน 13 คนและคนจีนที่ไม่ใช่นักศึกษาอีกจำนวน 14 คน +++  โดยมีการเรียกเก็บเงินเป็นค่าฝึกอบรมและค่าเครื่องแบบจากคนจีนที่ไม่ใช่นักศึกษา คนละ 38,000 บาท ในตอนแรกมีข่าวว่าเป็นโครงการฝึกอบรมของมหาวิทยาลัยสยาม แต่ต่อมาทางมหาวิทยาลัยก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย +++ และในขณะนี้ก็ยังตรวจสอบไม่ได้แน่ชัดว่าใครเป็นเจ้าของโครงการและใครเป็นผู้รับเงินค่าฝึกอบรมดังกล่าวไป  แถมในการฝึกอบรมยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กก.สส. บก.น.3 มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านกฎหมาย และการใช้รหัสเรียกขานวิทยุรับส่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ +++ อีกทั้งยังมีการฝึกการใช้อาวุธปืนจริงโดยครูฝึกที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นอกจากนี้ หลังจากฝึกอบรมเสร็จสิ้นแล้ว ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนยังจะได้รับใบประกาศรับรองการฝึกอบรมที่มีหัวด้านบนของใบประกาศ ระบุว่าเป็นใบประกาศออกให้โดย กก.สส. บก.น.3  โดยพื้นหลังด้านหน้าของใบประกาศดังกล่าวก็ยังมีภาพตราโล่เขนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ +++ และปรากฏลายมือชื่อของ ผกก.สส.บก. น.3 เป็นออกใบรับรองการฝึกอบรมร่วมกับชาวจีนที่มีการระบุว่าเป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศของมหาวิทยาลัยสยาม และผู้เข้าฝึกอบรมจะได้รับสวมเสื้อกั๊กแขนสั้น สวมหมวกแก๊ปสีดำ  ติดหน้าหมวกด้วยเครื่องหมายตราแผ่นดินหรือโล่เขนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ +++ อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการออกบัตรประจำตัวให้กับผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งระบุว่าได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม ออกบัตรให้โดยผกก.สส. บก.น.3  ซึ่งลงลายมือในบัตรประจำตัว และอีกประการหนึ่ง ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม ดังกล่าว คือ ผกก.สส.บก.น.3 +++

ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่ปิดการฝึกอบรมและมอบใบเป็น รอง ผกก.สส.บก.น.3 แต่งเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ  ทั้งๆที่โดยปกติปฏิบัติหน้าที่สืบสวนจะแต่งกายนอกเครื่องแบบ จึงทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าการฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นโครงการของมหาวิทยาลัยสยาม หรือของ กก.สส.บก.น.3 กันแน่ +++ หลังจากที่เป็นข่าว ผกก.สส. บก.น.3 ได้ทำรายงานชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้กับทาง ผบก.น.3 และ ผบช.น.ทราบว่า ทาง กก.สส.บก.น.3 มีส่วนเกี่ยวข้องเพียงแค่เป็นหน่วยงานที่ได้รับการประสานงานมาจากทางมหาวิทยาลัยสยามให้จัดหาวิทยากรตำรวจตำรวจไปฝึกอบรมให้ความรู้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเท่านั้น +++ แต่สิ่งที่ปรากฏภาพตามโครงการดังกบ่าว กลับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดและตัว ผกก.สส.บก.น.3 เอง เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องร่วมอยู่ในโครงการฝึกอบรมดังกล่าวเกือบทั้งหมด +++ ท่านเหล่านั้นคงไม่ได้เสียสละเวลาไปฝึกอบรมให้ฟรีๆหรือไม่ขอรับค่าตอบแทนอย่างแน่นอน

กรณีนี้เชื่อว่าท่าน ผบ.ตร. คงจะไม่ปล่อยผ่านไปง่ายๆ เพราะมันมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจโดยรวมและยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศโดยตรงอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้ที่เข้ารับการอบรมที่ไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่นักศึกษาจีน +++ แต่เป็นกลุ่มจีนเทาที่ไม่สามารถตรวจสอบหมายจับหรือประวัติการต้องโทษในคดีอาญาและไม่ทราบว่าประกอบอาชีพอะไร อาชีพสุจริตหรือไม่  +++ หากว่าได้มีการนำบัตรประจำตัวสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรมที่ได้รับการจากฝึกอบรมดังกล่าว ไปใช้หากินในทางที่ผิดกฎหมายหรือนำไปข่มขู่เรียกรับผลประโยชน์กับกลุ่มคนจีนด้วยกัน +++ ที่เข้ามาพักอาศัยหรือประกอบอาชีพในเขตพื้นที่ที่มีคนจีนอยู่จำนวนมาก เช่น ย่านห้วยขวาง หรือย่านสุทธิสาร  บ้านเมืองคงวุ่นวายกันน่าดูชม  และหากมีการเปิดโครงการฝึกอบรมอย่างนี้เพิ่มได้อีก 1-2 โครงการ ก็จะกลายเป็นช่องทางการทำมาหากินให้กับกลุ่มจีนเทาและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อีกด้วย +++

การออกคำสั่งให้ ผกก. และ รอง ผกก.สส.บก.น.3 ไปช่วยราชการ นั้น ยังไม่เพียงพอ ควรตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงว่า มีใครบ้างที่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้อง +++ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามโครงการนี้ และสมควรที่จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และตรงไปตรงมา +++ อย่าปล่อยให้มีการรายงานเท็จ ปกปิดข้อเท็จจริงบางส่วน เพื่อแหกตา ตบตาผู้บังคับบัญชาได้เด็ดขาดนะครับเจ้านาย                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             ///// โดยนายยอดแหลม

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888