1714555589237

1714555589237

“แม่-สามี” ร่ำไห้โฮ “ลูกสาว” ดับปริศนาที่มาเลเซีย เผยปมพิรุธหลายอย่าง ไม่รู้ว่าไปต่างประเทศตั้งแต่เมื่อไหร่ ทิ้งลูก 5 ขวบกำพร้าแม่ ร้อง “ปวีณา” ช่วยนำศพกลับมาชันสูตร

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 1 พ.ค.67 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 7 ต.ลำผักกูดอ. ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายศตวรรธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี และ นางสุวรรภา พรมจันเสน อายุ 49 ปี สามีและแม่ของผู้ตายชื่อ น.ส.อารีญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี เดินทางมาร้องเรียนต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เนื่องจากสงสัยการเสียชีวิตของ น.ส.อารีญา หลังเดินทางไปทำงานประเทศมาเลเซียกับเพื่อนแล้วเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 เม.ย.67 โดยเพื่อนแจ้งเสียชีวิตจากการช็อกหัวใจล้มเหลวให้สามีเดินทางไปประเทศมาเลเซียเพื่อทำการเผา แต่สามีไม่มีเงินค่าส่งศพกลับ และยังไม่ปักใจเชื่อการเสียชีวิต ขณะนี้ศพอยู่ที่โรงพยาบาลมะละกา ประเทศมาเลเซีย ต้องการนำศพกลับประเทศไทยเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากการเสียชีวิตของภรรยามีพิรุธหลายอย่าง

นายศตวรรธ กล่าวว่า ตนได้อยู่กินกับน.ส.อารีญา มีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุ 5 ขวบ จดทะเบียนสมรสอยู่กินกันที่ จ.นครพนม ภรรยามีอาชีพทำอาหารส่งให้กับเด็กอนุบาลโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม กลางเดือน มี.ค.67 ภรรยาเห็นเพื่อนไปทำงานต่างประเทศจึงสนใจและอยากไปทำงานต่างประเทศบ้าง

33

นายศตวรรธ กล่าวต่อว่า จึงมาบอกกับตนว่าจะเดินทางไปเรียนภาษาและพักอยู่กับเพื่อนที่ จ.ชลบุรี ระหว่างนั้นตนกับภรรยาได้มีการติดต่อพูดคุยกันตลอด และได้พูดคุยกับภรรยาครั้งสุดท้ายวันที่ 18 เม.ย.67 โดยภรรยาบอกว่ารองานอยู่ หลังจากนั้นไม่ได้คุยกัน เพราะเห็นว่าภรรยามีการโทรศัพท์คุยกับลูกชายอยู่

นายศตวรรธ กล่าวอีกว่า กระทั่งวันที่ 22 เม.ย.67 ตนทราบเรื่องจากนางบูม (นามสมมติ) ซึ่งเป็นแม่ยาย โทรศัพท์มาบอกว่า ภรรยาตนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 เม.ย.67 ที่ประเทศมาเลเซีย ตนตกใจมากว่าภรรยาไปเสียชีวิตที่ประเทศมาเลเซียได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมา ตนคุยกับภรรยาทราบว่าอยู่ จ.ชลบุรี

นายศตวรรธ กล่าวด้วยว่า จึงได้ไปเปิดดูโทรศัพท์ของลูกชายพบว่า ภรรยาพูดคุยกับลูกชายวันที่ 19 เม.ย.67 ครั้งสุดท้าย ตนจึงได้ติดต่อไปสอบถามกับเพื่อนของภรรยาถึงสาเหตุการเสียชีวิตของภรรยา เพื่อนบอกว่าภรรยาเสียชีวิตจากการช็อกหัวใจล้มเหลวและไม่ยอมให้ข้อมูลใดและเร่งรัดให้ตนเดินทางไปที่ประเทศมาเลเซียเพื่อทำการเผาศพภรรยาโดยเร็ว แต่ตนไม่ยอมให้เผาที่มาเลเซีย ขอให้ส่งศพมาชันสูตรการเสียชีวิตที่ประเทศไทย เนื่องจากการเสียชีวิตของภรรยามีพิรุธหลายอย่าง

นายศตวรรธ กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 24 เม.ย.67 ตนได้ติดต่อสอบถามกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบว่า มีรายชื่อของภรรยาตนเดินทางไปที่ประเทศมาเลเซียหรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่า ภรรยาตนมีการเดินทางเข้าประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 31 มี.ค.67 ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยรู้เลยว่าภรรยาเดินทางไป ตนจึงติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ เพราะสงสัยการเสียชีวิตของภรรยา และต้องการนำศพกลับประเทศไทย

3432980

ด้าน นางสุวรรภา กล่าวว่า ปกติลูกสาวจะติดต่อมาหาแม่อยู่ตลอด กระทั่งวันที่ 22 เม.ย.67 ตนเห็นว่าลูกสาวไม่ได้ติดต่อมาเป็นเวลา 3 วันแล้ว จึงได้โทรศัพท์ไปหาลูกสาว แต่ปลายสายเป็นเพื่อนของลูกสาวรับสายและบอกว่า “ให้แม่ทำใจดี ๆ” จากนั้นเพื่อนลูกก็ส่งโทรศัพท์ให้ผู้หญิงอีกคนพูดสาย ซึ่งแม่ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เขาบอกว่าลูกสาวแม่เสียชีวิตแล้วตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.67 สาเหตุจากการช็อกหัวใจล้มเหลว ขณะนี้ศพอยู่ที่โรงพยาบาลมาละกา แม่จึงขอให้ส่งที่อยู่และรูปภาพศพของลูกสาวมาให้ดู แต่เพื่อนลูกกับหญิงสาวคนดังกล่าวก็ไม่ยอมส่งให้ และเร่งรัดให้แม่กับสามีลูกสาวรีบเดินทางไปที่มาเลเซียเพื่อทำพิธีเผาศพที่นั่น

แม่ของผู้ตาย กล่าวอีกว่า โดยเพื่อนลูกสาวเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าแม่ บอกว่าจะให้สามีเดินทางไปมาเลเซียโดยจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับสามีและเสียค่าใช้จ่ายเผาศพของลูกสาวให้เผาที่ประเทศมาเลเซีย แต่แม่กับสามีของลูกยังไม่ยอมให้เผา เพราะการเสียชีวิตของลูกสาวมีพิรุธ ทำไมจึงจะรีบเผาศพ ไม่ยอมส่งรูปศพมาให้และมีเงื่อนงำ ครอบครัวไม่เคยรู้เลยว่าลูกสาวเดินทางไปที่มาเลเซีย จึงติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ประสานกระทรวงการต่างประเทศส่งศพลูกสาวกลับประเทศไทย และขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ส่งศพลูกสาวชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง จนกว่าลูกสาวจะได้รับความเป็นธรรม

3432990

หลังรับเรื่อง นางปวีณา กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจ เป็นที่น่าเป็นห่วงระยะหลังนี้มีหญิงไทยเสียชีวิตในต่างประเทศต่อเนื่องหลายคน มูลนิธิปวีณาฯรับเรื่องหญิงไทยเสียชีวิตตั้งแต่ต้นปี 2567 เฉพาะประเทศมาเลเซีย 4 ราย ประเทศบาห์เรน 1 ราย (รอส่งศพกลับประเทศไทย) ที่มีลักษณะมีเงื่อนงำ มีพิรุธ จึงขอเตือนหญิงไทยที่จะไปต่างประเทศให้พิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อน อยากให้หญิงไทยที่อยู่ประเทศมาเลเซียช่วยกันดูแลคนไทยด้วยกันให้ได้รับความปลอดภัย

มูลนิธิปวีณาฯได้ประสานกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำส่งศพ น.ส.อารีญา กลับประเทศไทย และจะประสานสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ส่งศพ น.ส.อารีญา ไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงในเร็วนี้ โดยจะติดตามเคสอย่างใกล้ชิดต่อไป

1714554731883

นางปวีณา กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายส่งศพประมาณ 30,000 บาท ขอประชาสัมพันธ์ คนไทยในมาเลเซียร่วมบริจาคเงินส่งศพกลับประเทศไทย สำหรับรถที่จะต้องรับส่งศพกลับภูมิลำเนาและฌาปนกิจ ทางมูลนิธิปวีณาฯจะช่วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด และมูลนิธิปวีณาฯส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง.

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888