“เศรษฐา”ยกคณะไปเยือน“ร้อยเอ็ด”ชื่นชมสยบยาเสพติดได้ผลน่าพอใจชาวบ้านแห่ชูป้าย“ทวงเงินหมื่น”

“นายกฯ” เยือน “ร้อยเอ็ด” ชาวบ้านแห่ “ทวงเงินหมื่น” ชมอำเภอสุวรรณภูมิใช้ความเข้มแข็งครอบครัว “สยบยาเสพติด” หวังเป็นโมเดลใช้พื้นที่อื่นๆ ยันรัฐบาลเอาจริง ผู้ค้าต้องถูกปราบ-ยึดทรัพย์
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 7 ต.ค.66 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และคณะเดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรหัวโทน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการบำบัดยาเสพติด โดยมี น.ส.จิราพร สินธุไพร น.ส.ชญาภา สินธุไพร สส. ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย รวมถึงประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ และถือป้ายเรียกร้องโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โดยป้ายข้อความระบุว่า “เราต้องการเงินดิจิทัล 10,000 บาท” ,ชาวร้อยเอ็ดอยากได้ 10,000 บาท,เศรษฐกิจร้อยเอ็ดแย่ เอาเงิน 10,000 บาท มาเยียวยาก่อนได้ไหม”
ทั้งนี้ ทันทีที่นายกฯเดินทางถึง ได้มีผู้ให้การต้อนรับนำผ้าขาวม้ามาผูกเอว ก่อนที่นายกฯจะเดินไปยังป้ายข้อความที่เรียกร้องโครงการเงินดิจิทัล โดยนายกฯได้ทักทายและถ่ายรูปกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง โดยช่วงดังกล่าว นายกิตติ สมทรัพย์ สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ได้ที่เดินมาเพื่อจะร่วมภาพกับนายเศรษฐา ทำให้ นายกฯเศรษฐา กระเซ้าว่า “คุณจะมาถ่ายรูปกับผมทำไมหละเฮ้อ” พร้อมใช่มือดันนายกิตติออกไป ก่อนที่จะชูนิ้วโป้งเพื่อถ่ายรูปร่วมกับประชาชนพร้อมกับกล่าวว่า “เงินหมื่น”

โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ 2 ที่ลงพื้นที่อีสานดูน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี และยโสธร ดีใจที่ปัญหาคลี่คลายไปบ้าง แต่ปัญหาที่มีอยู่คือเรื่องปากท้อง ผลิตผลทางการเกษตร ข้าวซึ่งซึ่งที่จังหวัดร้อยเอ็ดปลูกกันเยอะ รัฐบาลจะไปเปิดตลาดใหม่นำนวัตกรรมเข้ามาเสริม เพื่อให้รายได้สุทธิต่อครัวเรือนสูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่าย ของประชาชนที่สูงรัฐบาลได้ดำเนินการดำเนินการพักหนี้ค่าน้ำค่าไฟลดค่าน้ำและค่าไฟ ประชาชนจะได้ลืมตาอ้าปากมีกำลังใจในการทำงาน ขณะที่ปัญหาที่กัดกินสังคม เช่นเรื่องยาเสพติดที่แพร่หลายเรายอมไม่ได้ที่จะให้ลูกหลานเป็นทาสของยาเสพติด ที่ อำเภอสุวรรณภูมิ ถือว่าทำได้ดี โดยใช้ชุมชนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างครบวงจร และไม่ใช้ความรุนแรงใช้ความเข้มแข็งของครอบครัวมาช่วย หวังว่าโมเดลนี้จะถูกนำไปใช้ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในที่อื่นต่อไป

นายกฯ กล่าวอีกว่า ดูได้จากแววตามีความจริงใจจริงจังและอยากให้มีผลสัมฤทธิ์ แก้ไขปัญหาได้ทั่วประเทศ และขอชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการของสถานีตำรวจภูธรหัวโทน ที่สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงต้องขอชื่นชม ดังนั้นขอให้หน่วยงานราชการบูรณาการและเป็นเสาหลักในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ร่วมกัน ปราบปรามผู้มีอิทธิพลดำเนินการอย่างจริงจังและเป็นระบบ ขณะที่ผู้ค้าต้องถูกปราบปรามอย่างเคร่งครัด และยึดทรัพย์โดยเร็วที่สุด และขอเน้นย้ำรัฐบาลนี้เอาจริงกับเรื่องยาเสพติด เพราะเป็นเรื่องที่กัดกร่อนสังคมไทยมาอย่างยาวนาน และถึงเวลาที่จะต้องจัดการต่อไป โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)เป็นหน่วยงานสำคัญที่จะช่วยผลักดันเรื่องนี้ได้ จึงขอฝากถ้าเป็นไปได้อยากให้เอางานของสถานีตำรวจภูธรหัวโทนโมเดลนี้ไปแพร่ขยายในทุกสถานีตำรวจ เพื่อทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานรัฐทุกหน่วยงานในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ครั้งต่อไปตนจะสั่งการในเรื่องนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯได้เดินพูดคุย และให้กำลังใจผู้ติดยาเสพติดที่ได้รับการบำบัด.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
