“อัยการ”สั่งฟ้อง“กำนันนก-ตำรวจ-พลเรือน”ร่วมฆ่า“สารวัตรแบงก์”ส่วน“อดีตผกก.พญาไท-พวก”รอด157

“อัยการ” สั่งฟ้อง “กำนันนก” จ้างวานฆ่า “สารวัตรทางหลวง” พร้อม “ 23 กลุ่มตำรวจ-พลเรือน” ละเว้นปฎิบัติหน้าที่ปมไม่ช่วยเหลือ-ทำลายของกลาง และสั่งไม่ฟ้อง “อดีตผกก.สน.พญาไท” กับพวก 5 คน ส่วน “ผกก.เบิ้ม” ไม่มีชื่อเกี่ยวในคดีแล้ว
เมื่อวันที่ 30 พ.ย.66 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ นายประยุทธ เพชรชคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมแถลงข่าวผลการพิจารณาคดีสั่งฟ้องนายปวีณ จันทร์ทร์คล้าย หรือ “กำนันนก”
นายวัชรินทร์ กล่าวว่าคดีนี้แบ่งเป็น 2 สำนวน ได้แก่ คดีฆาตกรรม พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งมีผู้ต้องหาคือนายหน่อง หรือธนันชัย หมั่นมาก ผู้ต้องหาที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ และกำนันนก โดยอัยการสำนักงานคดีอาญา มีความเห็นให้สั่งฟ้องกำนันนก ตามที่พนักงานสอบสวนเสนอมาในคดีสั่งการจ้างวานฆ่าส่วนนายหน่อง เนื่องจากถูกวิสามัญจึงมีคำสั่งยุติคดี
ส่วนสำนวนที่ 2 ซึ่งเป็นสำนวนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือน รวม 28 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ ขณะที่มีการยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว ในความเกี่ยสกับการปฏิบัติหน้าหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต มีความเห็นสั่งฟ้องตำรวจ ได้แก่ พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สมสุข กับพวก และพลเรือน รวม 23 คน ในข้อหาแตกต่างกันไป ซึ่งรวม 6 คนแรกที่ถูกจับดำเนินคดี โดยเป็นกลุ่มที่ขับรถพากำนันนกหลบหนี และมีการทำลายพยานหลักฐาน ส่วนพลเรือน โดนข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำความผิด รวมถึงกำนันนกด้วย
ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพนักงานอัยการได้นำตัวตำรวจและพลเรือนรวม 23 คน ไปส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้ว
โดย นายประยุทธ กล่าวยืนยันว่ากำนันนกถูกฟ้อง ทั้ง 2 ศาล คือศาลอาญาและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยอัยการจะมีการเสนอศาลให้นับโทษทั้ง 2 สำนวนต่อกันซึ่งขึ้นอยู่กับที่ศาลใดจะตัดสินคดีใดก่อน

อย่างไรก็ตามยังมีตำรวจ 5 นาย ที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง ได้แก่ พ.ต.อ.กฤษฎาพร จงอักษร อดีต ผกก.สน.พญาไทย ,ร.ต.อ.ณัฏฐพล นาคกร ,พ.ต.ท.ภทร วรญาวิสุทธิ์ , พ.ต.อ.ภาณุทัต เหลืองสัจจกุล และร.ต.ท.มนัต จันทร์มีทรัพย์ สั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากทางพนักงานอัยการเห็นว่าจัดอยู่ในกลุ่ม ที่มีการเคลื่อนไหวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นพาผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลหรือสนับสนุนช่วยเหลือในด้านต่างๆไม่ได้นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ความเห็นนี้ยังถือว่ายังไม่เด็ดขาด เนื่องจากที่ต้องนำตัวผู้ต้องหาและสำนวนสั่งฟ้องในวันนี้เพราะว่าเป็นวันสุดท้ายในการฝากขังแต่หากพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางรายก็จะต้องเสนอเรื่องไปที่ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้มีความเห็นทางคดี โดยหากเห็นแย้งความเห็นของอัยการ ก็จะถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดวินิจฉัยชี้ขาด จึงจะถือว่า เป็นคำสั่งเด็ดขาด ซึ่งถ้าอัยการสูงสุด มีความเห็นให้สั่งฟ้องตำรวจทั้ง 5 นาย ที่เดิมที่สั่งไม่ฟ้องในครั้งนี้ก็สามารถนำตัวตำรวจทั้ง 5 นายกลับมาดำเนินคดีได้ภายในอายุความ 20 ปี
ส่วน ประเด็นที่ผู้ต้องหาบางรายถูกฟ้องและไม่ถูกฟ้องในรายละเอียดสำนวนทางพนักงานอัยการไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน รวมทั้งพ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ หรือ “ผกก.เบิ้ม” ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ไม่มีรายชื่อเป็นผู้ต้องหาในสำนวนของพนักงานสอบสวนที่ส่งมาให้อัยการตั้งแต่แรก แม้จะอยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าวก็ตาม ซึ่งทางอัยการไม่ขอก้าวล่วง และไม่ทราบรายละเอียดในประเด็นนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาทั้งหมดที่ถูกสั่งฟ้องเเละสั่งไม่ฟ้องประกอบด้วย
สั่งไม่ฟ้อง ร.ต.ท. นิมิต สลิดกุล ผู้ต้องหาที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 ร.ต.ท. ณรงศักดิ์ แตงอำไพ ผู้ต้องหาที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 184, 189, 200 ร.ต.อ. ณัฏฐพล นาคกร ผู้ต้องหาที่ 5 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157, 184, 189, 200 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 พ.ต.อ. กฤษฎาพร จงอักษร ผู้ต้องหาที่ 7, พ.ต.ท. ภทร วรญาวิสุทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 10, พ.ต.อ. ภาณุทัต เหลืองสัจกุล ผู้ต้องหาที่ 15 และ ร.ต.ท. มนัต จันทร์มีทรัพย์ ผู้ต้องหาที่ 20 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
สั่งฟ้อง พ.ต.ต. เกียรติศักดิ์ สมสุข ผู้ต้องหาที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 และมาตรา 184 ประกอบมาตรา 84 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172

สั่งฟ้อง ร.ต.ต. ประสาร รอดผล ผู้ต้องหาที่ 2, ร.ต.ท. สรรเสริญ ศรีสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 6 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 189, 200 และมาตรา 184 ประกอบมาตรา 84 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 สั่งฟ้อง ร.ต.ท. นิมิต สลิดกุล ผู้ต้องหาที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157, 189, 200 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
สั่งฟ้อง ร.ต.ท. ณรงศักดิ์ แตงอำไพ ผู้ต้องหาที่ 4, จ.ส.ต. พิสิฐ ชิวปรีชา ผู้ต้องหาที่ 8, ร.ต.อ. จตุรวิทย์ ชวาลเกียรติธนา ผู้ต้องหาที่ 9, ร.ต.อ. ประสมมาศ แสงสุขดี ผู้ต้องหาที่ 11, ส.ต.ต. สุทธิกานต์ แซ่ฮ้อ ผู้ต้องหาที่ 12 , ส.ต.ต. สรรเสริญ ศรีอุบล ผู้ต้องหาที่ 13, ส.ต.ต. ธนทัต ท่าน้ำตื้น ผู้ต้องหาที่ 14, ร.ต.อ. นุชิต บรรณชัย ผู้ต้องหาที่ 16, ด.ต. ถนอมศักดิ์ มีศรี ผู้ต้องหาที่ 17, จ.ส.ต.อภิรักษ์ โรจน์พวง ผู้ต้องหาที่ 18, ร.ต.อ. ศิริชัย รูปสวย ผู้ต้องหาที่ 19, ร.ต.ท. สมโชค บัวไชย ผู้ต้องหาที่ 21 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
สั่งฟ้อง นายสนธยา สุดแน่น ผู้ต้องหาที่ 22, นายฐิตินนท์ อินทร์ต้นวงศ์ ผู้ต้องหาที่ 23, นายนิวัฒน์ชัย ปั้นดา ผู้ต้องหาที่ 24, นายกฤษฎา เหล่งดอนไพร ผู้ต้องหาที่ 25, นายชาตรี เขียวทับ ผู้ต้องหาที่ 26 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 184 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 สั่งฟ้อง นายประวีณ จันทร์คล้าย ผู้ต้องหาที่ 27 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86
สั่งฟ้อง นายอาทิตย์ เก้าลิ้ม ผู้ต้องหาที่ 28 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 ประกอบมาตรา 84 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 ขอศาลเพิ่มโทษผู้ต้องหาที่ 26 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และขอศาลนับโทษผู้ต้องหาที่ 27ในคดีนี้ติดต่อกับโทษในคดีอาญากองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามที่ 24/2566
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
