“อนุทิน” ไปยะลาลั่นปล่อยไฟใต้ค้างคาไม่ได้! ดึง “วันนอร์-บิ๊กเกรียง” เสริมทัพ ย้ำมุ่งอนาคต-ไม่จับผิดใคร

นายกฯ อนุทิน นำทัพรัฐมนตรีและฝ่ายความมั่นคงบุก ศอ.บต. ยะลา มอบนโยบาย "เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา" ยุคใหม่ เน้นทำงานทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที ชูการดึง "วันมูหะมัดนอร์" และ "พล.อ.เกรียงไกร" เป็นกุญแจสำคัญเชื่อมใจประชาชน ย้ำชัดลงใต้ครั้งนี้เพื่อสร้างอนาคตและโอกาสทางเศรษฐกิจ ไม่ได้มาฟื้นฝอยหาตะเข็บหรือจ้องจับผิดใคร

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงและผู้นำเหล่าทัพ เดินทางถึงศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวัดยะลา เพื่อประชุมมอบนโยบายและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

โดยนายอนุทินได้กล่าวเน้นย้ำกลางที่ประชุมอย่างหนักแน่นว่า รัฐบาลกำหนดให้การแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบและเห็นผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว พร้อมประกาศเจตนารมณ์ว่ารัฐบาลจะไม่ยอมปล่อยให้เหตุการณ์ความไม่สงบยืดเยื้ออยู่แบบนี้ต่อไปอีกเด็ดขาด ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้มุ่งหวังที่จะยืนยันว่าหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ความน่าสนใจของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการดึงบุคลากรที่มีประสบการณ์และบารมีสูงในพื้นที่มาร่วมเป็นเรี่ยวแรงสำคัญ ทั้งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และพลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ที่เข้าใจบริบทในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง

โดยนายกรัฐมนตรีระบุชัดเจนว่าการเชิญทั้งสองท่านมาทำงานไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจ้องจับผิดข้าราชการหรือต้องการฟื้นฝอยหาตะเข็บในเรื่องอดีต แต่เป็นการรวมพลังเพื่อมองไปข้างหน้าและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน โดยยึดหลักการ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ตามแนวทางพระราชดำริที่ต้องปรับให้เข้ากับยุคสมัยผ่านนโยบาย "ทันโลก ทันสมัย และทันท่วงที" เพื่อให้สามารถรับมือกับปัจจัยและปัญหาใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงเร็วมากในปัจจุบัน


นายกรัฐมนตรียังได้ฝากแนวคิดเรื่องการ "ถอดอคติ" โดยย้ำว่ารัฐต้องไม่เหมารวมว่าประชาชนในพื้นที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบ เพียงเพราะสภาพแวดล้อมที่ยังมีความรุนแรงเกิดขึ้น พร้อมชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่สันติภาพคือความยุติธรรม
ซึ่งจากบทเรียนในประวัติศาสตร์พบว่าความเป็นธรรมคือสิ่งที่ประชาชนโหยหามากที่สุด ดังนั้นภารกิจในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องความมั่นคง แต่เป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนทุกกลุ่มทั้งชาวไทยมุสลิมและชาวไทยพุทธมีรายได้ที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนใต้ให้กลายเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนสืบไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
