112

112

“อธิบดีดีเอสไอ” ก้นร้อน ออกหมายจับ “ชิปปิ้งเอกชน” เพิ่มอีก 3 ราย ชี้ มีพฤติการณ์รับเงินนายทุนนำเข้า “หมูเถื่อน” พร้อมวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยสกัดหมูเถื่อนลอบนำเข้า ย้ำไม่ใช่หน้าที่ของดีเอสไอเพียงหน่วยงานเดียว

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 พ.ย.66 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีการเรียกประชุมด่วนของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 59/2566 หรือคดีหมูเถื่อน 161 ตู้ เนื่องจากวานนี้ (12 พ.ย.) อธิบดีดีเอสไอ ได้ถูกตำหนิติติงการดำเนินการทางคดีจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่ามีการดำเนินการทางคดีล่าช้า สกัดจับกุมแต่รายย่อย ในขณะที่รายใหญ่ยังจับกุมไม่ได้นั้น

ความคืบหน้าล่าสุดที่ ศูนย์ราชการฯ อาคารเอ ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า สำหรับคดีหมูเถื่อน ดีเอสไอได้รับดำเนินคดีในของกลาง จำนวน 161 ตู้ ซึ่งตกค้างอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ทำให้พนักงานสอบสวนพบการกระทำความผิดในกลุ่มแรก ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทชิปปิ้งเอกชนนำเข้าสินค้า ในส่วนนี้พนักงานสอบสวนได้มีการดำเนินการไปแล้ว โดยมีการแจ้งข้อหากับบุคคล 6 ราย หรือ 5 บริษัท ประกอบด้วย 1.น.ส.มณีวรรณ จิรวรวงศ์ อายุ 38 ปี กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท อาร์.ที.เอ็น.โอเวอร์ซี จำกัด 2.นายโดม วัจนคุปต์ อายุ 45 ปี กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท เดอะ คิวบ์ โลจิสติกส์ จำกัด และ 3.น.ส.นัทธมน สมบุญ อายุ 42 ปี กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท กู๊ด วอเตอร์ อีควิปเม้นท์ จำกัด 4.นายณัฐวุฒิ กันพร้อม อายุ 32 ปี กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของห้างหุ้นส่วนจำกัด กันตา ไทยโฟรเซ่นฟิช KANTA THAI FROZEN FISH LIMITED PARTNERSHIP 5.น.ส.เจนจิรา พรรัตนกุล อายุ 40 ปี กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของห้างหุ้นส่วนจำกัด กันตา ไทยโฟรเซ่นฟิช KANTA THAI FROZEN FISH LIMITED และ 6.นายศักดา ทองถนอม อายุ 51 ปี กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท มายเฮ้าส์ เทรดดิ้ง จำกัด MY HOUSE TRADING CO.,LTD. ในความผิดฐานนำของผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเกี่ยวกับของนั้น ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และความผิดฐานนำเข้า ส่งออกหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 อย่างไรก็ตาม ในวันนี้พนักงานสอบสวน เตรียมดำเนินการออกหมายจับกลุ่มบริษัทชิปปิ้งเอกชนนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมอีก 3 ราย (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลไว้ก่อน) เนื่องจากทั้งหมดนี้ ได้รับว่าจ้างจากกลุ่มนายทุนให้นำเข้าซากสุกรแช่แข็ง มายังราชอาณาจักรจากไทยโดยผิดกฎหมาย

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าอีกเรื่อง คือพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสืบสวน และพบว่ากลุ่มบริษัทที่นำเข้ามาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ได้มีการนำเข้าในลักษณะหมูเถื่อน โดยมีแผนประทุษกรรมคล้ายกัน จำนวน 2,385 ตู้ ซึ่งดีเอสไอได้ทำการแยกเป็นคดีพิเศษอีกเลขคดีหนึ่ง และอยู่ระหว่างการสืบสวน ซึ่งในกลุ่มนี้เอง ทำให้เราได้พบกับกลุ่มนายทุนที่เป็นผู้ว่าจ้างให้กลุ่มบริษัทชิปปิ้งเอกชนนำเข้าซากสุกรแช่แข็ง และปัจจุบันนี้คณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐาน นอกจากนี้ ดีเอสไอยังได้รับความร่วมมือจากทางผู้แทนของกรมปศุสัตว์ ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่รู้ข้อมูลเป็นอย่างดี มาให้การกับทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ถือเป็นความร่วมมือที่ได้มีการประสานกันมาอย่างต่อเนื่อง

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าอีกเรื่อง คือ ในกลุ่มที่สอง หรือกลุ่มนายทุน พนักงานสอบสวนได้มีการออกหมายจับจำนวน 2 บริษัท (หรือ 2 ราย) ได้แก่ 1.นายวิรัช ภูริฉัตร อายุ 69 ปี กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท เว้ลท์ซี่ แอนด์ เฮ็ลธ์ซี ฟูดส์ จำกัด WEALTY & HEALTHY FOODS CO.,LTD. และบริษัท เดอะ กู๊ด ช็อป จำกัด THE GOOD SHOP CO.,LTD 2.นายธนกฤต ภูริฉัตร อายุ 42 ปี (บุตรชายของนายวิรัช ภูริฉัตร) ในความผิดฐานโดยหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียอากร โดยเจตนาจะฉ้ออากรที่ต้องเสียสำหรับของนั้นๆ โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้นและนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 243 มาตรา 244 และ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 68 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 นับเป็นข่าวดี เพราะผู้ต้องหาได้พยายามติดต่อที่จะเข้ามอบตัว โดยคาดว่าทั้งคู่จะเข้าพบพนักสอบสวน ไม่เกินวันพุธที่ 15 พ.ย. เพื่อเข้าให้ปากคำ

ทั้งนี้ ทั้งคู่ถือเป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้พนักงานสอบสวนทราบได้ว่า ของกลางที่ได้ยึดอายัดไว้นั้น และรวมถึงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งดีเอสไอได้ไปตรวจค้นที่ห้องเย็นแห่งหนึ่ง ภายใน จ.สมุทรสาคร และได้อายัดเนื้อหมูแช่แข็งไว้อีก 75 ตัน ก็จะใช้สำหรับสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ด้วยว่า ใครเป็นเจ้าของเนื้อหมูทั้งหมด เพราะทั้งคู่ก็เป็นเจ้าของเนื้อหมูบางส่วน ที่นำไปฝากไว้ที่ห้องเย็นดังกล่าว

เมื่อถามว่า ในปัจจุบันนี้สังคมค่อนข้างเป็นห่วงว่าจะมีการสกัดกั้นเนื้อหมูเถื่อนอย่างไร เพราะได้มีการแพร่กระจายไปทั่วประเทศไทยแล้วนั้น พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า ต้องเรียนว่ามันเป็นเรื่องของการดำเนินคดีที่แยกออกมาจากการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐแต่ละหน่วยงาน ในเรื่องการดำเนินคดี ดีเอสไอเป็นปลายทางในการรับเรื่อง และดำเนินคดีสอบสวนถึงตัวการและผู้มีอิทธิพล ผู้สั่งการให้มีการนำเข้าซากสุกรแช่แข็ง แต่เหตุการณ์ปัจจุบัน ต้องแยกออกจากการปฏิบัติว่า เราจะสกัดกั้นอย่างไร หากนับหนึ่งจากการที่รัฐบาลมีนโยบายแต่ละหน่วยงาน ต้องมีการตรวจสอบเข้มงวดกวดขันในเรื่องของการแอบลักลอบนำเข้าของขบวนการต่างๆ อีกทั้งเบาะแสที่ดีเอสไอได้รับมาภายหลังจากที่เราป้องกันไม่ให้มีการนำเข้ามาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่ามันจะมีพวกกองทัพมด ที่ไม่ได้สำแดงสินค้าทางช่องทางศุลกากร แล้วก็ยังมีลักษณะในการกระจายสินค้าออกไปยังต่างประเทศ และลักลอบนำเข้ามาในไทยโดยช่องทางอื่นๆ แทน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของดีเอสไอ แต่เป็นหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติอื่นที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในพื้นที่ที่จะต้องเฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้มีการใช้อีกวิธีการในการนำหมูเถื่อนกลับเข้ามาในประเทศไทย

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ยังมีเนื้อหมูแช่แข็ง ซึ่งยังตกค้างตามห้องเย็นต่างๆ ที่มีการลักลอบนำเข้ามาก่อนหน้านี้ ตนมองว่าทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง จะต้องปูพรมตรวจค้นทั้งหมด เชื่อว่าสถานการณ์นี้จะหายไปได้ ดังนั้น การร่วมมือของทุกฝ่ายมีความจำเป็น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเอกชน ที่รู้เห็นก็จะเป็นเบาะแสอย่างดี ที่จะให้การกับเจ้าหน้าที่รัฐได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าดีเอสไอพร้อมบูรณาการที่จะร่วมมือกับทุกหน่วยงาน.

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888