“อธิบดีกรมราชทัณฑ์”แจ้งปม“ทักษิณ”พบกลุ่มชาติพันธุ์เมียนมาต้องสอบข้อเท็จจริงประเมินผิดเงื่อนไขหรือไม่!

“อธิบดีกรมราชทัณฑ์” แจงกรณี “ทักษิณ” พบชนกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธเมียนมา เป็นดุลพินิจของ “อธิบดีกรมคุมประพฤติ” ตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเมินผิดเงื่อนไขพักโทษหรือไม่ ชี้หากผิดเงื่อนไขรุนแรงต้องส่งกลับเรือนจำฯ ส่วนถ้าไม่รุนแรงต้องตักเตือน ทำความเข้าใจ
จากกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการพักโทษที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ภายใต้การกำกับและควบคุมของกรมคุมประพฤติ โดยมีสื่อต่างประเทศรายงานว่า “ทักษิณ” ได้หารือกับตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธและรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ เพื่อช่วยยุติความขัดแย้งในเมียนมาและรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นของเมียนมา โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยยุติความขัดแย้งในเมียนมา โดยเว็บไซต์ Aseannow.com รายงานว่า การพบปะดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเดือน มี.ค. และเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา อีกทั้งทักษิณได้พบกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ รวมถึงสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) สภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS) พรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (KNPP) และองค์การแห่งชาติกะฉิ่น (KNO) ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวมตัวกันต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมา หลังการยึดอำนาจโดยรัฐบาลทหารเพื่อขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่นำโดย ออง ซาน ซูจี การจับอาวุธขึ้นต่อสู้ได้ลุกลามและแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้ผู้คนหลายล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของเมียนมา ต่อมานายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ว่า ตนเองไม่รู้ว่ามีการเข้าไปช่วยเจรจาหรือไม่ ส่วนของกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานด้านความมั่นคงมีการพูดคุยกับทุกกลุ่มอยู่แล้ว ซึ่งเป็นความลับนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 8 พ.ค.67 ที่ อาคารกรมราชทัณฑ์ อ.เมือง จ.นนทบุรี นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายจำเริญ โพธิยอด อธิบดีกรมธนารักษ์ ร่วมกันจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยโครงการสงวนและอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวในที่ราชพัสดุจังหวัดนครราชสีมา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนโครงการสงวนและอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวในที่ราชพัสดุ บนเนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่ ให้มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มการดูดซับปริมาณก๊าซเรือนกระจก (คาร์บอนเครดิตจากต้นไม้) ของประเทศ
โดยนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีนายทักษิณ ว่า จากกรณีดังกล่าวคงต้องไปตรวจสอบจากข้อเท็จจริงก่อน จากนั้นต้องไปดูเงื่อนไขที่กรมคุมประพฤติต้องดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่สามารถสรุปได้ว่ากระทำได้หรือไม่ได้ คาดว่าทางกรมคุมประพฤติอาจอยู่ระหว่างพิจารณาว่าตรงไหนที่อดีตนายกรัฐมนตรีสามารถกระทำได้หรือกระทำไม่ได้ ก็คงจะต้องมีการพูดคุยและทำความเข้าใจกับอดีตนายกฯ ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยด้วยว่า ส่วนความประพฤติใดของผู้ที่อยู่ระหว่างการพักโทษที่ไม่ถูกต้อง ทางกรมคุมประพฤติก็จะเป็นผู้แจ้ง และให้ผู้ถูกคุมประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้อง ส่วนกรณีหากจะต้องส่งผู้ถูกคุมประพฤติกลับเรือนจำนั้น ต้องเป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไข ซึ่งถ้าหากผิดเงื่อนไขแต่ไม่ได้รุนแรงก็สามารถทำความเข้าใจ บอก หรือตักเตือนได้ ทั้งนี้ จำนวนครั้งของการตักเตือนค่อนข้างมีความยืดหยุ่น เพราะบางครั้งผู้ที่อยู่ระหว่างพักโทษอาจจะไม่ทราบ หรือเข้าใจว่าทำได้ ดังนั้น กรมคุมประพฤติจะต้องไปทำความเข้าใจ เป็นดุลพินิจของนายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุมประพฤติ.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
