1714017186988

1714017186988

“ตำรวจชุดสืบภาค2” ตามจับกุม “หนุ่มขี้ยา” หนีคดีไปบวชเป็นพระ หวังซุกชายผ้าเหลืองแต่ไม่รอด ถูกรวบพร้อมยาบ้า 28 เม็ดคากุฏิ

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.67 พล.ต.ต.ธีระชัย ชํานาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สส.ภ.2 นำกำลังเข้าจับกุมนายธนโชติ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.209/2567 ลงวันที่ 22 เม.ย.67 ในข้อหา “สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ , รับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เกี่ยวยาเสพติด หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิดฯ , ยอมให้ผู้อื่นใช้ชื่อหรือเอกสารในการเปิดธุรกรรมทางการเงินฯ , ยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารของตนฯ , สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนฐานฟอกเงินฯ , กระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอนฯ , ได้มาครอบครองหรือใช้ทรัพย์สินนั้นโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดฯ”

ทั้งนี้สืบภาค 2 ได้ทำการกวาดล้างยาเสพติด โดยได้มีการจับกุมและขยายผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้เสพและผู้ค้า ต่อมาได้สืบทราบว่านานธนโชติ ได้หนีคดียาเสพติดไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปจับกุม ซึ่งขณะนั้นอยู่ในสถานะเป็นพระภิกษุสงฆ์ จากการตรวจค้นกุฏิหลังที่พักอยู่ พบยาบ้าจำนวน 28 เม็ด อยู่ภายในกุฏิด้วย จึงควบคุมตัวมาสอบสวน

เบื้องต้น นายธนโชติ ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าได้นำบัญชีที่ตนได้เปิดใช้เมื่อปี 2566 ไปขายให้บุคคลอื่น พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกบัญชี ในราคา 3,000 บาทจริง และยาบ้าที่พบอยู่ภายในกุฏิเป็นของตนเองจริง จึงได้ทำการจับกุมพร้อมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

1714016833926

ซึ่งในการจับกุมครั้งนี้ พล.ต.ต.ธีระชัย ฝากประชาสัมพันธ์ประชาชนให้ทราบว่า หากผู้ใดได้เปิดบัญชีธนาคารและซิมโทรศัพท์ของตนเองเพื่อให้ผู้อื่นใช้ หรือขายต่อไปให้ผู้อื่นนั้น เจ้าของบัญชีหรือซิมโทรศัพท์ผู้เปิด จะมีความผิดฐาน “ผู้ใดเปิดบัญชี บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตน และห้ามไม่ให้ผู้ใดยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้ซิมโทรศัพท์ของตนในทั้งที่รู้หรือควรจะรู้ ซึ่งอาจจะนำไปใช้ในการทุจริตหรือทำผิดกฎหมาย” มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

อีกทั้งในความผิดครั้งนี้ เป็นความผิดเกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด ซึ่งตามกฎหมาย พรบ.ยาเสพติด พ.ศ.2564 ได้ระบุบทลงโทษ ผู้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารและซิมโทรศัพท์ซึ่งเกี่ยวกับยาเสพติดว่า “ผู้ใดยอมให้ผู้อื่นใช้ชื่อ เอกสาร หลักฐานของตน ในการเปิด จด หรือลงทะเบียนทำธุรกรรมทางการเงิน ซื้อสินค้าหรือบริการอื่นใด ยอมให้ใช้บัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ซิมการ์ดโทรศัพท์ หรือยอมให้ผู้อื่นใช้สิ่งเช่นว่านั้น ซึ่งตนได้เปิด จด หรือลงทะเบียนไว้แล้ว โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด” มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นกรณีที่เจ้าของบัญชีหรือซิมโทรศัพท์มีส่วนรู้เห็นหรือเป็นผู้ชักชวนประชาชนให้รับจ้างเปิดบัญชี จะมีบทลงโทษเท่ากับผู้ค้ายา ตามกฎหมายสมคบคิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ อัตราโทษสูงเท่ากับผู้ค้ายา อีกด้วย.

 

 

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888