“พลพีร์” บุก สน.ห้วยขวาง แจ้งความปมสายปริศนาอ้างดูแลพื้นที่ ลั่นเดินหน้าล้างบางนอมินี-ทุนเทาต่างชาติ ย้ำฟันไม่เว้นหากพบเจ้าหน้าที่รัฐร่วมโกง
z-z701845947062.webp)
“พลพีร์ สุวรรณฉวี” รมช.มหาดไทย ลุยโรงพักห้วยขวางด้วยตนเอง! เข้าแจ้งความและให้ปากคำพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ปมสายปริศนาอ้างตัวเป็นผู้ดูแลพื้นที่แอบอ้างเคลียร์คดีหลังชุดเฉพาะกิจบุกตรวจนอมินี-ทุนเทาต่างชาติ ลั่นเดินหน้าลงดาบล้างบางเครือข่ายนอมินีและทุนสีเทาทั่วประเทศ ย้ำชัดหากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนรู้เห็นหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ฟันไม่เลี้ยงไม่มีข้อยกเว้น

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยชุดเฉพาะกิจกรมการปกครอง ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง (สน.ห้วยขวาง) เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนทำการแจ้งความร้องทุกข์และให้ปากคำอย่างเป็นทางการ จากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการลงพื้นที่ตรวจค้นเครือข่ายธุรกิจนอมินี สถานประกอบการ และโรงแรมที่ต้องสงสัยกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ได้สนธิกำลังร่วมกับกระทรวงพาณิชย์, กระทรวงแรงงาน, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง เข้าตรวจค้นเป้าหมายและพบความผิดปกติหลายด้าน ทั้งการไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ, การดัดแปลงอาคารผิดกฎหมาย, ระบบความปลอดภัยไม่ได้มาตรฐาน, ตลอดจนปัญหาการใช้แรงงานต่างด้าวและการเปิดบัญชีนอมินี
เปิดเบื้องหลังสายปริศนาอ้างตัวดูแลพื้นที่


ไฮไลต์สำคัญและเป็นประเด็นร้อนแรงระหว่างการลงพื้นที่ตรวจค้น คือการที่มีผู้พยายามติดต่อขอเจรจาเคลียร์คดี โดยบุคคลปลายสายได้แอบอ้างตัวว่าเป็นผู้ดูแลพื้นที่ห้วยขวาง และมีการพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่รัฐรวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ว่าไม่มีการจ่ายเงินรายงวดแต่อย่างใด นายพลพีร์ เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้โทรศัพท์ติดต่อไปหาบุคคลดังกล่าวด้วยตนเองผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้รับมาจากพนักงานภายในร้าน หลังจากที่พยายามตามหาตัวเจ้าของร้านแต่ไม่พบตัว ซึ่งในระหว่างการพูดคุย บุคคลปลายสายได้ระบุชัดเจนว่าตนเองเป็นผู้ดูแลพื้นที่
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างข้อสงสัยและคำถามถึงกระบวนการเรียกรับผลประโยชน์ ทั้งการจ่ายเงินรายวัน รายเดือน หรือการจ่ายเงินเพื่อเคลียร์ปัญหาให้จบไป โดยในขณะนั้น นายพลพีร์ได้ตัดสินใจเปิดลำโพงโทรศัพท์มือถือเพื่อให้เจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการได้ร่วมรับฟังพร้อมกัน เพื่อนำข้อมูลเบาะแสทั้งหมดไปใช้เป็นแนวทางขยายผลในการปราบปรามขบวนการดังกล่าวต่อไป
ลั่นล้างบางนอมินี-ฟันเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวทุนเทา
นายพลพีร์ ระบุว่า การเดินทางมาให้ปากคำด้วยตนเองในวันนี้ เนื่องจากตนอยู่ในเหตุการณ์และเป็นผู้เจรจาพูดคุยผ่านสายตรงด้วยตัวเอง พร้อมทั้งได้นำข้อมูลเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน รวมถึงเอกสารหลักฐานจาก ส.ส. พรรคประชาชนในพื้นที่ มาบูรณาการร่วมกับอธิบดีกรมการปกครองเพื่อวางแผนปฏิบัติการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน นายพลพีร์กล่าวยืนยันว่า ปฏิบัติการตรวจค้นดังกล่าวไม่ใช่การตัดสินใจทำแบบฉาบฉวยหรือจบลงภายในวันเดียว แต่ทางกระทรวงได้ส่งสายสืบลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลพฤติกรรมการให้บริการ การออกคีย์การ์ด และหลักฐานล่วงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน
หลังจากนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้าขยายผลการปราบปรามไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องผู้ประกอบการชาวไทยและประชาชนที่เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ให้ถูกกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาสวมสิทธิ์ แย่งชิงอาชีพ หรือครอบครองทรัพย์สินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ในส่วนของการขยายผลเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้อง นายพลพีร์เน้นย้ำอย่างไร้ข้อแม้ว่า หากผลการสืบสวนพบว่ามีข้าราชการหรือหน่วยงานรัฐสังกัดใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกหรือจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จะดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งยอมรับว่าในปัจจุบันพบพฤติการณ์ของสำนักงานบัญชีและบริษัทกฎหมายเอกชนบางแห่ง ทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับจัดตั้งบริษัทนอมินีให้กับกลุ่มทุนต่างชาติ ซึ่งรูปแบบดังกล่าวแพร่ระบาดอย่างหนักในหลายจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ทั้งภูเก็ต, กระบี่, พะงัน, หัวหิน, ชลบุรี, และเชียงใหม่ ซึ่งหลังจากนี้จะเร่งถอดรหัสเขียนผังโครงข่ายความสัมพันธ์เพื่อลากตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมาย
เร่งแกะรอย “นายโป๊ะ” – จี้ตำรวจอัปเดตคดีทุก 7 วัน
สำหรับความคืบหน้าในการติดตามสืบสวนเบอร์โทรศัพท์ปริศนาที่อ้างชื่อว่า “นายโป๊ะ” นั้น นายพลพีร์เปิดเผยว่า ตนได้ประสานข้อมูลตรงไปยัง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) เพื่อส่งต่อข้อมูลและสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบประวัติการลงทะเบียนซิมการ์ด พร้อมทั้งติดตามตัวมาสอบสวนข้อเท็จจริงโดยเร็ว พร้อมกันนี้ยังได้ขอความร่วมมือไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ให้มีการรายงานและอัปเดตความคืบหน้าทางคดีร่วมกันทุก ๆ 7 วัน
นอกจากนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยยังเตรียมขยายผลตรวจสอบย้อนหลังไปถึงกลุ่มทุนต่างชาติที่แปลงสัญชาติมาถือสัญชาติไทย ว่ามีกระบวนการและขั้นตอนการได้มาซึ่งสัญชาติไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนสีเทาหรือขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ จะนำมาตรการยึดทรัพย์สินตามกฎหมายมาบังคับใช้อย่างเฉียบขาด
ในส่วนของการประสานความร่วมมือในระดับท้องถิ่น ได้มอบหมายให้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ทำหน้าที่ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบการทำงานและการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานเขตห้วยขวาง พร้อมทั้งทิ้งท้ายฝากเตือนว่า ย่านสถานบันเทิงชื่อดังอย่าง RCA (Royal City Avenue) ถือเป็น 1 ใน 10 เป้าหมายสำคัญที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์การเข้าตรวจค้นจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย ที่จะดำเนินการกวาดล้างอย่างจริงจังหลังจากนี้อย่างแน่นอน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
