“ผบ.ตร.”สั่งกวาดล้าง“ปืนเถื่อนออนไลน”สถิติชี้ไทยมีปืน10.3ล้านกระบอกสูงเป็นอันดับ13ของโลก!

“ผบ.ตร.” สั่งถึง “ตำรวจไซเบอร์” เร่งหาข่าว พร้อมกวาดล้าง “ปืนเถื่อน-สิ่งเทียมอาวุธ” ที่ลักลอบขายผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะที่ข้อมูลสถิติประเทศไทยครอบครองปืน 10.3 ล้านกระบอก สูงเป็นอันดับ 13 ของโลก
เมื่อวันที่ 4 ต.ค.66 พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รองผบช.สอท.กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมโดยในห้วงที่ผ่านมามีการกระทำความผิดและใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุอยู่บ่อยครั้ง ก่อให้เกิดความสูญเสียและความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันของหน่วยงานต่างๆ เพื่อบูรณาการกวาดล้างผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนพร้อมกันทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมาได้ระดมกวาดล้างจำนวนมาก
ขณะเดียวกันพบว่า แม้มีการจับกุมได้ต่อเนื่อง แต่ยังพบว่ามีการซื้อขายอาวุธปืนทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการซื้อขายในออนไลน์ อีกทั้งพบมีการดัดแปลงอาวุธปืนมาจำหน่าย ซึ่งทาง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการมายัง พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ดำเนินการเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยผบช.สอท. ได้สั่งการให้ทุกบก.ในสังกัด หาข่าวมุ่งเน้นเพื่อตรวจค้นจับกุมกลุ่มคนที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ทั้ง On Ground และผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันพบว่าอาชญากรรมส่วนใหญ่ที่พบ เป็นอาวุธปืนเถื่อนไม่ว่าเป็นอาวุธปืน blank Gun ที่ถูกนำมาดัดแปลงใช้ยิงกระสุนจริงได้ ซึ่งหลังจากนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อกวาดล้างครั้งใหญ่ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าเดือนก.ค.ปีที่ผ่านทางตำรวจไซเบอร์เปิดยุทธการ CyberCop cracked down on Online Scammers ตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ที่น่าสนใจคือการตรวจยึดแบลงค์กันได้กว่า 2,000 กระบอก กระสุนปืนกว่าแสนนัด หลังพบการซื้อขายออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์และส่งสินค้าผ่านเอกชน โดยการแถลงข่าวครั้งนั้น กองพิสูจน์หลักฐานออกมายืนยัน ปืนแบลงค์กันหากนำมาดัดแปลงให้ขับกระสุนออกได้ ก็มีสภาพเทียบเท่าอาวุธปืนจริง เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย
อีกทั้งหากมีการดัดแปลงเมื่อยิงกระสุนแบลงค์ แรงดันที่เกิดขึ้นดันกระสุนจำลองพุ่งใส่ร่างจนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ตอกย้ำอานุภาพของแบลงค์กัน อันตรายเกินกว่าจะเป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืน ที่น่าตกใจในแต่ละเดือนมีการส่งปืนแบลงค์กันมาให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเฉลี่ยเดือนละกว่า 100 กระบอก หรือปีละ 1,200-1,500 กระบอก ส่วนใหญ่เป็นอาวุธปืนแบลงค์ที่ดัดแปลงแล้ว และนำไปใช้ก่อเหตุต่าง ๆ ทั้งนี้มีรายงานว่าทางตำรวจเตรียมหารือบริษัทขนส่งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแนวทางในการป้องกันสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งอาวุธปืน ยาเสพติด ต่อไป
มีรายงานว่า ข้อมูลจากองค์กรที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธปืนขนาดเล็ก (Small Arms Survey) หรือ SAS ของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า หากดูสถิติประเทศที่พลเรือนครอบครองปืนสูงสุด อันดับ 1 คือ สหรัฐอเมริกา ประมาณ 393.3 ล้านกระบอก อันดับ 2 อินเดีย ประมาณ 71.1 ล้านกระบอก อันดับ 3 จีน ประมาณ 49.7 ล้านกระบอก
ขณะที่ประชาชนไทยครอบครองอาวุธปืนขนาดเล็กในปี 2017 เป็นอันดับ 13 ของโลก หากนับประชากรในอาเซียน 647 ล้านคน ประชากรของไทย 68 ล้านคน มีอาวุธปืนที่อยู่ในการครอบครองของพลเรือนมีถึง 10,342,000 กระบอก นับเป็นประเทศที่ครอบครองปืนสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือคิดเป็นอาวุธปืนขนาดเล็ก 15 กระบอก ต่อประชากร 100 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงพอสมควร ขณะที่ปืนราว 6.2 ล้านกระบอก มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และปืนไม่มีทะเบียนราว 6 ล้านกระบอก
เช่นเดียวกับเว็บไซต์ World Population Review ที่เผยแพร่ ผลสำรวจประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนมากที่สุดในโลกประจำปี 2022 พบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 15 มีผู้เสียชีวิต 2,804 คน โดยคิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 3.91 คน ต่อประชากร 100,000 คน
ขณะที่ 5 อันดับแรก ของประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนมากที่สุดในโลก ได้แก่ อันดับที่ 1 บราซิล (มากกว่า 49,000 คน) อันดับ 2 สหรัฐฯ (37,000 คน) 3. เม็กซิโก (22,118 คน ) 4.อินเดีย (14,712 คน) 5.โคลอมเบีย (13,171 คน) ส่วนในอาเซียน ฟิลิปปินส์ยังคงเป็นอันดับ 1 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนมากที่สุด (9,267 คน)
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
