“ปานเทพ” จี้ กต.เปิดเผยผลประชุมJBCซัดถ้าทำเพื่อชาติทำไมต้องปิดเป็นความลับยิ่งปิดประชาชนยิ่งสงสัย


ต่อมาในปี 2554 ได้เกิดการชุมนุมครั้งใหญ่ เพื่อคัดค้านการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกให้ฝั่งกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งในขณะนั้นรัฐบาลได้ถอนตัวจากภาคีเครือข่าย แต่ขณะนั้นมีการเปลี่ยนรัฐบาลทำให้เขาพระวิหารตกเป็นของประเทศกัมพูชาในที่สุด

กระทั่งปี 2556 ประเทศกัมพูชาได้ยื่นต่อศาลโลกให้ตีความพื้นที่บริเวณโดยรอบของพระวิหารที่ออกห่างจากตัวเขาพระวิหาร จนทำให้ประเทศไทยแพ้อีกครั้งในศาลโลกกระทั่งล่าสุดปี 2568 การต่อสู้เรื่องเขตชายแดนไทย-กัมพูชา กลับทวีมากยิ่งขึ้นเพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่ทางบกแต่เริ่มไปสู่แนวชายแดนทางทะเลอีกด้วยซึ่งมีการรุกล้ำอย่างเป็นขบวนการ โดยพบว่ามีต่างชาติเข้ามาแทรกแซงซึ่งตนมองว่าตอนนี้กลายเป็นมหาอำนาจและจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นยูเครน 2 ทำให้ตนมองว่าตอนนี้เราจะถอยไปไกลกว่านี้ไม่ได้แล้ว ประเทศไทยต้องรุกเอาพื้นที่กลับมา

นายปานเทพ ยังกล่าวว่า นับตั้งแต่มีการรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่โนแมนแลนด์ ซึ่งสินค้าที่เป็นประโยชน์ที่สุดคือการตัดไม้ทำลายป่าในเขตอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในพื้นที่ของประเทศไทย นอกจากเรื่องวัฒนธรรมที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทยแล้วยังพบว่ามีถนน ลิฟต์ และบรรได สร้างขึ้นมาในพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารหลายจุด ในเขตชายแดนทางทะเลก็มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างยื่นเข้ามาหวังจะกินพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับขบวนการของฝั่งกัมพูชา

นอกจากนี้นายปานเทพ ยังเน้นย้ำฝากถึงกระทรวงการต่างประเทศ ให้มีการเปิดเผยเรื่องผลประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา หรือ JBC ว่าเรื่องนี้ไม่ควรเป็นความลับ เพราะการเจรจาเรื่องเขตแดนเป็นเรื่องของความมั่นคงแห่งชาติ และประชาชนควรมีสิทธิได้รับรู้ และหากบอกว่าเป็นเพียงกรอบเจรจา ก็ต้องนำเข้าสู่สภา ถ้าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ เหตุใดต้องปิดบัง การปิดบังเช่นนี้ยิ่งสร้างความสงสัย และอาจกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างรุนแรง
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
