“ปปง.”ลุยยึดทรัพย์เครือข่าย“ชนินทร์”เพิ่มอีก2.5พันล้านปมโกงหุ้นSTARKจ่อสอบ“วนรัชต์”ในเรือนจำ!

“ปปง.” ลุยยึดทรัพย์เครือข่าย “ชนินทร์” อดีต CEO สตาร์ค กับพวก คดีโกงหุ้น STARK เพิ่มกว่า 2,541 ล้านบาท ชี้พบอีกโอนเงินซุกต่างประเทศกว่า 10,000 รายการ เร่งสแกนหา ส่วน จ่อบุกสอบปากคำ “วนรัชต์” ในเรือนจำ
เมื่อวันที่ 15 ก.พ.67 ที่ สำนักงาน ปปง. ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วยนายวิทยา นีติธรรม ผอ.กองกฎหมาย และในฐานะโฆษกสำนักงาน ปปง. นายสุทธิศักดิ์ สุมน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย และในฐานะรองโฆษก และนายปิยะ ศรีวิกะ ผอ.กองคดี 2 สำนักงาน ปปง. ร่วมกันแถลงผลสรุปการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ประจำเดือน ก.พ. 2567 พร้อมกับแถลงผลการยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมในกลุ่มผู้ต้องหาคดีโกงหุ้น STARK และตอบคำถามในประเด็นสำคัญอื่น ๆ
โดยนายเทพสุ กล่าวว่า ภายหลังมติคณะกรรมการธุรกรรมในการประชุมฯ ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 67 คณะกรรมการธุรกรรมได้พิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ดังนี้ 1.ยึดและอายัดทรัพย์สิน 26 รายคดี ทรัพย์สิน 228 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 2,635 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิดมูลฐานยาเสพติด ฉ้อโกงประชาชนหรือการยักยอกอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการลักลอบหนีศุลกากร โดยมีรายคดีสำคัญ ประกอบด้วย รายคดีนายชนินทร์ เย็นสุดใจ อดีตประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับพวก ความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกง ประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการยักยอกทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ กรณีบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (กรณีหุ้น STARK) ซึ่งมีนายชนินทร์ เป็นประธานกรรมการบริษัทนั้น มีพฤติการณ์ตกแต่งงบการเงินของบริษัทเพื่อแสดงผลการดำเนินการที่ดีและสูงกว่าความเป็นจริง ต้องการให้เป็นที่สนใจของผู้ลงทุน อย่างไรก็ตาม กรณีคดีหุ้นสตาร์ค สำนักงาน ปปง. เคยอายัดทรัพย์สินไว้แล้ว 16 รายการ มูลค่า 354 ล้านบาท (คำสั่ง ย.222/2566) โดยในการนี้ คณะกรรมการ ธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราวเพิ่มเติม 34 รายการ เป็นที่ดินและเงินในบัญชีเงินฝาก มูลค่า 2,541 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 32/2567)
นายปิยะ ระบุว่า สำหรับจำนวนเงิน 2,541 ล้านบาท ที่เรายึดมานั้น ไม่ได้อยู่ในส่วนของการอายัดโดย ก.ล.ต. แต่เป็นกรณีที่เราใช้กฎหมาย ปปง. เข้าไปดำเนินการ และเรายังไม่ตัดประเด็นการยึดอายัดในส่วนของผู้ต้องหาที่ไม่ถูกอัยการสั่งฟ้อง ส่วนถ้ามีรายละเอียดเพิ่มเติมจากคณะกรรมการธุรกรรม เราก็จะมีการเผยแพร่ผลสรุปคำสั่งยึดอายัดให้สังคมรับทราบต่อไป ส่วนจำนวนทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเป็นทรัพย์ที่อยู่ในประเทศไทย เราตรวจสอบพบ 2 ประเด็น ได้แก่ 1.ทรัพย์สินที่ถูก ก.ล.ต. อายัดไว้แล้ว ทั้งอสังหาริมทรัพย์ บัญชีเงินฝาก ยานพาหนะ เป็นต้น และ 2.ทรัพย์สินที่ไม่ได้ถูกอายัดในขอบข่ายของ ก.ล.ต. จึงขอเรียนว่ากรณีที่ 2 นี้ เราก็มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องใช้กฎหมายของ ปปง. ดำเนินการ จึงเห็นยอดเงินกว่า 3,000 กว่าล้านบาทที่ ปปง. สามารถยึดอายัดมาได้ ส่วนทรัพย์สินที่อยู่ในการบังคับใช้ของ ก.ล.ต. ทาง ปปง. ก็ได้ประสานเพื่อตรวจสอบว่ามันมีทรัพย์สินของกลุ่มผู้กระทำผิดและกลุ่มผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ สามารถดำเนินการตามกฎหมาย ปปง.ได้หรือไม่

นายปิยะ กล่าวอีกว่า ส่วนทรัพย์สินที่อยู่ต่างประเทศ ก่อนหน้านี้เราได้ยึดอายัดไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท และตนขอชี้แจงว่า ในการตรวจสอบธุรกรรมการเงินของพวกเขา เราเจอธุรกรรมหลายหมื่นรายการ ซึ่งเป็นความยุ่งยากและซับซ้อน ดังนั้น การทำธุรกรรมต่าง ๆ จะมีทั้งกลุ่มคนที่ทำธุรกรรมโดยสุจริต และกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์ไปโดยไม่มีมูลหนี้ที่แท้จริง ปปง. จึงกำลังติดตามทรัพย์สินที่อยู่ต่างประเทศ และเราได้ประสานขอความร่วมมือไปยัง ปปง. ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนพบว่าทรัพย์สินถูกกระจายไปซุกซ่อนทั่วโลก จึงจำเป็นต้องดูเรื่องเส้นทางการเงิน และดูว่าทรัพย์สินเหล่านั้นถูกโอนไปยังประเทศใดบ้าง ไปยังบัญชีใคร และมีการซื้อทรัพย์สินอื่น ๆ หรือไม่ หากทรัพย์สินที่อยู่ต่างประเทศเป็นทรัพย์จากการกระทำความผิดจริง ๆ เราก็จะใช้มาตรการตามกฎหมายของ ปปง. ในการยึดอายัด และขอความร่วมมือตามกฎหมายของอัยการต่างประเทศ เพื่อติดตามดำเนินการเหมือนกับเงินก้อนแรกที่เราได้ยึดมา ทั้งนี้ เรายังพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สินแล้ว ซึ่งมีหลายรายการ
นอกจากนี้ นายปิยะ กล่าวต่อว่า ในกรณีของนายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ 1 ใน ผู้ต้องหาที่ถูกอัยการสั่งฟ้องนั้น ปปง. ได้ทำหนังสือเชิญเขามาให้ถ้อยคำ แต่ขณะนี้อยู่ในเรือนจำฯ เราจะประสานอีกครั้งว่าจะสอบปากคำในช่วงใดได้บ้าง ส่วนรายการทรัพย์สินของเขาค่อนข้างมีจำนวนมาก และยังไม่พบว่ามีการยักย้ายถ่ายเท อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินที่เราพบนั้น มีทั้งทรัพย์สินที่เขาได้มาก่อนการกระทำความผิด และได้มาในระหว่างนั้น และมูลค่ายังไม่ได้ประเมิน เพราะเราต้องรอคำสั่งยึดอายัดของคณะกรรมการธุรกรรมก่อน จีงจะทราบราคาประเมิน
นายปิยะ ระบุอีกว่า ในวันที่ 20 ก.พ. นี้ ตนจะต้องเดินทางไปรายงานความคืบหน้าให้กับคณะกรรมาธิการฯ ก็หมายความว่าการดำเนินการของ ปปง. เรามีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และมีคณะกรรมการธุรกรรมที่มีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมาก มาตรวจสอบการทำงานของเรา และยังมีกรรมาธิการที่คอยให้คำแนะนำ และคำชี้แนะ ดังนั้น สิ่งที่ผู้เสียหายกังวลใจ เราจะรับมาเป็นข้อพิจารณา และจะรีบดำเนินการให้ตามสมควร.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
