“ป.ป.ช.”ตอบชัดปมดราม่า“ครูชัยยศ”ถูกออกราชการชี้พิรุธเอกสารเป็นเท็จบทเรียนคนทำงานยอมเซ็นรับ!

“ป.ป.ช.” ตอบชัดถึงปมดราม่า “ครูชัยยศ” ถูกปลดออกจากราชการ ชี้ข้อพิรุธเอกสารเป็นเท็จ จนเกิดช่องทุจริต ย้ำเคสนี้เป็นบทเรียนคนทำงาน เฉลียวใจสักนิดกล้าขัดใจผู้บังคับบัญชา เรื่องจะออกมาอีกแบบ
จากกรณีนายชัยยศ สุขต้อ ครูโรงเรียนบ้านยางเปา อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัย และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 มีคำสั่งปลดออกราชการ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.66 นายภูเทพ ทวีโชติธนกุล ผู้ช่วยเลขาธิการฯ รักษาาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช. และรองโฆษกสำนัก ป.ป.ช. ได้เผยถึงเรื่องดังกล่าวผ่านรายการ “โหนกระแส” ที่ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย” ว่า เงินที่จะต้องให้ทางโรงเรียนนั้น มาจากทางสพฐ. มีงบประมาณมา ผอ. มีหน้าที่ต้องดูแล ซึ่งเรื่องการใช้งบต้องทำเป็นโครงการ แต่กลับทำเป็นการยืมเงินออกมาเพื่อจัดหาอาหารให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ก็ไปทำตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างก็จบ แต่ทางครูบุญยนุช กลับไปทำเป็นการยืมเงิน 60,000 บาทุกสัปดาห์ ปรากฎว่าซื้อจริงมาแค่ 48,500 บาท เท่ากับมีเงินหายไป

ในตอนแรกมีผู้ร้องเรียนเข้ามาที่ปปช.ว่าเด็กไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ทางปปช. ก็เข้าไปตรวจสอบในปี 2563 เมื่อดูเอกสารจึงพบเห็นข้อพิรุธ คือมีการส่งอาหารสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่กลับมีการตรวจรับถึงวันละ 3 รอบ ก็คือการรับของครูชัยยส และครูจิราพรรณ
“ต้องนำเรียนว่าเป็นความอึดอัดนะ ในเรื่องความดีความทุ่มเทของคุณครู เราเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่พอเรามาตรวจเจอเอกสาร มันเป็นเอกสารเท็จ” เอาเรื่องตรวจรับก่อน เขาเอาอาหารสดอาหารแห้งมาส่งในวันจันทร์ ทุกสัปดาห์ มาส่งครั้งเดียว คุณครูมีหน้าที่ตรวจ แต่คุณครูตรวจอย่างไร มีการตรวจรับทุกวัน วันนึงมีการตรวจรับ 3 ฉบับ ซึ่งมันผิดปกติ และเราได้ข้อมูลว่าเขาส่งสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็ต้องตรวจแค่ 1 ครั้งเท่านั้น คุณครูแยกอย่างไรเพราะมีถึง 3 ฉบับ มันขัดแย้งกับข้อเท็จจริง
ที่ป.ป.ช.ลงไปหลังจากเกิดเรื่อง ก็ 1-2 ปีในการเจาะเวลาหาอดีตเหมือนกัน คุณครูอยู่ในเหตุการณ์ย่อมทราบดีที่สุด แต่ ป.ป.ช. ไปไล่ตรวจจากเอกสารและพยานที่เกี่ยวข้อง สอบคนที่มีหน้าที่หาอาหารสด อาหารแห้ง เขาก็ให้ข้อมูลมาว่าต้องซื้อในวงเงิน 48500 บาทเพราะครูบุญยนุชบอกว่าอย่าซื้อเกิน แล้วก็ไม่ต้องขอใบเสร็จ ซึ่งมันผิดระเบียบและขั้นตอนทุกอย่าง

แต่ของคุณครูชัยยศ มันมีประเด็นว่าถ้าคุณครูไม่เซ็นรับรองข้อเท็จจริงในส่วนนี้ ครูบุณยนุชก็ไม่สามารถนำเอกสารไปเบิกเงิน 60,000 บาทได้ การตรวจรับจึงเป็นสิ่งสำคัญ “เรื่องที่ครูชัยยศโดนเป็นเรื่องปลายเหตุ แต่ถือป็นบทเรียนให้กับเจ้าพนักงานทุกคนของไทยเลยว่า การเซ็นอะไรต่างๆ ถ้าเซ็นด้วยความเกรงกลัว เกรงใจผู้บังคับบัญชา มันอ้างไม่ได้ ถ้าเฉลียวสักนิดว่ามีความผิดปกติ แล้วมาร้องกับ ป.ป.ช. ยอมขัดใจผู้บังคับบัญชา เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย เรื่องนี้จะออกมาอีกแบบเลย”..
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @โหนกระแส
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
