“บิ๊กหลวง”เห็นพ้องด้วยกับตร.พกยาบ้า5เม็ดถือ“เป็นผู้เสพ”แนะควรยึดพฤติการณ์เป็นหลักมากกว่า!

“เลขาธิการ ป.ป.ส.” เห็นด้วยตร.ใช้เกณฑ์พกยาบ้า 5 เม็ด “เป็นผู้เสพ” ย้ำยึดพฤติการณ์เป็นหลัก แม้พก 1 เม็ด แต่ประวัติขายยาให้รับโทษจำคุกแทนบำบัดแน่นอน ระบุ 1 ธ.ค. นี้ ติดเครื่อง Quick Win เร่งนำผู้ติดยากว่า 32,623 ราย จาก 530,000 ราย เข้าบำบัด ก่อนไปก่อเหตุรุนแรงในสังคม
จากกรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมออกประกาศกฎกระทรวงกำหนดจำนวนการครอบครองยาบ้า โดยหากพกพายาบ้าไม่เกิน 10 เม็ด ถือเป็นผู้เสพนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 พ.ย. ที่ สำนักงาน ป.ป.ส. พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า สำหรับกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สธ. เตรียมประกาศกฎกระทรวงให้จัดเกณฑ์ผู้ครอบครองเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) 10 หน่วย หรือ 10 เม็ด ให้อยู่ในสถานะผู้เสพสารเสพติดไม่ใช่ผู้ค้านั้น ในส่วนของประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 เป็นกฎหมายที่ใช้การสาธารณสุขนำการปราบปราม ซึ่งประมวลกฎหมายฉบับนี้ มองผู้เสพเป็นผู้ป่วยที่ต้องเข้ากระบวนการคัดกรอง เข้าสู่การบำบัดฟื้นฟู ไม่ได้มุ่งเน้นที่การดำเนินคดีเพียงอย่างเดียว เพราะผู้เสพต้องได้รับการรักษาบำบัดฟื้นฟู ได้มีอาชีพเพื่อมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่หวนกลับไปเสพซ้ำ
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เผยอีกว่า ส่วนการเสนอเกณฑ์การครอบครองยาบ้า จำนวน 10 เม็ด ให้เป็นเพียงผู้เสพนั้น ตนขอเรียนว่า ในที่ประชุมบอร์ดคณะกรรมการ ป.ป.ส. มีการเสนอเอกสารทางวิชาการของแพทย์ที่ระบุว่าการครอบครองยาบ้าเพียง 10 เม็ด ให้จัดเป็นผู้เสพ เนื่องจากตามปกติแล้ว ผู้เสพยาบ้าจะมีปริมาณการใช้อยู่ที่ 1-3 เม็ด ผลที่เกิดขึ้น คือ จะทำให้ผู้เสพมีอารมณ์ที่ดี สดชื่น มีแรงในการทำงานหนัก แต่ถ้าหากเสพเกินกว่า 5 เม็ด ไปจนถึง 10 เม็ด ผู้เสพจะมีอาการกระสับกระส่าย ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ทำให้การเสพยาบ้ามากกว่า 10 เม็ด จึงมีสิทธิถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้น เมื่ออ้างอิงจากเอกสารดังกล่าวแล้ว จึงมีความเห็นร่วมกันเบื้องต้นว่า ผู้เสพจะมีการใช้ยาบ้าอยู่ที่ 10 เม็ด อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งตนก็เคยเป็นตำรวจมาก่อน มองว่าการจัดเกณฑ์ครอบครองเพื่อเสพ โดยกำหนดจำนวน 10 เม็ดนั้น โทษที่ตามมา คือ จะทำให้เกิดผู้ค้ารายย่อยมากขึ้น เพราะในการค้าแต่ละครั้ง ผู้ค้ารายย่อยจะไม่เกรงกลัวต่อการพกพายาบ้า เพราะสามารถพกได้ถึง 10 เม็ด ก็ไม่ถือว่าได้รับโทษทางอาญา ฐานครอบครองเพื่อจำหน่าย ทั้งนี้ ตนมองว่าควรยึดที่พฤติการณ์บุคคลนั้นเป็นหลัก ยกตัวอย่าง หากรายดังกล่าวมีการพกยาบ้าเพียง 1 เม็ด แต่ประวัติรายงานการสืบสวนสอบสวนที่ผ่านมาของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า รายดังกล่าวมีพฤติการณ์ครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดมาโดยตลอด ตรงนี้ก็จะใช้เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณาว่าเป็นการครอบครองเพื่อจำหน่าย ไม่ใช่การครอบครองเพื่อเสพ และตนยืนยันว่าจะไม่เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนการยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดในคดียาเสพติด เจ้าหน้าที่ก็ยังคงยึดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 เช่นเดิม
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เผยอีกว่า ในฐานะเลขาธิการ ป.ป.ส. มีหน้าที่ที่จะต้องบูรณาการการบำบัดฟื้นฟูคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนตัวได้มีข้อเสนอว่าเกณฑ์กำหนดการครอบครองยาบ้าควรอยู่ที่ 5 เม็ด ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานยึดหลักนี้มาตลอด เพราะมองว่าการที่ผู้ใดครอบครองเกินกว่า 5 เม็ดก็จะถูกลงโทษฐานเป็นผู้ค้าผู้จำหน่าย ดังนั้น ผู้ค้ารายย่อยเองก็จะมองว่าไม่คุ้มกับการที่พกยาบ้า 5 เม็ดแล้วถูกจับเข้ากระบวนการยุติธรรมรับโทษจำคุก อีกทั้งที่ผ่านมา จากรายงานการจับกุมพบว่าผู้ใช้สารเสพติด 100 ราย มักแบ่งเป็นผู้ค้าแล้ว จำนวน 12 ราย ดังนั้น หากมีการปรับเกณฑ์การพกยาบ้าได้มากขึ้น จึงเป็นความเสี่ยงต่อการจะเพิ่มจำนวนผู้ค้ารายย่อย
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า ในที่ประชุมบอร์ดคณะกรรมการ ป.ป.ส. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานวานนี้ (31 ต.ค.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเร่งด่วน มอบนโยบาย Quick Win ให้ ป.ป.ส. เร่งดำเนินการนำผู้ใช้ยาเสพติดกว่า 32,623 ราย จากจำนวนผู้ใช้ยาเสพติดทั่วประเทศประมาณ 530,000 ราย เข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู เนื่องจากในจำนวน 32,623 รายนี้ มีผู้เสพที่มีอาการทางจิตเวช และอาจไปก่อเหตุความรุนแรง แบ่งเป็น กลุ่มเฝ้าระวังสูงสุด 1,963 ราย กลุ่มเฝ้าระวังสูง 5,024 ราย และกลุ่มเฝ้าระวังทั่วไป 25,636 ราย โดยจะนำคนกลุ่มนี้เข้าสู่กระบวนการบำบัดก่อน เพื่อลดเงื่อนไขความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุรุนแรงกับประชาชน โดยให้ทุกจังหวัดกำหนดวิธีการนำบุคคลเข้าสู่การระบบบำบัดรักษาของกระทรวงสาธารณสุข และสร้างความพร้อมให้กับชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถร่วมกับภาครัฐ ดูแลและเฝ้าระวังเหตุต่างๆ ได้ โดยนโยบายดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ธ.ค. นี้ จากนั้นในเดือน ก.พ. 67 จะดำเนินนโนบาย “1 โรงพัก 1 ตำบล” เพื่อให้ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับชุมชนด้วยกัน
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวปิดท้ายว่า นายกรัฐมนตรียังได้ประกาศกำหนดพื้นที่เร่งด่วน ตามมาตรา 5 (10) ของประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อควบคุมการลักลอบนำเข้ายาบ้าสู่ประเทศไทย ประกอบด้วย พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่อาย อ.ฝาง อ.เชียงดาว อ.เวียงแหง และ อ.ไชยปราการ ส่วนจังหวัดเชียงราย 6 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่จัน อ.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่สาย อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น ส่วนจังหวัดนครพนม 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ท่าอุเทน อ.เมืองนครพนม อ.ธาตุพนม และ อ.บ้านแพง โดยหน่วยงานความมั่นคงทั้งทางทหารและตำรวจจะร่วมกันบูรณาการ เพื่อให้การดูแลป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศ และจะได้ประสานกับหน่วยงานความมั่นคงในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ช่วยประสานข้อมูลและจับตาความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ทั้งนี้ ตนทราบว่า ในระหว่างวันที่ 18-22 ธ.ค. จะมีการประกาศกฎกระทรวง ของสาธารณสุข เรื่องการกำหนดเกณฑ์การครอบครองยาบ้า สำหรับฐานครอบครองเพื่อเสพ.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
