“บริบูรณ์-ชิปปิ้งรายใหญ่”เข้าพบ“ดีเอสไอ”แสดงความบริสุทธิ์ใจพร้อมแจงการนำเข้า“หมูเถื่อน”รวม41ตู้!

“บริบูรณ์” กับอีก 1 ชิปปิ้งเอกชนรายใหญ่ของ 2 บริษัทนำเข้า “หมูเถื่อน” เข้าพบดีเอสไอ แสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมชี้แจงการนำเข้า 41 ตู้หมูเถื่อน
จากกรณีที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินคดีกับขบวนการนำเข้าสินค้าประเภทซากสัตว์ (สุกร) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิชอบ คดีพิเศษที่ 59/2566 หลังจากได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนการนำเข้าสินค้าประเภทซากสัตว์ (เนื้อสุกรแช่แข็ง) ตั้งแต่ปี 2564 – ปัจจุบัน กระทั่งขอศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าสินค้าหรือชิปปิ้งเอกชน จำนวน 10 ราย (จับกุมครบแล้ว) ในความผิดฐาน นำของผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเกี่ยวกับของนั้น ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และความผิดฐานนำเข้า ส่งออกหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และได้จับกุม 2 ผู้ต้องหา (นายวิรัชและนายธนกฤต ภูริฉัตร) ในกลุ่มนายทุน ล่าสุดออกหมายเรียกนายทุนเพิ่มอีก 1 ราย (โดยเป็นหนึ่งในกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท เรนโบว์ กรุ๊ป จำกัด) และเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการสรุปสำนวนผู้ต้องหาล็อตแรกกว่า 20 ราย โดยเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ราชการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบริษัทเอกชนที่นำเข้าสินค้าประเภทซากสุกร ต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนข้อเท็จจริง พร้อมขยายผลเตรียมรับกรณีขบวนการองค์กรอาชญากรรมที่มีลักษณะเป็นการกระทำความผิดที่ส่งผลต่อความมั่นคงด้านอาหาร (สุกร) ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ เป็นคดีพิเศษอีกคดี หลังพบว่าเกี่ยวข้องกับการนำเข้าตู้หมูเถื่อนเกือบ 1 หมื่นตู้ในช่วงปี 2564 – ปัจจุบัน เงินหมุนเวียนในกิจการกว่า 7 พันล้านบาท มีทั้งข้าราชการประจำและนักการเมืองนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.66 ที่ ศูนย์ราชการฯ อาคารเอ ชั้น 2 ห้องประชุมพนักงานสอบสวนคดีหมูเถื่อน ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นำโดย พ.ต.ต.ณฐพล ดิษฐธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม และในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีหมูเถื่อน ภายใต้การกำกับดูแลสำนวนของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการขยายผลในคดีหมูเถื่อน จำนวน 161 ตู้ มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหากลุ่มบริษัทชิปปิ้งเอกชนได้ทั้งสิ้น 10 ราย และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขอศาลออกหมายจับอีก 2 บริษัท (1 กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม) ได้แก่ บริษัท ศิขัณทิน เทรดดิ้ง จำกัด และบริษัท สมายล์ ท็อป เค เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด เนื่องจากพบว่าทั้งสองแห่งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้าตู้หมูเถื่อน รวม 41 ตู้ มีเงินหมุนเวียนหลักพันล้านบาท และกรรมการรายนี้ยังเกี่ยวข้องกับข้าราชการฝ่ายการเมืองอักษรย่อ ป.

ต่อมาเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบริบูรณ์ ลออปักษิณ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ศิขัณทิน เทรดดิ้ง จำกัด และบริษัท สมายล์ ท็อป เค เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด พร้อมด้วยทีมฝ่ายกฎหมาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษฐธรรม หัวหน้าพนักงานสอบสวน และคณะฯ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และให้ปากคำชี้แจงถึงการนำเข้าตู้หมูเถื่อน เนื่องจากตามรายงานระบุว่า นายบริบูรณ์ รับหน้าที่เป็นทั้งบริษัทชิปปิ้งเอกชนและนายทุน อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่เข้าให้ปากคำเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหา ในความผิดฐานนำของผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเกี่ยวกับของนั้น ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และความผิดฐานนำเข้า ส่งออกหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558
ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำนายบริบูรณ์ และตรวจสอบวัตถุพยานเอกสารที่เกี่ยวข้อง.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
