“ทนายอนันต์ชัย”ประสานมือ“เป็นหนึ่ง-แทนคุณ-แพรี่”บุกกองปราบฯแจ้งความเอาผิด“ลิทธิเชื่อมจิต”

“ทนายอนันต์ชัย” ประสานมือ “เป็นหนึ่ง-อี้ แทนคุณ-แพรี่ ไพรวัลย์” บุกกองปราบ” แจ้งความเอาผิด “ลัทธิเชื่อมจิต” ซัด “สำนักพุทธฯ” ทำอะไรอยู่ปล่อยให้ย่ำยีพระไตรปิฎกอยู่ได้
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 พ.ค.67 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และต้นอ้อมูลนิธิเป็นหนึ่ง และนายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรือ “อี้ แทนคุณ” และ “แพรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร” รวมทั้งกลุ่มผู้เสียหายจากลัทธิเชื่อมจิต เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.นมสิช ชุนดี รอง ผกก.2บก.ปอท.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มลัทธิเชื่อมจิต จำนวน 9 ราย ในข้อหาพรบ.คอม ฯ และฉ้อโกง
ทนายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า วันนี้พวกเรารวมตัวกันมาเพื่อที่จะรักษาศาสนาพุทธเพื่อไม่ให้กลุ่มลัทธิเชื่อมจิตเอาศาสนาพุทธไปหลอกลวงประชาชน และทำให้ศาสนาพุทธเสียหาย และสอนธรรมในทางที่ผิด ธรรมวินัย พระไตรปิฎก ตนจึงได้เชิญชวน มูลนิธิเป็นหนึ่ง และ อี้ แทนคุณ และ แพรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อื่นๆ มาแจ้งความดำเนินคดี กับกลุ่มลัทธิเชื่อมจิตในข้อหากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1), (2),(5) พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 25, 26, 27, 29, 40, 78, 79, 80 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343, 83, 84, 86, 90, 91 และความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 มาตรา 5 (1), (3), 8, 12 หรือข้อหาอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ปรากฏบุคคลที่ได้ร่วมกันกระทำความผิด 9 คน นายพิชญะ นางสาวนัฐพร นายคเณศ แอดมินใบเฟิร์น แอดมินนรินทร์ ทนายธรรมราช แอดมินสาว แอดมินเพจ หรือผู้ควบคุมเพจเฟซบุ๊ก นิรมิตเทวาจุติ ผู้ใช้บัญชีติ๊กตอก @niramittavajuti และ บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง และอยากให้แก้กฎหมายคณะสงฆ์ ฝากไปถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้รีบตรวจสอบกลุ่มลัทธิเชื่อมจิตดังกล่าวอย่าได้นิ่งเฉย

และตนขอพูดจากใจจริงว่า คณะสงฆ์ไทยอ่อนแอมาก ไม่ค่อยมาแอ็คชั่นใดๆ ในเรื่องการสอนผิดหลักธรรม เช่น ลัทธิเชื่อมจิต คณะสงฆ์ไทย และสำนักพุทธ ปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการ กำจัดพวกลัทธิแบบนี้ วันนี้ไม่ใช่แค่การแจ้งความเอาผิดกับลัทธิเชื่อมจิต แต่อยากให้มีองค์กรหนึ่ง ที่เอาไว้ตรวจสอบ กลุ่มคนที่ทำผิดหลักธรรมคำสอนของพระไตรปิฎก
ซึ่งองค์กรนี้ต้องมีคนเชี่ยวชาญเกี่ยวกับพระไตรปิฎก ถ้ามีใครสอนผิด องค์กรนี้ จะเรียกมาตรวจสอบ ใครทำผิดมีโทษทางอาญา ในเมืองไทยมีกฎหมายที่เป็นแม่บท ที่คุ้มครองพระศาสนาเอาไว้ ใครที่สอนผิดหลักศาสนา ต้องมีความผิด ซึ่งลัทธิเชื่อมจิต เป็นลัทธิที่รู้กันเอง ตั้งขึ้นมาเอง จะมาสอนคนอื่นได้อย่างไร
ที่สำคัญเลย คือหน่วยงานรัฐ อย่างสำนักพุทธ มีอำนาจหน้าที่ ในการตรวจสอบลัทธิเชื่อมจิตโดยตรง ต้องเสนอเรื่องนี้ให้มหาเถรสมาคมว่าตอนนี้มีลัทธิเชื่อมจิตสอนบิดเบือนพระไตรปิฎก ให้พระสังฆราชตรวจสอบ หรือเงื่อนไขที่ 2 คือ สำนักพุทธมาสะสางเรื่องนี้เอง ร้องทุกโทษกล่าวโทษต่อลัทธิเชื่อมจิต ผิดพ.ร.บ.คอม และผิดข้อหาอื่นๆ เรื่องนี้เป็นอาญาแผ่นดิน แต่ทำไมสำนักพุทธไม่รู้กฎหมาย และไม่ทำอะไร เป็นหน่วยงานที่อ่อนแอ ไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้ประชาชนมาดำเนินการแจ้งความเอาผิดกันเอง
ทนายอนันต์ชัย กล่าวอีกว่าเชื่อมไปยังกระทรวงพม.ว่าสามารถตรวจสอบ และดำเนินการเอาผิดกับลัทธิเชื่อมจิตได้ เพราะมีการใช้เด็กเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเด็กมีความเสี่ยงในการทำความผิด พ่อแม่น้องไนซ์ เอาเด็กมาโฆษณา ว่าเป็นฮีโร่ เป็นเด็กวิเศษ และเคยให้น้องไนซ์มากล่าวหา มาด่าแพรี่ ไพรวัลย์ เคยด่าหนุ่มกรรชัย มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งทั้งสองคนได้แจ้งความเอาไว้แล้ว
แน่นอนว่าผู้ปกครองนั้น ต้องปฏิบัติต่อเด็กให้ดี อบรมให้ดี เลี้ยงดูให้ชอบตามกฎหมาย สวนทางกับลัทธิเชื่อมจิต พ่อแม่ใช้น้องไนซ์เป็นเครื่องมือ เพื่อหาเงิน พร้อมฝากให้พ่อแม้น้องไนซ์ ให้เลิกซะ เอาลูกไปเรียนหนังสือ เรียนให้จบ อย่าอุปโหลกอะไรขึ้นมาเอง

ด้านคุณอี้ แทนคุณ ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า มีลูกศิษย์ลัทธิเชื่อมจิต ได้ติดต่อเข้ามา เปิดเผยว่า การไปอบรมแต่ละครั้ง เสียเงินเสียทองเยอะมาก ตอนแรกเหมือนกับจะได้ผล เหมือนมีแสงขึ้นมา เหมือนจะบรรลุแล้ว แต่ไม่รู้เป็นอุปทานหมู่หรือไม่ แต่พออยู่ไปอยู่มา ได้เห็นสภาพของน้องไนซ์เปลี่ยนไป คือแค่เอานิ้วแตะหัว แตะหน้าผาก มันจะเชื่อมจิตได้อย่างไร ทำเหมือนเป็นการ์ตูนไปได้
จนสุดท้ายเหยื่อรายนี้ก็คิดได้ว่าตัวเองหลงผิด ตอนหลังจึงมาให้ข้อมูล เพื่อแจ้งความ และจะไปชวนเหยื่อรายอื่นมาแจ้งความอีกด้วย ฝากถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้มาร่วมแจ้งความด้วยกัน และอี้แทนคุณ ได้ประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์
ด้านต้นอ้อ เป็นหนึ่ง เปิดเผยว่า ตอนที่ทำเรื่องนี้ ได้เข้าไปแจ้งเรื่องกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างตำรวจ กระทรวงพม. สำนักพุทธ แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ ส่วนพม.สุราษฎร์ธานี ก็ออกมาชื่นชมพ่อแม่น้องไนซ์ ว่าดูแลลูกได้ดีมาก ซึ่งทุกคนก็เห็อนอยู่ว่า พ่อแม่ ใช้น้องไนซ์เป็นเครื่องมือ สรุปคือพม.สุราษฎร์ธานี เป็นลูกศิษย์ของน้องไนซ์หรือไม่ หลังจากนั้นทางเป็นหนึ่งจึงได้แฉเรื่องที่ดิน ที่ลัทธิเชื่อมจิตไปมีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงทำให้คนไทยตื่นตัวกับเรื่องนี้ และลัทธิเชื่อมจิต ก็โมโหตัวเองมาก ไลฟ์สดด่าต้นอ้อเป็นหนึ่งทุกวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าเรื่องนี้ทำให้คนไทย ไม่นิ่งเฉย ออกมาปกป้องศาสนาพุทธกันมากมาย คุณต้นอ้อ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ ฟ้องมา ก็ฟ้องกลับไม่กลัว.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
