“ทนายตั้ม” พากลุ่มคนพิการบุกทำเนียบ จี้นายกฯ ตรวจสอบโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล เอี่ยวอินฟลูฯ-ผู้มีอำนาจ สวมสิทธิ์
z-z126087584025.webp)
ทนายตั้มนำทัพคนพิการ-ทหารผ่านศึกบุกทำเนียบ จี้รัฐบาลล้างไพ่จัดระเบียบ “โควตาสลากกินแบ่งฯ” ชี้ถูกนายทุนสวมสิทธิ์พรากอาชีพ ด้าน รมว.พม. รับลูกเตรียมชงกฎหมายเพิ่มสิทธิคุ้มครองเข้า ครม.

วันที่ 22 กันยายน 2569นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ’ตั้ม บ้าพลัง‘ นำเครือข่ายผู้พิการจากทั่วประเทศ ยื่นหนังสือร้องเรียนถึง พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในประเด็นโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลของผู้พิการ เมื่อมาถึง ทนายตั้มได้ใส่เสื้อแจคเกตแขนยาวสีขาว ปักข้อความด้านหน้าและหลังว่า ’ตั้ม บ้าพลัง‘ พร้อมใช้ผ้าขาวม้าคาดเอว จากนั้นได้ลงจากรถตู้สีดำเหมือนเช่นเคย และไปร่วมกินข้าวกล่องกับกลุ่มคนพิการและให้สัมภาษณ์กับสื่อ

หลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเสร็จแล้ว ทนายตั้มได้เปลี่ยนเป็นชุดเสื้อยืดสีขาว สกรีนโลโก้ด้านหน้าว่า ‘หมายแตก’ ก่อนจะแจกจ่ายเสื้อให้กับสื่อมวลชนและกลุ่มผู้พิการ
ในช่วงหนึ่งของการส้มภาษณ์ ทนายตั้มได้เน้นย้ำใน 2 ประเด็นใหญ่ ประเด็นแรก คือเรื่องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้พิการได้รับโควตาน้อยมาก เนื่องจากถูกกลุ่มคนที่มีร่างกายสมบูรณ์เอาโควตาไป มีการขโมยโควตาของผู้พิการ ทำให้ประโยชน์และสิทธิส่วนนี้ส่งไปไม่ถึงมือผู้พิการอย่างแท้จริง


ทนายตั้มระบุว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 70% ที่ส่งผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด รวมทั้งหมดประมาณ 19 ล้านใบ ตกมาถึงมือของผู้พิการจริง ๆ ประมาณ 1 ล้านกว่าใบเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก จึงอยากเรียกร้องให้มีการเกลี่ยโควตาสลากลงมาช่วยเหลือผู้พิการให้ถึงมือจริง ๆ พร้อมชี้ว่าเรื่องนี้ยังไม่มีรัฐบาลไหนที่สามารถแก้ไขได้อย่างจริงจัง แม้ในยุครัฐบาลทหารจะมีการปราบปราม 5 เสือ แต่สุดท้ายโควตากลับไปอยู่ในมือของกลุ่มอื่น ไม่เคยมาถึงคนพิการอย่างแท้จริง ซึ่งสลากกินแบ่งรัฐบาลถือเป็นอาชีพสร้างรายได้สำคัญของผู้พิการ เพราะผู้พิการไม่สามารถประกอบอาชีพอื่นเพื่อสร้างรายได้เหมือนคนร่างกายปกติทั่วไปได้

ประเด็นที่สอง คือเรื่องสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการดูแลคุณภาพชีวิตของคนพิการ โดยตามกฎหมายระบุไว้ว่า ทั้งหน่วยงานราชการและเอกชนจะต้องรับผู้พิการเข้าทำงานในอัตราส่วนประชากร 100 คน ต่อผู้พิการ 1 คน ซึ่งตามกฎหมายควรต้องมีผู้พิการได้ทำงานในหน่วยงานของรัฐจำนวน 18,000 คน แต่ในปัจจุบัน กลับมีการรับเข้าทำงานในหน่วยงานราชการเพียงแค่ 5,000 คน เท่านั้น ทั้งที่ตัวเลขผู้พิการที่ลงทะเบียนไว้ทั่วประเทศมีสูงถึง 2.3 ล้านคน แต่กลับยังไม่ได้รับโอกาสในการทำงาน จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญและเปิดโอกาสรับผู้พิการเข้าทำงานในตำแหน่งที่สามารถทำได้ เช่น ล่ามภาษามือ หรือตำแหน่งอื่น ๆ เพราะการช่วยเหลือผู้พิการก็เหมือนกับการช่วยดูแลครอบครัวและลูกหลานของพวกเขาไม่ให้ต้องเป็นภาระแก่ครอบครัว อีกทั้งคนพิการทุกคนไม่ต้องการแบมือขอเงินฟรีจากรัฐ แต่ต้องการโอกาสในการทำงานเพื่อพึ่งพาตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี

ซึ่งวันนี้ตนเองได้ชวนเครือข่ายผู้พิการทั่วประเทศมาร่วมเรียกร้อง โดยเดินทางมาจากทั่วประเทศเกินกว่า 500 คน ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ จะไม่จบลงแค่การยื่นหนังสือแล้วเดินทางกลับ เพราะผู้พิการทุกคนเดินทางมาจากพื้นที่ไกล จึงต้องการเห็นความคืบหน้า และถึงแม้นายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ แต่ก็ต้องมีตัวแทนออกมารับหนังสือ ซึ่งเมื่อวานนี้ทีมงานทำเนียบรัฐบาลได้ประสานมาว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะเดินทางมารับเรื่องด้วยตนเอง และก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้มารับหนังสือจากตัวแทนผู้พิการแล้ว
อย่างไรก็ตามวันนี้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงอยากเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาและแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่การมายื่นหนังสือแล้วกลับไปโดยทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม พร้อมระบุทิ้งท้ายว่าวันนี้กลุ่มผู้พิการจะไม่รีบเดินทางกลับ แต่จะรอฟังคำตอบและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนจากรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในช่วงการประชุม ครม. วันนี้
ขณะที่ตัวแทนทหารผ่านศึก เปิดเผยว่าทหารผ่านศึกเป็นกลุ่มคนที่สละแรงกายและชีวิตเพื่อประเทศชาติ แต่หลายคนต้องประสบภาวะบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือกลายเป็นผู้ทุพพลภาพ ทำให้โอกาสในการประกอบอาชีพมีจำกัด โดยเฉพาะผู้พิการที่ไม่สามารถทำงานทั่วไปได้ จึงต้องการให้ภาครัฐ โดยเฉพาะสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่ทหารผ่านศึกพิการอย่างทั่วถึง เพื่อให้พวกเขามีรายได้มาจุนเจือครอบครัว พร้อมฝากประเด็นถึงรัฐบาลในการพิจารณาช่วยเหลือทหารผ่านศึกชั้นที่ 2, 3 และ 4 ที่กำลังเรียกร้องเรื่องเงินดำรงชีพ
"สลากกินแบ่งรัฐบาลอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ครอบครัวของพวกเขามีรายได้มาใช้จ่าย ทหารผ่านศึกไม่ได้มีเงินเดือนเยอะทุกคน บางคนยังลำบากอยู่ ผมเองเป็นทหารผ่านศึกชั้นที่ 1 แต่พี่น้องชั้นที่ 2 , 3 และ 5 เขายังเดือดร้อน จึงอยากขอฝากไปยังรัฐบาลให้มอบโอกาสแก่ทหารผ่านศึกทุกคนด้วย"
ขณะที่ นายสมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ ประธานฝ่ายกฎหมายและสิทธิมนุษยชน สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้กล่าวเสริมถึงเงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึกที่มีเพียงเดือนละ 2,000 กว่าบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการครองชีพในปัจจุบัน พร้อมชี้ให้เห็นถึงต้นตอของปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลขายเกินราคา 80 บาท
นายสมชายอธิบายว่า ปัจจุบันมีการพิมพ์สลากฯ ออกมาจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบดิจิทัลประมาณ 36 ล้านฉบับ และสลากแบบใบอีกราว 70 ล้านฉบับ แต่เหตุใดราคาสลากในท้องตลาดยังคงพุ่งสูงถึงใบละ 100 บาท ทั้งที่รับมาจากสำนักงานสลากฯ ในราคาต้นทุนเพียงฉบับละ 70 บาท 40 สตางค์
นายสมชายระบุว่ามสาเหตุหลักเกิดจากกลุ่มนายทุน ขุนศึกและกลุ่มอิทธิพลที่เข้ามาใช้คนตาบอดหรือคนพิการเป็นเพียงหัวโขนหรือนายหน้าบังหน้า เพื่อกว้านซื้อโควตาจากสมาคมและนิติบุคคลกว่า 800 แห่ง ซึ่งบางส่วนมีลักษณะเป็นนอมินีแล้วนำสลากเหล่านั้นไปขายส่งต่อให้พ่อค้าคนกลางในราคาสูงถึงเล่มละ 8,300 – 8,400 บาท (ตกฉบับละกว่า 80 บาท) ทำให้ผู้ค้าปลีกรายย่อยที่ไม่มีโควตาจริง จำเป็นต้องนำไปขายต่อในราคา 100 บาท
จากปัญหาดังกล่าว นายสมชายจึงได้ยื่นข้อเรียกร้องไปยังปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง คือล้างไพ่จัดระเบียบโควตาใหม่ให้มีการตรวจสอบและจัดระเบียบผู้ถือครองโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งหมดเพื่อขจัดระบบนอมินี / 2.ขจัดกลุ่มอิทธิพล โดยเฉพาะกวาดล้างกลุ่มนายทุน นักการเมืองและทหารมาเฟียที่เข้ามาสวมสิทธิโควตาของคนพิการ / 3.คืนอาชีพให้ผู้พิการและคนตาบอด เพื่อให้สิทธิ์ในการจำหน่ายสลากฯ ตกถึงมือผู้พิการ คนตาบอด และทหารผ่านศึกที่ต้องการประกอบอาชีพอย่างแท้จริง
การยื่นหนังสือวันนี้ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้แทนมารับหนังสือจากนายสมชาย ถึงข้อเรียกร้องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลรวมถึงอาชีพของผู้พิการ
โดยนายนิกรบอกว่า โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลเชื่อมโยงกับหน่วยงาน ซึ่งมีหน่วยงานที่มีโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ไม่ได้จ้างงานคนที่คนพิการ ซึ่งเราจะไปคุยกับกองสลากเพื่อตรวจสอบ
ตนเองเข้าใจในความเดือดร้อนของผู้พิการ ซึ่งวันนี้หลังจากที่รับเรื่องแล้วจะนำไปตรวจสอบและจะมีการอัพเดทความคืบหน้าเป็นระยะ และวันนี้ยังมีร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่จะนำเข้าประชุม ครม. เพื่อเพิ่มสิทธิคุ้มครองพี่น้องคนพิการและขยายการใช้เงินกองทุนให้เข้าถึงผู้พิการ ซึ่งจะต้องประสานกับกรมการปกครองท้องถิ่นแต่ละจังหวัดในการประสานข้อมูล โดยยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจและจะขับเคลื่อนเพื่อพี่น้องผู้พิการ
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
