“ทนายกฤษฎา”แจ้งความเอาผิด“พ.ต..อ.”เอื้อประโยชน์เจ้าของรง.มันโคราชปมปล่อยน้ำเสียลงที่ดินสปก.

“ทนายกฤษฎา” แจ้งความเอาผิด “พ.ต.อ.” เอื้อประโยชน์เจ้าของโรงงานมันสำปะหลังที่โคราช ไม่ให้ถูกดำเนินคดี ปมปล่อยน้ำเสียลงที่ดิน สปก.ทำชาวบ้านเดือดร้อนหนัก
เมื่อวันที่ 21 ก.พ.67 นายกฤษฎา อินทามระทนายความปราบโกง นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ ผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด ข้อหา ม.157 รวมถึงเอกชนที่มีส่วนสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่กระทำผิด รวมทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วยนายตำรวจยศ พ.ต.อ.สังกัด บก.ปทส. และเจ้าของโรงงาน 6 คนในฐานะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทแป้งมันสำปะหลัง แห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จ.นครราชสีมา
นายกฤษฎา กล่าวว่า การร้องทุกข์กล่าวโทษกับบุคคลที่เกี่ยวข้องดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนพ.ย.66 ตนเองเคยมาแจ้งความไว้ที่ บก.ปปป. เพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่สปก. โคราช 2 คน ในข้อหา มาตรา 157 เนื่องจากมีพฤติการณ์เอื้อประโยชน์ให้โรงงานแป้งมันสำปะหลัง ดังกล่าวปล่อยปละละเลยให้โรงงานแป้งมันสำปะหลังปล่อยน้ำเน่าเสียลงไปในที่ดินของสปก. ที่อยู่ด้านหลังโรงงาน บนเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่

โดย บก.ปปป. ได้ส่งสำนวนให้ปปช. ทำการตรวจสอบ จากนั้นช่วงปลายเดือนพ.ย.66 คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติส่งเรื่องกลับมาให้บก.ปปป.ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่สปก. ทั้ง 2 นายในข้อหามาตรา 157 และให้เลขาฯสปก.ดำเนินการเอาผิดทางวินัยกับเจ้าหน้าที่สปก.ทั้งสองนายด้วย
ก่อนหน้านั้น นายตำรวจยศพันตำรวจเอกสังกัดปทส.ได้มีการไปประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่โรงงานแป้งมันสำปะหลังดังกล่าวและการประชุมนั้น ได้มีสื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวด้วย ผู้กำกับแถลงในที่ประชุมระบุว่า ถ้าตรวจพบว่ามีการกระทำความผิดด้วยการปล่อยน้ำเสียลงบนที่ดินของ สปก.จริงก็จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างไม่ละเว้น และช่วงบ่ายได้ลงไปตรวจสอบในพื้นที่ของโรงงานแต่ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปภายในโรงงานด้วย โดยผู้สื่อข่าวกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนได้รออยู่บริเวณพื้นที่ด้านหลังที่มีการปล่อยน้ำเสีย แต่ผู้กำกับเข้าไปในโรงงานหลายชั่วโมงก่อนที่จะเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หรือไม่ไปพบกับชาวบ้านที่รออยู่บริเวณด้านหลังโรงงาน ชาวบ้านจึงตั้งข้อสังเกตว่า ผู้กำกับมีพิรุธว่าอาจจะมีการเอื้อประโยชน์ให้แก่เจ้าของโรงงานหรือไม่

ซึ่งภายหลัง ป.ป.ช.มีมติส่งเรื่องกลับมาให้บก.ปปป.ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ สปก. ทั้ง 2 นาย ในข้อหามาตรา 157 แล้วดังนั้นการที่ผู้กำกับ มีการกระทำที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทำให้เจ้าของโรงงานไม่ต้องถูกดำเนินคดีทางที่มีพยานหลักฐานเพียงพอจึงเข้าข่ายว่าอาจจะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
ขณะที่ ล่าสุด ตนเองได้โทรศัพท์ไปสอบถามผู้กำกับนายดังกล่าว ระบุว่า ได้ย้ายหน่วยงาน ไม่ได้อยู่ ปทส. และไม่ได้ดูแลคดีดังกล่าวแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในวันศุกร์ ที่ 23 ก.พ.นี้ ทนายกฤษฎา จะเอาเอกสารการแจ้งความ และข้อมูลต่างๆไปมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านต่อไป.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
