“ตร.เพชรเกษม”รวบสาวสินเชื่อตุ๋นเหยื่อสั่งซื้อมือถือออนไลน์ ราคา 4 พัน ก่อนส่งครีมบำรุงผิวแทน พบประวัติโชกโชน

“ตร.เพชรเกษม” รวบสาวพนักงานฝ่ายสินเชื่อแสบ ตุ๋นเหยื่อสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือราคา 4,000 บาทผ่านเฟซบุ๊ก แต่พอส่งของกลับได้แค่ครีมบำรุงผิวแทน แถมบ่ายเบี่ยงหนีหาย ตรวจสอบประวัติพบหมายจับติดตัวอื้อซ่าทั้งคดีฉ้อโกงและยาเสพติด

วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม สั่งการให้ พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงศ์ สารวัตรสืบสวน สน.เพชรเกษม พร้อมด้วย จ.ส.ต.เอกยุทธ ปล้องคง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม นำกำลังร่วมกันจับกุมตัว นางสาวพรทิพย์ อายุ 28 ปี ซึ่งมีอาชีพเป็นพนักงานฝ่ายสินเชื่อของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาพระโขนง ที่ 402/2569 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ในข้อหา “ฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง” โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณถนนบางแค แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

การปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก มีผู้เสียหายได้พบเห็นประกาศโฆษณาขายโทรศัพท์มือถือราคาถูกผ่านทางบัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ “Chanthala” จึงเกิดความสนใจและติดต่อไปเพื่อสั่งซื้อสินค้า โดยตกลงซื้อโทรศัพท์มือถือในราคา 4,000 บาท ซึ่งผู้ขายอ้างว่ามีของแถมเป็นครีมบำรุงผิวให้ด้วย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินจำนวน 4,000 บาท ไปยังบัญชีธนาคารกรุงไทยที่เป็นชื่อของนางสาวพรทิพย์ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567
ทว่า เมื่อถึงกำหนดรับพัสดุและเปิดกล่องออกดู กลับพบว่าภายในกล่องมีเพียงครีมบำรุงผิวเท่านั้น ไม่มีโทรศัพท์มือถือตามที่ตกลงกันไว้ ผู้เสียหายจึงติดต่อไปทวงถามและขอเงินคืน แต่นางสาวพรทิพย์กลับมีพฤติกรรมบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมโอนเงินคืน และอ้างเลื่อนนัดหมายเรื่อยมา จนกระทั่งถึงวันที่ 5 มีนาคม 2568 ผู้ต้องหาก็ตัดการติดต่อและหายเงียบไป ทำให้ผู้เสียหายเชื่อมั่นว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงินอย่างแน่นอน จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีรายนี้จนถึงที่สุด
จากการสอบสวนปากคำในเบื้องต้น นางสาวพรทิพย์ ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่า ตนไม่ได้ส่งโทรศัพท์มือถือให้กับผู้เสียหายจริงตามที่ตกลงกันไว้ โดยส่งพัสดุไปให้แค่ครีมทาผิวเท่านั้น หลังจากนั้นก็เลือกที่จะขาดการติดต่อกับผู้เสียหายไป และนึกใจว่าเวลาผ่านพ้นมานานแล้วผู้เสียหายคงจะไม่เอาเรื่อง แต่สุดท้ายก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามแกะรอยจับกุมตามหมายจับจนได้
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีประวัติการกระทำความผิดโชกโชน โดยเคยมีหมายจับในคดีสมคบยาเสพติดฯ เมื่อปี 2564 รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2566 อีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางนา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลทางคดีต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
