“ชัชชาติ”นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพลิงไหม้โรงแรมดิเอมเบอร์ หลังมีผู้เสียชีวิต3ราย

วันที่ 30 ธ.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากทม. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่ากทม. นายโกศล สิงหนาท ผอ.เขตพระนคร ฝ่ายวิศวกรโยธากรุงเทพ พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในซอยถนนตานี แขวงตลาดยอด เขตพระนคร

นายชัชชาติ กล่าวว่า ต้นเพลิงคาดว่ามาจากชั้น 5 ห้องหมายเลข 511 แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ได้แน่ชัด เบื้องต้นเท่าที่ตรวจสอบ พบว่าอาคารดังกล่าวเป็นอาคารดัดแปลงจำนวน 11 ห้องแถว พื้นที่รวมประมาณ 1,500 ตารางเมตร มีการขอยื่นใบอนุญาตเมื่อปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 แล้วเปิดบริการให้บริการ เดือน เม.ย.65 ซึ่งจากการตรวจสอบทางหนีไฟเบื้องต้น พบว่ามีทางหนีไฟ 2 จุด มีถังดับเพลิงติดตั้ง ตามจุดต่างๆครบถ้วน แต่อาคารหลังนี้ไม่เข้าเกณฑ์ที่จะติดตั้งสปริงเกอร์ เนื่องจากเป็นอาคารขนาดไม่ใหญ่มาก ส่วนสัญญาณเตือนต่างๆติดตั้งได้มาตรฐาน แต่อย่างไรก็ตามสาเหตุเพลิงไหม้ต้องรอความชัดเจนจากฝั่งวิศวกรและพิสูจน์หลักฐานถึงสาเหตุเพลิงไหม้ที่แน่ชัด สำหรับยอดผู้เสียชีวิตยืนยันอยู่ที่ 3 ราย รายที่1.เป็นผู้เสียชีวิตที่ห้อง 511 หญิง ชาวบราซิล 1 ราย รายที่2.ชาย ชาวยูเครน เสียชีวิตที่ รพ.วชิรพบาล รายที่3. ชาย ชาวอเมริกา เสียชีวิตที่ รพ.สมิติเวช ไชน่าทาวน์ เบื้องต้นอยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ส่วนผู้เสียชีวิตเพศหญิง สัญชาติบราซิล เพิ่งถูกแฟนขอแต่งงาน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วและเดินทางมาเที่ยวด้วยกันแต่แฟนหนุ่มรอดชีวิต ส่วนยอดผู้บาดเจ็บเบื้องต้นมีทั้งหมด 5 ราย แบ่งเป็นบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย เพศชาย ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาย 1 ราย สัญชาติแคนาดากระดูกซี่โครงหัก หญิง 1 รายมีอาการสำลักควัน ทั้งคู่นำส่งโรงพยาบาลกลาง และได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เป็นชาย 1 ราย ส่งโรงพยาบาลกลาง กับหญิง 1 ราย ส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์เมื่อคืน มีผู้เข้าพัก 75 คน หนีขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า 34 คน ทาง กทม. ใช้รถกระเช้าช่วยลงมาได้ ส่วนผู้รอดชีวิตที่เหลือที่พักชั้นล่างหนีออกมาทางปกติได้ทัน นอกจากนี้ตนยังเน้นย้ำในเรื่องมาตรการการรักษาความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นอาคารโรงแรมหรืออาคารพานิชย์ต่างๆรวมถึงร้านอาหารร้านค้ายิ่งในช่วงใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าที่อาจจะต้องมีการเฉลิมฉลองขอให้ทางผู้ประกอบการเจ้าของธุรกิจตรวจสอบในเรื่องของความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะแรกที่จะสามารถเรียกความเชื่อมั่น ต้องให้ผู้ประกอบการไปตรวจสอบในเรื่องของสัญญาณเตือนและป้องกันอัคคีภัยให้ได้มาตรฐานและใช้งานได้จริง ส่วนระยะยาว ต้องแก้ไขในเรื่องของกฎหมายควบคุมวัสดุภายในอาคาร

นายอมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการตรวจสอบโครงสร้างเบื้องต้นพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ที่ชั้น5ห้อง511 เพลิงไหม้เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนกับโครงสร้างอาคารแต่อย่างใด โดยเพลิงลุกไหม้เฉพาะภายในห้องเท่านั้น ฝ้าคดงอ ปูนฉาบเพดานและผนังห้องหลุดร่อนบางส่วน สายไฟแค่ฉนวนละลาย ทองแดงยังไม่ถึงจุดหลอมละลาย เหล็กโครงสร้างยังไม่เสียรูป จุดที่เสียหายมากที่สุดในห้องคือ เตียงนอน เพลิงเผาจนเหลือแต่สปริง ซึ่งคาดว่าจุดเกิดเหตุน่าจะอยู่บนเตียงนอน ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจสอบอย่างแน่ชัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้เสียชีวิตที่เป็นหญิงชาวบราซิลที่พบในห้องเกิดเหตุ ปกติพักอยู่กับแฟนหนุ่มที่ห้อง502 ซึ่งไม่ห่างกัน ซึ่งห้องเกิดเหตุเป็นหนุ่มเกาหลี 3 คนเป็นผู้พักอาศัย ช่วงเกิดเหตุไม่ได้อยู่ในห้อง ภายหลังเกิดเหตุสัญญาณเตือนเหตุเพลิงไหม้ดังขึ้นที่ชั้น5 พนักงานจึงขึ้นไปตรวจสอบ แต่เมื่อเปิดเข้าไปในห้อง511 พบกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาอย่างหนาแน่น โดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้ พนักงานจึงวิ่งลงมาขอความช่วยเหลือด้านล่าง ส่วนผู้ที่พักชั้น5 ต่างวิ่งหนีตายเอาตัวรอด โดยแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิตจูงมือกันวิ่งออกมา แต่กลุ่มควันหนาแน่นจนมองทางไม่เห็นทาง มือผู้ตายพลัดหลุดกับแฟนหนุ่ม คาดว่าผู้ตายจะใช้มือรูดผนังเพื่อคลำทาง แล้วไปเจอประตูห้อง511เปิดทิ้งไว้ จึงคิดว่าเป็นทางออก เผลอเข้าไปจนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนแฟนหนุ่มวิ่งลงมาที่ชั้น3 แล้วกระโดดลงมาทางด้านหลังโรงแรมได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้เสียชีวิตอีก2 ราย ที่โรงแรมสมิติเวช ไชน่าทาวน์ 1 ราย คาดว่าเป็นชาวอเมริกันอีก 1 รายที่โรงพยาบาลวชิระ เป็นชาวยูเครน ซึ่งจะต้องรอประสานสถานทูตให้ติดต่อญาติมาเพื่อยืนยันชื่อที่แท้จริงต่อไป ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังติดตามตัวหนุ่มเกาหลีทั้ง 3 คนที่พักในห้องเกิดเหตุมาสอบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในเพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
