“จุลพันธ์”ดักคอ"นายกฯอนุทิน"บอกมีชนัก ลั่นยุบสภาหนีซักฟอกทำไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า ที่บอกว่าได้คุยกับหัวหน้าพรรคประชาชนมีการพูดคุยแล้วหรือยัง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าพรรคประชาชนจะร่วมเข้าชื่อลงญัตติด้วยหรือไม่
เมื่อถามว่ากรณีการส่งสัญญาณของรัฐบาลทำให้เข้าใจว่าหากยุบสภาเป็นเพราะพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ กล่าวว่าต้องดูความจริงใจตั้งแต่ต้นในการเข้าสู่ MOA มีเจตนาว่าจะเดินไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จอยู่แล้วหรือไม่ ถ้าไม่ได้กระทำผิด เช่น การปัดเป่าคดี การแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ การทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาชายแดน พรรคเพื่อไทยไม่มีเรื่องให้ยื่นอภิปราย ฉะนั้นให้มองตัวเอง
เมื่อถามว่า ได้เตรียมญัตติไว้แล้วหรือยัง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มีการร่างญัตติไว้แล้ว ส่วนจะยื่นเมื่อไหร่เป็นอำนาจหน้าที่ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะต้องมีการหารือกันเพื่อหาจังหวะที่เหมาะสม
เมื่อถามว่า ปัจจัยหลักคือเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญคนจะมองว่ารัฐธรรมนูญคือตัวประกันหลัก นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “ถูกครับ” ใช้คำว่าตัวประกัน เพราะเห็นอาการชัดมาตั้งแต่ต้นว่า รัฐบาลพยายามใช้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตัวประกันไม่ให้มีกระบวนการในการยื่น การลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญหากผ่านแล้ว หมายความว่ารัฐบาลดำเนินการตามข้อตกลง คือให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอนุญาต สว. เสียงส่วนใหญ่มาร่วมลงมติผ่านแล้ว กระบวนการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือกระบวนการความเสียหายให้กับประเทศ พรรคฝ่ายค้านเพื่อไทยจะต้องยกให้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเรื่องความเสียหายต่อประเทศ และการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย ในฐานะการเมืองไม่สามารถเว้นได้ มีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการครบถ้วน หากมีอะไรที่เป็นเรื่องกระทำให้ถูกพรรคการเมืองฝ่ายค้านจะต้องดำเนินการ ส่วนรัฐบาลเป็นเวทีที่มีโอกาสตอบ
เมื่อถามว่า มองพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแค่ไหน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า คนที่พยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ถ้าติดตามแล้วจะรู้ว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญติดตรงไหน มีบางพรรคการเมืองวอล์คเอาท์ การไม่สามารถรวบรวมเสียงสว.ได้ 1 ใน 3 เสียง ก็เป็นข้อสงสัยว่าสว.สีอะไร แต่ในส่วนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โจทย์มีความชัดเจนตั้งแต่แรก ว่าไม่แก้ แต่เพื่อต้องการเข้าสู่อำนาจรัฐ จึงไปมีข้อตกลงกันขึ้นมา ที่เกิดขึ้นจาก 2 ฝ่าย
ตนสงสัยในความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในชั้นกรรมาธิการ ว่าอนาคตจะจบอย่างไร เพราะเห็นแต่กระบวนการในการแก้ไขเรื่องคดีความ การโยกย้ายข้าราชการ เหมือนเตรียมการเลือกตั้ง ตรงจุดนี้มองว่า สิ่งที่ไปตกลงกันไว้เรื่องการทำ MOA ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการแต่อย่างใด ซึ่งเชื่อมั่นว่าสุดท้ายกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญคงประสบความสำเร็จได้ยาก เพราะความจริงใจของผู้ที่ร่วมในข้อตกลง MOA และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นอกจากต้องทำให้เสร็จทันกรอบเวลาแล้ว ภาคการเมืองจะต้องรณรงค์ทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อตัดสินใจว่าจะลงมติรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญ หากเวลาน้อยแล้วไปทำประชามติ จะเกิดคำถามเดียวกับความพยายามขอรัฐบาล ในการการทำประชามติเกี่ยวกับ MOU 43 - 44 ที่ประชาชนไม่มีความรู้ และไม่เข้าใจเพียงพอ สุดท้ายการทำประชามติโดยไม่มีข้อมูลเพียงพอให้ประชาชน จะเกิดการลงประชามติด้วยอารมณ์ แทนที่จะลงมติด้วย
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
