“กันจอมพลัง” บุกสถานรับเลี้ยงเด็กหลังพลเมืองดีร้องเรียน

นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าช่วยเหลือเด็กภายในสถานรับเลี้ยงเด็กในอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการเลี้ยงดูเด็กอย่างไม่สุขลักษณะ ให้เด็กใช้แปรงสีฟันอันเดียวกัน และใช้น้ำจากสายฉีดก้นล้างแปรง ไม่ให้เด็กกินน้ำ จนเด็กต้องไปแอบกินน้ำในห้องน้ำ และมีการตบตีเด็กด้วย

โดยสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านใหญ่ แต่อยู่ลึกเข้าไปด้านในท้ายซอย มีการต่อเติมห้องด้านหน้าเป็นสถานที่เลี้ยงเด็ก แบบเปิดโล่งด้านข่างริมกำแพงรั้ว ทีมข่าวจึงพยายามส่องดู พบว่าในห้องไม่มีแอร์ หรือพัดลม มีเสียงเด็กร้องไห้เสียงดังมาจากด้านในเป็นระยะๆ และด้านหน้ามีป้ายศูนย์พัฒนาบุคคลออทิสติกติดอยู่ด้านหน้า ด้านบนมีฟูกนอนขนาดเล็กสีหมองคล้ำสกปรกตากอยู่ที่ระเบียงชั้น 2
ส่วนผู้ให้เบาะแสแจ้งเรื่องร้องเรียนครั้งนี้ เป็นหนึ่งในอดีตลูกจ้างในสถานที่รับเลี้ยงเด็กดังกล่าว เปิดเผยว่าสมัครงานเข้ามาทำงานเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่ต้องขอลาออกโดยทันที เนื่องจากทนเห็นพฤติกรรมของผู้ดูแลไม่ได้ ทั้งเรื่องการทำร้ายร่างกายเด็ก ปล่อยให้เด็กเดินแก้ผ้า อาหารกลางวันผัดวุ้นเส้นที่มีแต่ไข่ แล้วนำมาคุกข้าวให้เด็กกิน ไม่มีเนื้อสัตว์ ผลไม้ หรือนม หรือแต่น้ำให้เด็กดื่ม โดยอ้างว่าดื่มน้ำเยอะ จะทำให้เด็กต้องเข้าห้องน้ำบ่อย เด็กบางคนต้องเดินไปตักน้ำในห้องน้ำมาดื่มกินเอง นอกจากนี้ยังให้ใช้แปรงสีฟันเพียงอันเดียวแปรงให้เด็กทุกคน และใช้สายฉีดก้นทำความสะอาดแปรง ซึ่งไม่ถูกสุขลักษณะ เมื่อมีผู้ปกครองเด็กมาขอพบลูกของตัวเอง ผู้ดูแลจะให้ต้อนเด็กขึ้นห้องชั้น 2 เพื่อไม่ให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง
ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ได้เข้าพูดคุยกับผู้ดูแลสถานรับเลี้ยงเด็กเพื่อขอเข้าไปตรวจสอบภายใน และขอดูเอกสารเกี่ยวกับการเปิดสถานที่เป็นที่รับเลี้ยงเด็ก แต่ทางผู้ดูแลอ้างว่าเปิดเป็นสถานที่สอนเด็กไม่ใช่สถานรับเลี้ยงเด็ก และอ้างว่ามีเด็กที่อยู่ในความดูแล 5-6 คน และมีครูประมาณ 4-5 คน โดยผู้ดูแลไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ ระบุว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หากมีการแจ้งเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานขอให้ดำเนินการตามกฎหมายนำใบแจ้งความหรือหมายค้นมาอย่างถูกต้อง ก่อนที่สุดท้ายอนุญาตเพียงให้แค่เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรีเข้าไปตรวจสอบ ร่วมกับนายปริญ นิทัศน์เอก นายอำเภอไทรน้อย
โดยหลังพูดคุยกันอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง สุดท้าย เจ้าหน้าที่ พม. ก็ใช้อำนาจคุ้มครองเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ในการพาตัวเด็กทั้ง 7 คน ออกมาจากสถานรับเลี้ยงเด็ก และพาไปอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.นนทบุรีก่อน และประสานผู้ครองเด็กให้ไปรับตัวเด็กได้ที่บ้านพักเด็กฯ แต่หากเด็กรายใดที่ยังติดต่อผู้ปกครองไม่ได้ ก็จะพิจารณาส่งไปดูแลที่สถานสงเคราะห์ต่อไป
ขณะที่ผู้ดูแลสถานรับเลี้ยงเด็ก ที่เด็กๆ เรียกว่าครู ก็ถูกเชิญตัวไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ พม. เช่นกัน โดยยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองบริสุทธิ์ ไม่จำเป็นต้องชี้แจงใดๆ มีการจดทะเบียนขออนุญาตทุกอย่าง ไม่มีทำร้ายร่างกายเด็กแต่อย่างใด ชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กที่ไม่ถูกสุขลักษณะก็ไม่เป็นเรื่องจริง เลี้ยงดูถูกสุขลักษณะอนามัยทุกอย่าง
ขณะที่นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็กพบว่าสถานที่แห่งนี้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่ได้จดทะเบียนเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนอย่างถูกต้อง และอายุเด็กเกินก็เกินกว่า 7 ปี ที่สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนจะนำมาอยู่ในการดูแล ส่วนสถานที่ก็ไม่ถูกสุขลักษณะการเลี้ยงดู ฟูกที่นอนสกปรก ห้องพัฒนาการก็มีอุปกรณ์ของเล่นไม่มาก ส่วนผู้ดูแลก็ให้ข้อมูลไม่ละเอียด ไม่ครบถ้วน อย่างไกร็ตามจากสภาพสถานรับเลี้ยงเด็กตอนนี้ อย่างไรก็ไม่สามารถเปิดได้แน่นอน จึงได้ขอให้มีการปิดสถานรับเลี้ยงเด็กไปก่อน

นายปริญ นิทัศน์เอก นายอำเภอไทรน้อย เปิดเผยว่า ในส่วนของข้อกฎหมายและการดำเนินคดี ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้กำชับให้ทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ไปดำเนินการตรวจสอบ หากพบว่าเข้าข่ายความผิดข้อกฎหมายใดก็ให้ดำเนินการต่อไป และกำชับไปยังกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ให้ดูแลพื้นที่ หากพบว่ามีการทำกิจการใดๆในลักษณะนี้ ให้แจ้งให้นายอำเภอรับทราบเพื่อเข้าตรวจสอบทันที
ด้านผู้ปกครองที่เคยพาลูกซึ่งเป็นออทิสติกมาเข้ารับการดูแลที่สถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน โดยคิดค่าเลี้ยงดู เดือนละประมาณ 18,000 บาท อยู่เป็นเวลา 8 เดือน แต่ได้ออกมานานประมาณ 3 ปีแล้ว เพราะเปลี่ยนสถานรับเลี้ยง แต่ระหว่างที่ลูกอยู่ที่สถานรับเลี้ยงแห่งนี้ มีครั้งหนึ่งที่ไปรับลูกกลับมาบ้าน พบว่าลูกมีบาดแผลเจาะเลือดออกบริเวณข้างหู ซึ่งผู้ดูแลอ้างว่าลูกล้มใส่ลูกบิดประตู และลูกที่มีความบกพร่องทางการสื่อสาร ทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่าโดนอะไร แต่ลูกก็มีอาการหวาดกลัว และตลอดเวลาที่ตนเองไปรับลูก หรือไปติดต่อที่สถานรับเลี้ยง ก็ไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูสภาพความเป็นอยู่บ้านในสถานรับเลี้ยง ทางผู้ดูแลให้รอที่หน้าบ้านเท่านั้น แต่เพราะผู้ดูแลมีการใส่ชุดคล้ายหมอ จึงทำให้ดูน่าเชื่ถือ ประกอบกับลูกเป็นออทิสติก จึงต้องยอมให้ลูกอยู่ที่สถานรับเลี้ยงแห่งนี้ไปก่อนเพื่อปรับพฤติกรรม
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
