‘อธิบดีอัยการสอบสวน’จ่อตั้งคณะทำงานลุยสอบคดี‘2พ่อลูกตระกูลฮุน’ยิงระเบิดใสไทย ลั่นต้องรับผิดชอบความสูญเสีย

จากกรณีเหตุการณ์ช่วงระหว่างวันที่ 24 - 29 กรกฎาคม 2568 ได้เกิดเหตุทหารกัมพูชายิงทั้งปืนและระเบิดมายังพื้นที่ 4 จังหวัดในไทยเรา ประกอบด้วย จ. บุรีรัมย์ , สุรินทร์ , ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี มีคนเสียชีวิต 32 ราย บาดเจ็บ 238 ราย ทั้งทหารและพลเรือน ทรัพย์สินประชาชนเสียหาย รวมถึงสถานที่ราชการความเสียหายเกือบร้อยล้านบาท
นายวัชรินทร์ ระบุว่า เรื่องนี้กระทำที่ประเทศกัมพูชา แต่ผลเกิดในประเทศไทย หลักของกฎหมายถือว่าเป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5 (คดีนอกราชฯ) และการกระทำดังกล่าวมีผลคือทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตาย และทรัพย์สินเสียหาย เข้าหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5 มาตรา7มาตรา 8
“ทางอัยการสำนักงานการสอบสวนได้หารือไปทางผู้บังคับบัญชาแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ จะรีบพิจารณาทำความเห็นว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรไปให้อัยการสูงสุดพิจารณา โดยแนวนโยบายที่ผ่านมาของอัยการสูงสุด หากสั่งลงมาว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร และให้อัยการสอบสวนไปร่วมสอบสวนกับทีมกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (บช.ภ.3) เราจะตั้งคณะทำงานคณะใหญ่ มีผมเป็นหัวหน้าคณะทำงานเข้าไปสอบสวยเรื่องนี้เอง พร้อมกับมีรองอธิบดี 3 คน และอัยการที่อยู่ในสำนักงานการสอบสวนเข้าไปร่วมสอบสวนเกือบทั้งสำนักงาน” นายวัชรินทร์ กล่าว
นายวัชรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ทราบว่าแม้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย บช.ภ.3 จะสอบสวนพยานไปแล้วประมาณ 300 กว่าปากแล้ว ก็ไม่เป็นไร ทางเราจะเข้าไปสอบสวนเพิ่มเติมติดตามดูรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล พยานวัตถุ พยานเอกสารที่มีอยู่ จะรวบรวมเข้าไปในสำนวน หลังจากนั้นก็จะส่งไปให้อัยการสูงสุดเป็นผู้สั่งคดี เนื่องจากคดีนี้เป็นอำนาจท่านอัยการสูงสุดผู้เดียวในการสั่งฟ้องไม่ฟ้อง เนื่องจากเป็นคดีนอกราชอาณาจักร
ในส่วนสำนวนที่มีการส่งมาถึง 135 สำนวน คิดว่าจะตั้งอัยการที่เป็นจำนวนที่เพียงพอในการทำคดีนี้ โดยหลักการเราควรจะตั้งอัยการในสำนักงานเกือบทั้งหมดเข้าไปลุยในเรื่องนี้ เพราะเราให้ความสำคัญมาก เนื่องจากว่าเป็นเรื่องของความสูญเสียของทหารตำรวจ ข้าราชการและประชาชนคนไทยที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมทั้งทรัพย์สินเสียหาย
ส่วนที่เคยมีนักวิชาการบอกว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องสงครามระหว่างประเทศ กฎหมายภายในประเทศ ไม่สามารถใช้บังคับได้ ต้องเรียนว่า เรายังไม่ได้ประกาศสงครามเลย หากแต่เราถูกโจมตีก่อนต่างหากและเคยมีการหารือในหน่วยงานความมั่นคงร่วมกันเรื่องนี้โดยสรุปว่าการต้องไปฟ้องที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ จะทำได้ไหม ทางหน่วยที่เกี่ยวข้องชี้แจงว่าทำได้ค่อนข้างยากและลำบากมาก ถ้าเราไปดูกฎหมายจะเห็นได้ว่าจะต้องเป็นเรื่องที่เข้าเกณฑ์ของศาลอาญาระหว่างประเทศเท่านั้น และต้องผ่านอัยการที่ทำหน้าที่ในศาลอาญาระหว่างประเทศดังนั้น
“มีหนทางเดียวคือวิธีนี้ ที่เมื่อมีการกระทำเกิดขึ้นที่ประเทศกัมพูชา แต่ผลการกระทำมันมาเกิดความรุนแรงในประเทศไทย เราจะยอมให้ประชาชนคนไทยหรือทหาร ตำรวจ ที่ถึงแก่ความตาย มีผู้บาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหายมากมาย ให้เรื่องนี้เงียบเฉยได้อย่างไร ก็คิดว่าวิธีนี้ช่องทางที่ดีที่สุด” นายวัชรินทร์กล่าว
ทั้งนี้ กฎหมายไทยได้มีบทบัญญัติไว้ เรามีเขตอำนาจอธิปไตยของไทย มีเขตอำนาจศาลไทย ส่วนขั้นตอนสุดท้ายจะทำได้หรือไม่ก็จะพยายามถึงที่สุดและทางเราจะทำให้ถึงที่สุด ดีกว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลย ในวันที่ประชุม มองว่าถ้าไม่ทำอะไรเลย แล้วผลที่เกิดขึ้นคือความเสียหายทั้งชีวิต ร่างกายทรัพย์สิน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เราจะเรียกร้องจากใครเพราะมีผู้ได้รับความเสียหายมากกว่าที่สำคัญมีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้วด้วย
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
