‘กัณวีร์’นำจดหมาย‘อุยกูร์’ มาแสดงเพื่อให้รัฐบาลยืนยันต่อเวทีโลกว่าไม่ได้บังคับส่งกลับประเทศจีน ชี้เป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่การก่อการร้าย จี้อย่าผลักดันคนกลับไปสู่การประหัตประหาร


นายกัณวีร์ กล่าวอีกว่า สาระสำคัญไม่ใช่กระดาษ แต่เป็นรัฐบาลที่จำเป็นต้องมายืนยันกับภาพลักษณ์ของประเทศว่าเราไม่ได้ผลักดัน และยึดมั่นในมาตรฐานสากลในการแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัยตามกฎหมายต่างๆ ที่เรามี รวมทั้งการทำงานของรัฐบาลไทย ต้องไม่ผิดหลักกฎหมายภายในประเทศ รวมถึงกรอบอนุสัญญาต่างๆ ภายนอกประเทศที่เราให้สัตยาบันไว้ ทั้ง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การซ้อมทรมาน หรือการอุ้มหาย ย้ำว่ารัฐบาลต้องยืนยัน ไม่ใช่ไปถามกรมราชทัณฑ์ ว่าฉบับนี้เป็นจดหมายจริงหรือปลอม
“จดหมายฉบับนี้ มีการเขียนถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าพวกเขาถูกแยกจากครอบครัวมาเป็นเวลากว่า 10 ปี หากเป็นท่านจะรู้สึกอย่างไร และท่านก็เพิ่งได้รับการกลับมารวมครอบครัวกับบิดาของท่าน ซึ่งชาวอุยกูร์เพียงสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง หากมีผู้มีอำนาจใดสามารถทำให้พวกเขารวมครอบครัวได้ จะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” นายกัณวีร์ กล่าว
เมื่อถามต่อว่ากรณี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุว่าการผลักดันครั้งนี้เป็นการป้องปรามการก่อการร้ายที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นายกัณวีร์ กล่าวว่า มันคนละเรื่องกัน กระบวนการต่างๆ อยู่ในกระบวนการยุติธรรม แต่ผู้ต้องหาก็อยู่ในเรือนจำ รวมทั้งมีการสอบพยานกว่า 170 ปาก ดังนั้น การแก้ไขปัญหาโดยการผลักดันชาวอุยกูร์ออกไป เป็นการป้องปรามเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตนว่ามันไม่ใช่ ทั้งนี้ หากประเทศไทยไม่สามารถยึดมั่นตามมาตรฐานสังคมได้ จะมีข้อครหาและคำถามจากเวทีระหว่างประเทศ ว่าประเทศไทยไม่สนับสนุนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนหรือมนุษยธรรมหรือไม่ ตนได้ตั้งข้อสังเกตว่าการผลักดันชาวอุยกูร์ครั้งนี้ เป็นการพูดคุยกันระหว่างนายกฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อีกทั้งช่วงเวลานี้ เป็นการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์
นายกัณวีร์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ชาวอุยกูร์ ต้องการจะกลับบ้าน ที่ผ่านมาตนไม่เคยได้ยินว่าเขาต้องกลับกลับบ้าน ขณะเดียวกัน จากที่มีกระแสข่าวจากสื่อต่างๆ ว่า เมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา มีชาวอุยกูร์กว่า 40 คน อดข้าวประท้วง หลังจากมีความเป็นไปได้ที่จะถูกผลักดันกลับไปยังประเทศจีน โดยมีการอดข้าวประท้วงเป็นเวลา 19 วัน และหยุดอดข้าวประท้วงปลายเดือนมกราคม 2568 หลังจากที่ภาคสังคมส่งข้อความเข้าไปในห้องกัก สตม. ว่าต่อไปนี้รัฐบาลไม่มีนโยบายใดๆ ในการผลักดันชาวอุยกูร์กลับไปยังประเทศจีน
นายกัณวีร์ กล่าวอีกว่า แต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 รัฐบาลไทยกลับบอกว่าชาวอุยกูร์ทุกคนสมัครใจกลับไป ดังนั้น หากมองในความเป็นจริงแล้ว ไม่สามารถเป็นไปได้ ฉะนั้นย้ำว่ารัฐบาลต้องออกมายืนยันกับเวทีโลก ว่าประเทศไทยไม่มีการผลักดันให้คนกลับเข้าไปสู่การประหัตประหารอีกครั้ง หากมีการผลักดันจริงๆ ประเทศไทยก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่ตัดสินใจไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
