1741072223459

1741072223459
เมื่อวันที่ 4 มี.ค.68 ที่รัฐสภา นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเป็นธรรม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับไปยังประเทศจีน ว่า วันนี้ตนมีจดหมายมาแสดง ซึ่งหนึ่งในชาวอุยกูร์เป็นผู้เขียนเอาไว้ ซึ่งตนยืนยันว่า กระดาษใบที่ตนแสดงนี้ สามารถหาได้จากกรมราชทัณฑ์ต่าง ๆ และจะเห็นว่ามีลายน้ำ และจดหมายฉบับนี้ออกมาจากกรมราชทัณฑ์อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบของกรมราชทัณฑ์ และตนได้มาจากผู้ต้องกักของกองกำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสวนพลู (สตม.สวนพลู) 
1741072157223

นายกัณวีร์ กล่าวอีกว่า สาระสำคัญไม่ใช่กระดาษ แต่เป็นรัฐบาลที่จำเป็นต้องมายืนยันกับภาพลักษณ์ของประเทศว่าเราไม่ได้ผลักดัน และยึดมั่นในมาตรฐานสากลในการแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัยตามกฎหมายต่างๆ ที่เรามี รวมทั้งการทำงานของรัฐบาลไทย ต้องไม่ผิดหลักกฎหมายภายในประเทศ รวมถึงกรอบอนุสัญญาต่างๆ ภายนอกประเทศที่เราให้สัตยาบันไว้ ทั้ง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การซ้อมทรมาน หรือการอุ้มหาย ย้ำว่ารัฐบาลต้องยืนยัน ไม่ใช่ไปถามกรมราชทัณฑ์ ว่าฉบับนี้เป็นจดหมายจริงหรือปลอม 

“จดหมายฉบับนี้ มีการเขียนถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าพวกเขาถูกแยกจากครอบครัวมาเป็นเวลากว่า 10 ปี หากเป็นท่านจะรู้สึกอย่างไร และท่านก็เพิ่งได้รับการกลับมารวมครอบครัวกับบิดาของท่าน ซึ่งชาวอุยกูร์เพียงสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง หากมีผู้มีอำนาจใดสามารถทำให้พวกเขารวมครอบครัวได้ จะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” นายกัณวีร์ กล่าว

เมื่อถามต่อว่ากรณี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุว่าการผลักดันครั้งนี้เป็นการป้องปรามการก่อการร้ายที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นายกัณวีร์ กล่าวว่า มันคนละเรื่องกัน กระบวนการต่างๆ อยู่ในกระบวนการยุติธรรม แต่ผู้ต้องหาก็อยู่ในเรือนจำ รวมทั้งมีการสอบพยานกว่า 170 ปาก ดังนั้น การแก้ไขปัญหาโดยการผลักดันชาวอุยกูร์ออกไป เป็นการป้องปรามเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตนว่ามันไม่ใช่ ทั้งนี้ หากประเทศไทยไม่สามารถยึดมั่นตามมาตรฐานสังคมได้ จะมีข้อครหาและคำถามจากเวทีระหว่างประเทศ ว่าประเทศไทยไม่สนับสนุนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนหรือมนุษยธรรมหรือไม่ ตนได้ตั้งข้อสังเกตว่าการผลักดันชาวอุยกูร์ครั้งนี้ เป็นการพูดคุยกันระหว่างนายกฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อีกทั้งช่วงเวลานี้ เป็นการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 

นายกัณวีร์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ชาวอุยกูร์ ต้องการจะกลับบ้าน ที่ผ่านมาตนไม่เคยได้ยินว่าเขาต้องกลับกลับบ้าน ขณะเดียวกัน จากที่มีกระแสข่าวจากสื่อต่างๆ ว่า เมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา มีชาวอุยกูร์กว่า 40 คน อดข้าวประท้วง หลังจากมีความเป็นไปได้ที่จะถูกผลักดันกลับไปยังประเทศจีน โดยมีการอดข้าวประท้วงเป็นเวลา 19 วัน และหยุดอดข้าวประท้วงปลายเดือนมกราคม 2568 หลังจากที่ภาคสังคมส่งข้อความเข้าไปในห้องกัก สตม. ว่าต่อไปนี้รัฐบาลไม่มีนโยบายใดๆ ในการผลักดันชาวอุยกูร์กลับไปยังประเทศจีน 

นายกัณวีร์ กล่าวอีกว่า แต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 รัฐบาลไทยกลับบอกว่าชาวอุยกูร์ทุกคนสมัครใจกลับไป ดังนั้น หากมองในความเป็นจริงแล้ว ไม่สามารถเป็นไปได้ ฉะนั้นย้ำว่ารัฐบาลต้องออกมายืนยันกับเวทีโลก ว่าประเทศไทยไม่มีการผลักดันให้คนกลับเข้าไปสู่การประหัตประหารอีกครั้ง หากมีการผลักดันจริงๆ ประเทศไทยก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่ตัดสินใจไป

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888