ไปกันใหญ่!“นิพิฏฐ์”ออกโรงจี้“กต.”อย่านิ่งปม“หมอพรทิพย์”ชี้ทำแบบนี้เป็นสันดานล้างจากสมองไม่ได้!

“นิพิฏฐ์” บอกนี่มันเรื่องใหญ่ จี้ “กระทรวงการต่างประเทศ” อย่านิ่งเฉย เร่งตรวจสอบปม “หมอพรทิพย์” ถูกไล่กลางร้านอาหารในไอซ์แลนด์ ชี้ไม่อดทนต่อคนที่เห็นต่าง สันดานแบบนี้ ไม่สามารถลบล้างจากสมองได้!
ยังร้อนแรงอยุ่ในโลกโซเชียล หลังสว.หมอพรทิพย์ และสส.มัลลิกา ถูกเจ้าของร้านอาหารในประเทศไอซ์แลนด์ไล่ออกจากร้าน เหตุไม่ชอบใจการที่รับตำแหน่ง สว. ซึ่งทำให้เรื่องดังกล่าวตกเป็นประเด็นถกเถียงว่า เจ้าของร้านมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือรุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่นั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ต.ค.66 โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสพูดถึงเรื่องดังกล่าวอย่างมาก ภายหลังจากที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “เพี้ยนไปถึงไอซ์แลนด์” อ่านข่าว คนไทยเจ้าของร้านอาหารในประเทศไอซ์แลนด์ ใช้คำไม่สุภาพและไม่ให้หมอพรทิพย์เข้าไปรับประทานอาหารในร้าน โดยหาว่าหมอพรทิพย์ ทำความเสียหายให้บ้านเมือง คนไทยแท้ๆ แม้ไปทำมาหากินในต่างแดน ในประเทศที่ศิวิไลซ์ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยประชาธิปไตย แต่มิได้หมายความว่า ความเป็นประชาธิปไตยจะห่อหุ้มจิตวิญญาณของคนคนนี้ไป
ในระบอบประชาธิปไตย คุณสมบัติประชาธิปไตยมีหลายข้อ แต่ที่จำง่ายๆ สั้นๆ คือ “อดกลั้นต่อความเห็นต่าง” การไม่อดทนต่อคนที่เห็นต่าง นั่นคือ คุณสมบัติของเผด็จการ สันดานแบบนี้ เป็นสันดานของคนไทย (บางส่วน) ที่ไม่สามารถลบล้างจากสมองได้ นี่คงฟังข่าวด้านเดียว บริโภคสื่อด้านเดียว จนขึ้นสมอง ยิ่งบริการสาธารณะ ยิ่งไม่มีสิทธิขับไล่ หรือ ต้อนรับเฉพาะคนบางกลุ่ม
ถามว่า ถ้าคุณขับรถเมล์ และมีคนที่มีความเห็นต่างกับคุณขึ้นรถเมล์ คุณมีสิทธิห้ามเขาขึ้นรถเมล์หรือเปล่า? แม้แต่แท็กซี่ เป็นเจ้าของรถเองแท้ๆ เมื่อนำมาบริการสาธารณะ ก็ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารไม่ได้ เว้นแต่การโดยสารนั้นจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนหรือคนโดยสาร
การเลือกปฏิบัติ (discrimination) แบบนี้ ผิดหลักสิทธิมนุษยชน และผิดหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาคมโลกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2491 เคยมีคดีแบบนี้ ที่ญี่ปุ่น ที่ร้านอาหารห้ามคนต่างชาติเข้าร้าน มีการฟ้องร้อง ถูกปรับเป็นล้านเยน แม้หมอพรทิพย์ไม่ใช่ citizen (พลเมือง) ของไอซ์แลนด์ แต่ผมว่า ก็ผิดหลักสิทธิมนุษยชน และสาธารณรัฐไอซ์แลนด์ต้องคุ้มครอง
อย่างไรก็ตาม การเปิดร้านอาหารแบบนี้ ก็อยู่ในความดูแลของท้องถิ่น คงไม่มีท้องถิ่นไหน ยอมให้ทำแบบนี้หรอก ความจริง ผมมีลูกความที่ไอซ์แลนด์คนหนึ่ง ต้องคดีเข้าเมืองผิดกฎหมาย มาอยู่กับผมที่ภูเก็ตเป็นปี ความจริงจะถามเขาก็ได้ แต่ถามรัฐบาลไทยดีกว่าดูแล และคุ้มครองคนไทยอย่างไร
ที่ผมเขียนมายืดยาว เพราะต้องการให้เรื่องนี้ ผ่านสายตาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้สถานทูตไทย ตรวจสอบเรื่องนี้เรื่องนี้
สมาชิกวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรไทย เข้าร้านอาหารไทยไม่ได้ ท่านรัฐมนตรีจะคิดว่าเรื่องเล็กก็เรื่องของท่าน แต่สำหรับผม เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับ ผมจะรอสักระยะ แล้วทำหนังสือถึงท่านรัฐมนตรี และท่านปลัดกระทรวง ขอทราบการดำเนินการ ในฐานะผมเป็นราษฎรเต็มขั้น แต่เห็นมีคนยื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องต่างๆ อยู่เยอะ ผมเป็นคนบ้านนอก ถ้าจะช่วยทำแทนผมก็น่าจะดี.
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
