ไทยโกย9เหรียญทอง“มวยไทยทหารโลก”ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ - ตุรกีเข้าอันดับ2ได้3ทอง

กีฬามวยไทยทหารโลก ครั้งที่ 1 : 1st CISM Military Muaythai Challenge โดยมีนักกีฬามวยไทยทหาร 11 ประเทศ เข้าร่วมกว่า 500 คน แข่งขันที่พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ จัดโดย กองทัพไทย กับ สมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย) โดยมี สหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) มอบหมายให้ สมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับผิดชอบดูแลมาตรฐานการแข่งขัน สำหรับวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

และพิธีปิดการแข่งขัน โดยมี พันเอกหม่อมเจ้า นวพรรษ ยุคล ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา สหพันธ์สมาคมมวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) และ ดร.สุทิน คลังแสง นายกสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย) เข้าร่วมในพิธี ภายในงานได้รับเกียรติจาก พันเอก โคโลเนล นิลสัน โกเมส โรลิม ฟิลโฮ ประธานสหพันธ์กีฬาทหารโลก (CISM) พร้อมด้วย ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านการกีฬา และประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ดร.วนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์สมาคมมวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) เข้าร่วม

กีฬามวยไทยทหารโลก ครั้งที่ 1 : 1st CISM Military Muaythai Challenge แข่งขันรวม 14 รุ่น ในจำนวนนี้นักกีฬาทหารไทย ได้เข้าชิง 12 รุ่น ผลการแข่งขันคู่ไฮไลต์อยู่ที่ รุ่น 60 กก. หญิง “เฟี้ยว” จ.ท.หญิง ปุณณ์รวี รื่นรส นักมวยสากลสมัครเล่นของไทยที่เคยผ่านโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่น และโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ฝรั่งเศส ขึ้นเวทีชกมวยไทยให้กับต้นสังกัดคือ

ทหารอากาศ ในรอบชิงชนะเลิศ “เฟี้ยว” จ.ท.หญิง ปุณณ์รวี รื่นรส พบกับ ซานดร้า คริสตีน่า จากโปแลนด์ ซึ่งปรากฏว่า ปุณณ์รวี เดินหน้ารัวหมัดจนเอาชนะน็อกได้ในยกสอง ชนะเลิศเหรียญทองตามความคาดหมาย ขณะที่ ซานดร้า คริสตีน่า เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทองแดง เอซกี้ เคเลส (ตุรกี) และมาเฮชิก้า คูมารี (ศรีลังกา) ขณะที่รุ่น 54 กก.ชาย ส.อ.ธงชัย หัวนาค หรือฉายามวยไทย “เขี้ยว พรัญชัย” สังกัดกองทัพบก พบกับ อับดุลลา จามาล อิซา อาลี จากบาห์เรน ซึ่งการชกในยกแรกเริ่มได้ไม่ถึงนาที เป็นทาง ธงชัย เดินหน้าสาดแข้งเตะใส่ขาของนักชกบาห์เรนร่วงลงไปกอง และเป็นฝ่ายเอาชนะน็อกตั้งแต่ยกแรก ส่งผลให้ ส.อ.ธงชัย หัวนาค หรือ “เขี้ยว พรัญชัย” ได้เหรียญทองไปครอง ขณะที่ อับดุลลา จามาล อิซา อาลี ได้เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทองแดง จิอันนี่ เด เลอ (เบลเยียม) และอเดล คาลลี (ปาเลสไตน์)

รอบชิงชนะเลิศคู่อื่น รุ่น 51 กก.หญิง จ.ต.หญิง ทิพย์สัจจา ยอดวารี แพ้คะแนน เซห์ร่า โดกัน (ตุรกี) ส่วนเหรียญทองแดง ปิอัมมี บูลาชซินฮาลาจ (ศรีลังกา) / รุ่น 54 กก.หญิง อส.ทพ.หญิง นพรัตน์ บุญปลื้ม แพ้คะแนน เซลิย่า โดกัน (ตุรกี) ส่วนเหรียญทองแดง ซานดร้า ดราบิค (โปแลนด์) และซานดาลี มูดียานเซเลจ (ศรีลังกา) / รุ่น 57 กก.หญิง จ.ท.หญิง อภิษฎา ทันท่าหว้า ชนะคะแนน เซฟกี้ โดกัน (ตุรกี) ส่วนเหรียญทองแดง ชานดานี จายามาล (ศรีลังกา) และอลิซย่า เคลเมอร์ (โปแลนด์) / รุ่น 63.5 กก.หญิง “เมษา” จ.ต.หญิง นิลาวัลย์ เตชะสืบ ชนะคะแนน ซูเดนนูร์ บาซานชี่ (ตุรกี) ส่วนเหรียญทองแดง รูวานี่ ชานดานี (ศรีลังกา) และโดมินิก้า ฟิเลช (โปแลนด์) / รุ่น 51 กก.ชาย พลฯ วุฒิพงษ์ กล้วยนิจ แพ้คะแนน อิสโมลิโยนอฟ ดิยอร์เบค (อุซเบกิสถาน) ส่วนเหรียญทองแดง บาเวอร์ โอนาล (ตุรกี) และอาลี ฮาคามี่ (ซาอุดีอาระเบีย) / รุ่น 57 กก.ชาย อส.ทพ.สิทธิศักดิ์ เกื้อแก้ว ชนะผ่าน อาลี โมฮัมเหม็ด อบูฮามดา (บาห์เรน) หลังคู่แข่งบาดเจ็บข้อเท้า ส่วนเหรียญทองแดง ฮาซานธ่า เซนาราชเนจ (ศรีลังกา) และอับดุล อูกูร์ลู (ตุรกี) / รุ่น 60 กก.ชาย อส.ทพ. ชูศักดิ์ ติดใจดี ชนะคะแนน เบคีร์ คาราเมลิโอกลู (ตุรกี) ส่วนเหรียญทองแดง ดาเมี่ยน โรลล์ (โปแลนด์) และมาเดคฮียานอฟ ซานดอส (คาซัคสถาน) / รุ่น 63.5 กก.ชาย “ธนูเพชร ว.สังข์ประไพ” ส.อ.อับดลมาเล็ก ทิ้งน้ำรอบ ชนะคะแนน โยคูบอฟ ซูลิกอร์ (อุซเบกิสถาน) ส่วนเหรียญทองแดง ชามิก้า ซานดอน (ศรีลังกา) และอาเมียร์ เอมิล (ปาเลสไตน์)

รุ่น 67 กก.ชาย อส.ทพ.ณัฐพล แสนกล้า ชนะคะแนน ยาฮอนกีร์ มูฮิดดินอฟ (อุซเบกิสถาน) ส่วนเหรียญทองแดง วิราช ซามินดา (ศรีลังกา) และซาอุด อัลมาร์รี (ซาอุดีอาระเบีย) / รุ่น 71 กก.ชาย ซีมอน คาลุซนี่ (โปแลนด์) ชนะคะแนน เอนกิน ออซเซลิค (ตุรกี) ส่วนเหรียญทองแดง อาห์เหม็ด อัลมูฟฟาร์รีฟ (ซาอุดีอาระเบีย) และพลฯ ปริเยส โมราเจริญ / รุ่น 75 กก.ชาย จ.ส.ท.ศุภกิจ จตุเทน แพ้คะแนน ฮอสไซน์ ฟาราฮานี่ (อิหร่าน) ส่วนเหรียญทองแดง โอกุซ เซเวอร์ (ตุรกี) และรายิมอฟ อิสลอม (อุซเบกิสถาน) / รุ่น 81 กก.ชาย อส.ทพ. อภิชิต พิมเสน ชนะน็อกยกสอง นาสซิปคาลิเยฟ อาลี (คาซักสถาน) ส่วนเหรียญทองแดง มิลอสซ์ โปกุชคี (โปแลนด์) และปูลาตอฟ ดิยอร์ (อุซเบกิสถาน) / รุ่น 91 กก.ชาย มูรัต อาฟซี (ตุรกี) ชนะน็อกยกสอง ครีซตอฟ สตาเวียร์สกี้ (โปแลนด์) ส่วนเหรียญทองแดง โคลิธ่า มาดูซานก้า (ศรีลังกา)

สรุปผลงานของนักกีฬาของไทย ในการแข่งขันกีฬามวยไทยทหารโลก ครั้งที่ 1 ได้มา 9 เหรียญทอง ขณะรองลงมาเป็นทางตุรกี เจ้าภาพครั้งต่อไป ได้ 3 เหรียญทอง ส่วนทาง อุซเบกิสถาน, โปแลนด์ และอิหร่าน ทำผลงานชาติละ 1 เหรียญทอง
ดร.สุทิน คลังแสง นายกสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมการแข่งขันมวยไทยทหารโลกครั้งแรกที่จัดขึ้น ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชาติสมาชิกที่ร่วมการแข่งขัน มาจาก 10 ชาติ ไม่รวมประเทศไทย ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สิ่งที่อยากเน้นคือเท่าที่ได้สังเกต แม้จะจัดเป็นครั้งแรก และไทยได้ประสานชาติสมาชิกให้ทราบล่วงหน้า และชาติเหล่านี้เตรียมตัวเพียง 4 เดือน แต่ก็ได้เห็นนักมวย

ทหารต่างชาติมีทักษะมวยไทยดีมาก แสดงว่านักกีฬาต่างชาติมีความสนใจมวยไทยมานาน และฝึกซ้อมกันมาอยู่เป็นประจำ เป็นตัวชี้วัดว่ามวยไทยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นี่คือความสำเร็จที่ภูมิใจมาก และถ้านับกับการที่มวยไทยได้เข้าบรรจุในกีฬาทหารโลก ปี 2027 ที่สหรัฐอเมริกา ยิ่งเป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจมาก
"สำหรับกีฬามวยไทยทหารโลก ครั้งที่ 2 ในปีหน้า (2026) ที่ประเทศตุรกี คิดว่าน่าจะยิ่งใหญ่กว่าเดิม ซึ่งตุรกีเป็นเจ้าภาพ และไทยก็จะเข้าไปช่วยสนับสนุน เชื่อว่าจากการจัดครั้งแรกปีนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้ชาติสมาชิกได้เข้าร่วมมากขึ้น
ที่สำคัญที่สุดคือทุกคนจะได้เตรียมตัวไปสู่กีฬาทหารโลก 2027 ซึ่งเสมือนเป็นกีฬาโอลิมปิกของทหาร ส่วนนักกีฬาไทยนั้น ก็จะเริ่มเตรียมตัวทันที เพราะไทยเป็นชาติแผ่นดินแม่ของมวยไทย

ต้องไม่เสียชื่อ บทบาทของสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย) ส่งเสริมกีฬาทุกประเภทของกีฬาทหาร ซึ่งเริ่มแรกที่มวยไทย เพราะสนับสนุนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลด้วย ต่อไปก็จะสนับสนุน อีสปอร์ต ซึ่งเป็นกีฬาที่หมายตา และมุ่งมั่น เพราะเป็นกีฬาที่ช่วยส่งเสริมทักษะด้านไอทีให้กับทหาร จากนั้นก็จะส่งเสริมกีฬาคอมแบทเกมส์ทั้งหลาย ดร.สุทิน กล่าว
กีฬามวยไทยทหารโลก ครั้งที่ 1 รายการ 1st CISM Military Muaythai Challenge เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันของ กองทัพไทย ร่วมกับสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย) ในการเป็นหน่วยงานหลักในการจัดการแข่งขัน โดยมีสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) มอบหมายให้สมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ ดูแลมาตรฐานการแข่งขัน ในการแข่งขัน

ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผ่านสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กกท. และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์เรื่องกีฬามวยไทย รวมไปถึงได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน), สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งการแข่งขันกำหนดจัดขึ้น ที่พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 10–13 กรกฎาคม ซึ่งนอกเหนือจากการจัดการแข่งขันมวยไทยทหารโลกแล้ว ยังมีการสอนไหว้ครู และแม่ไม้มวยไทย
.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
