003

003

คณะทำงานสอบสวนชุดใหญ่ บช.น. เผยความคืบหน้าโศกนาฏกรรมมักกะสันชนสนั่น 8 ศพ ผบก.น.1 แถลงยันพยานหลักฐานขัดแย้งหนัก "คนโบกธงยันโบกแล้ว-คนขับรถไฟสวนกลับมองไม่เห็น" เตรียมร่อนหนังสือจี้ผู้ว่าฯ รฟท. ขอขึ้นรถไฟจำลองเหตุการณ์จริงสแกนมุมมองสายตา แฉซ้ำปมฉาวคนขับรถไฟไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ยืนยันผลฉี่ม่วงพบสารเสพติดในร่างกายจริงตามกระแสข่าว แต่เจ้าตัวยังอ้างเสพก่อนขับมา 10 วัน ตร.ลุยตรวจวิศวกรรมจราจรร่วมกับ กทม. แก้ไขคอขวดปัดวัวหายล้อมคอก

(18 พฤษภาคม 2569) – ที่สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เดินทางเข้าประชุมติดตามความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กรณีขบวนรถไฟสินค้าพุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 บริเวณจุดตัดทางผ่านเสมอระดับรถไฟแยกมักกะสัน ใต้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ถนนอโศก-ดินแดง จนเกิดระเบิดเพลิงลุกไหม้วอดท่วมคัน ส่งผลให้ผู้โดยสารสังเวยชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บระนาว โดยเปิดเผยต่อสื่อมวลชนถึงความพลิกผันของสำนวนคดีหลังเรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง

พล.ต.ต.วรศักดิ์ เปิดเผยว่า ประเด็นสำคัญในสำนวนขณะนี้เกิดความขัดแย้งในคำให้การอย่างสิ้นเชิง โดยพนักงานควบคุมเครื่องกั้นรถไฟ (คนโบกธง) ให้การยืนยันว่า ตนเองได้เดินออกไปสะบัดโบกธงแดงส่งสัญญาณเตือนอันตรายตามระเบียบแล้ว แต่ในทางกลับกัน พนักงานขับรถไฟสินค้ากลับให้การหักล้างสู้คดีว่า ตอนขับผ่านจุดตัดดังกล่าวคนโบกธงไม่ได้ส่งสัญญาณแจ้งเตือนใด ๆ เลย ด้วยเหตุนี้ คณะพนักงานสอบสวนจึงจำเป็นต้องระดมพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และภาพจากกล้องวงจรปิดไล่เช็กตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดเกิดเหตุ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเจ้าหน้าที่ประจำป้อมแต่ละจุดตัดได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นตอนความปลอดภัยครบถ้วนหรือไม่

นอกจากนี้ ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้ทำหนังสือด่วนส่งตรงถึงผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อขออนุมัติจัดทีมเข้าไป "จำลองเหตุการณ์จริงบนขบวนรถไฟ" เพื่อพิสูจน์มุมมองและทัศนวิสัยทางสายตาของคนขับว่ามองเห็นสัญญาณไฟและระบบอาณัติสัญญาณชัดเจนมากน้อยเพียงใด พร้อมทั้งเรียกตัวช่างเครื่องและผู้ช่วยคนขับรถไฟมาสอบปากคำเจาะลึกหน้าที่ปฏิบัติ รวมถึงประสานขอดึงข้อมูลเทคนิคจาก "กล่องดำ" บันทึกการเดินรถ และเรียกนิติกร รฟท. เข้าพบด่วน หลังตรวจสอบในเบื้องต้นพบข้อมูลสุดช็อกว่า พนักงานขับรถไฟรายดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถไฟ

บิ๊ก น.1 ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชนและยืนยันกระแสข่าวลือเรื่องสารเสพติดว่า "คนขับรถไฟมีสารเสพติดในร่างกายจริง" โดยผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์พบปัสสาวะเป็นสีม่วงชัดเจน แม้ตัวผู้ต้องหาจะให้การภาคเสธอ้างว่าเพิ่งเสพยามาก่อนหน้านี้ประมาณ 10 วันและฤทธิ์ยาไม่เกี่ยวกับการขับรถ แต่ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำกล่าวอ้าง และต้องรอผลแพทย์ยืนยันปริมาณความเข้มข้นอีกครั้ง ส่วนแนวทางจราจรทางกายภาพที่ประชาชนร้องเรียนว่าจุดตัดดังกล่าวรถระบายได้ช้าจนจอดติดสะสมบนราง ตำรวจได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ตรวจสอบหลักวิศวกรรมจราจรเพื่อปรับปรุงไขปัญหาถาวร พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่จราจรกวดขันจับกุมพื้นที่ห้ามหยุดรถใกล้ทางรถไฟอย่างเด็ดขาด โดยย้ำว่าไม่อยากให้สังคมมองว่าเป็นพฤติกรรมวัวหายล้อมคอก แต่เป็นการยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุดเพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888